SALIKA ได้รับเกียรติจาก ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ OKMD
ในอดีต เคยรับบทผู้อำนวยการหลักสูตร S-Curve ในพื้นที่ EEC ในการจัดการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และนักเรียน นิสิต นักศึกษา จำนวน 3 หลักสูตรคือ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

ถาม: อยากให้เล่าถึงตอนที่ OKMD โดย ดร.อภิชาติ ไปจัดค่าย S-Curve ในพื้นที่ EEC ครับ
ตอบ: คือตอนนั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC: Eastern Economic Corridor) ได้มีการจัดกิจกรรมให้กับเยาวชน ม.4- ม.6 ใน 3 จังหวัด EEC (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) เพื่อเสริมสร้างความรู้พิเศษด้านเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ ประกอบด้วย เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) เทคโนโลยีเกมและแอนิเมชัน (Games & Animation) เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (Internet-of-Things หรือ IoT) และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ (Drone) ซึ่งใช้หลักการเรียนการสอนแบบ STEM Education + ART ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง (Brain-based Learning) เป็นแนวคิดหลักในการจัดกิจกรรมมาเพิ่มจินตนาการ เปิดโลกความคิดสร้างสรรค์ ไปกับ EEC Innovation Youth Camp ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ S-Curve อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ Industrial 4.0 หรือ อุตสาหกรรม 4.0
ถาม: เด็กๆ ควรเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับหุ่นยนต์บ้าง
ตอบ: ผมคิดว่า เด็กๆ ควรได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์ การทำงาน ละการเขียนคำสั่งให้มันทำงาน เช่นเดียวกันกับ A.I. เพราะว่าในอนาคตในการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะภาคการผลิต ภาคการเกษตร และภาคบริการ ต้องมี A.I. เป็นตัวช่วยที่สำคัญ ซึ่งสามารถเรียนรู้ ตัดสินใจ ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาและลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังงานได้ ผมคิดว่า ต่อจากนี้เด็กไทยจำเป็นต้องเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ให้มากขึ้น

ถาม: หากจะมองเชื่อมโยง S-Curve ในพื้นที่ EEC กับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศต่อไปในอนาคต ดร.อภิชาติ มีความเห็นอย่างไรครับ
ตอบ: ในอนาคตเมืองไทยจะถูกเชื่อมโยงผ่านห่วงโซ่การผลิตและการบริการที่มีการใช้ A.I. อย่างเข้มข้นแน่นอน ซึ่งหากเราไม่สามารถที่จะพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก A.I. และ IoT เราก็จะไม่สามารถเชื่อมโยงกับโลกธุรกิจในอนาคตได้ อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเด็กไทยมีศักยภาพและมีความสนใจในสิ่งเหล่านี้ไม่น้อย เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเข้ามาเกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตในทุกๆ ด้านนะครับ เพียงแต่เราต้องเข้าใจมันและสามารถที่จะเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งผมคิดว่าการศึกษาในระบบทุกระดับควรจะเน้นการนำวิชาเหล่านี้เข้าไปปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน หรืออย่างน้อยก็เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ได้สัมผัสเพื่อที่ให้เขารู้สึกคุ้นชินว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวไม่ได้เป็นสิ่งแปลกปลอม คือต้องทำให้เขารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้เหมือนกับวิชาอื่นๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขา
ถาม: จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทั้งในงานที่ OKMD ที่เปิดหลักสูตร S-Curve ดร.อภิชาติ มองประเด็นการเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับ S-Curve New S-Curve อย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้ครับ
ตอบ: จากการที่เคยไปจัดกิจกรรม S-Curve ในพื้นที่ EEC และในต่างจังหวัดหลายๆ พื้นที่ เราพบว่า เด็กๆ มีศักยภาพในการเรียนรู้มาก ของพวกนี้ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ว่าเด็กอาจจะไม่มีโอกาสที่จะได้ลองสัมผัสหรือได้ลองทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้มากนัก เพราะฉะนั้น เขาจึงรู้สึกเหมือนกับว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งไกลตัว จริงๆ แล้ว ในอนาคตอันใกล้อย่างที่บอกไว้ก็คือ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ New S-Curve มันจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและการทำงานตลอดนะครับ คือถ้าเราไม่เข้าใจและไม่นำมาใช้ประโยชน์ เราจะไม่สามารถที่จะแข่งขันกับโลกได้ ผมอยากให้เด็กไทยในอนาคตเริ่มต้นมองไปในเรื่องของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ A.I. Automation และ Robotics ให้มากขึ้น เราต้องเปลี่ยนประเทศ จากผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างเทคโนโลยี ผมคิดว่า S-Curve คือตัวจุดประกาย











