เปิดมุมมอง 4 ผู้นำ จาก 4 เมืองท่องเที่ยวทั่วไทย กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเปิดเมืองด้วย อุตสาหกรรมไมซ์

แม้ว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะมีข่าวดีว่ามีแนวโน้มที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายวันจะลดลงเรื่อยๆ แต่ถ้าถามว่าประเทศไทยจะรักษาสถิติไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่? คงไม่มีใครตอบได้ ทว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายทำได้ถ้าต้องการให้คำตอบของคำถามนี้เป็นไปในทางบวก นั่นคือ การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อให้เคร่งครัดที่สุด ขณะที่ทางภาคสาธารณสุขและการแพทย์ก็ต้องเร่งตรวจคัดกรองและฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนอย่างครอบคลุม เพื่อหยุดวงจรการระบาดระลอกนี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ก็ต้องมองข้ามซ็อต ว่าจะพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาโดยเร็วได้อย่างไร เพื่อนับถอยหลังสู่ การเปิดเมือง และเปิดประเทศ ให้ได้อย่างปลอดภัยและรัดกุมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่สร้างรายได้หลักให้ประเทศ อย่าง อุตสาหกรรมไมซ์ หรือการจัดประชุมและนิทรรศการ ที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโควิด อุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตที่น่าพึงพอใจมาก
โดยถ้าอ้างอิงตามข้อมูลของ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ที่รายงานโดย ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม ทีเส็บ ซึ่งระบุว่า “อุตสาหกรรมไมซ์โดยรวมก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจปีละกว่า 500,000 ล้านบาท โดยเฉพาะไมซ์ในประเทศคิดเป็นมูลค่าเกือบ 300,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าตลาดในประเทศยังคงเป็นฐานสำคัญที่จขับบเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แม้วิกฤตโควิดครั้งนี้ยังไม่จบ”

เปิดเมืองไมซ์ ร่วมใจช่วยชาติ
www.businesseventsthailand.com

เจาะยุทธศาสตร์ทีเส็บ ดันอุตสาหกรรมไมซ์ เดินหน้าสู่ การเปิดเมือง และเปิดประเทศของไทย

คุณศุภวรรณ กล่าวต่อถึงแผนยุทธศาสตร์ที่ทีเส็บใช้ขับเคลื่อน อุตสาหกรรมไมซ์ ในช่วงนี้ว่า “ดังนั้นยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของทีเส็บในช่วงนี้ จะยังคงมุ่งเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก ซึ่งดำเนินการร่วมกับพื้นที่โดยเฉพาะเมืองไมซ์ซิตี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศและฟื้นฟูเศรษฐกิจกระจายสู่ภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล”
“โดยการพัฒนาเมืองไมซ์ซิตี้ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของทีเส็บ ในการขยายการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ มุ่งกระจายการจัดงานสู่ภูมิภาค ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่อีกด้วย”
“ต่อมา เรายังเตรียมผลักดันการจัดงานไมซ์ในประเทศผ่านแคมเปญสนับสนุนการ เปิดประเทศ คือ “เปิดเมืองไมซ์ ร่วมใจช่วยชาติ” โดยมีโครงการ “เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน” มุ่งกระตุ้นการจัดงานไมซ์ในเมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง 10 แห่ง พร้อมจัดแคมเปญสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูตลาดควบคู่ไปด้วย”
“นอกจากนี้ ทีเส็บให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานรองรับการทำธุรกิจในยุควิถีใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นสำหรับการจัดงานในประเทศและภูมิภาคต่างๆ ช่วยสร้างการรับรู้ในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ให้เกิดขึ้นได้อย่างกว้างขวาง เช่น การจัดงาน “ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ” ในรูปแบบออนไลน์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมชมงานผ่านระบบออนไลน์ (Live Streaming) ทั่วประเทศทั้งสิ้น 22,384 คน และสร้างการรับรู้การจัดงานผ่านสื่อออนไลน์อีกถึง 55,367 คน”

อุตสาหกรรมไมซ์

4 ผู้นำ จาก 4 เมืองท่องเที่ยวทั่วไทย กับมุมมองการฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้วย อุตสาหกรรมไมซ์

ขอนแก่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต นี่คือ 4 เมืองท่องเที่ยว ทั่วไทย ที่เป็นเมืองนำร่องในการผลักดัน อุตสาหกรรมไมซ์ ให้เป็นฟันเฟืองหลักในการ เปิดประเทศ โดยบุคคลที่จะเข้ามีบทบาทและขับเคลื่อนให้เป้าหมายนี้ประสบความสำเร็จ นั่นคือ ผู้นำทั้งในภาคการปกครองและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้ง 4 แห่ง ซึ่งแต่ละท่านมีวิสัยทัศน์ที่จะใช้ อุตสาหกรรมไมซ์ เป็นกลไกใน การเปิดประเทศ ที่แตกต่างกันไป
เริ่มจาก สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ที่กล่าวว่า

“สถานการณ์โควิด 19 เป็นทั้งอุปสรรคและโอกาสในการพัฒนาเมือง โดยขอนแก่นเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ที่เน้นการจัดประชุมสัมมนาในประเทศเป็นหลัก และได้รับอานิสงส์อย่างมากจากโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” ที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาจัดประชุมในจังหวัดมากกว่า 55 โครงการ และยังมีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในจังหวัดได้ค่อนข้างมาก”

ขอนแก่น
“โดยที่ผ่านมา เราใช้เวลาในช่วงโควิด 19 เป็นโอกาสในการจัดระเบียบ สร้างความเชื่อมั่น และเตรียมพัฒนาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มศักยภาพเมือง ขอนแก่นมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเป็นไมซ์ซิตี้ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์เมืองในการเป็น Smart City และ Creative City โดยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคและเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ต่างๆ”
“รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเมือง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะเดินทางเข้ามา โดยเฉพาะความร่วมมือกับทีเส็บที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการประชุมระดับนานาชาติในจังหวัด เช่น การประชุมนานาชาติไหมไมซ์, การจัด Business Forum ร่วมกับกลุ่มประเทศทางยุโรป และการขับเคลื่อนขอนแก่นเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สู่สากลภายใต้ชื่องาน มัดหมี่เบียนนาเล่ 2021 ถักทอเส้นใยอีสาน สู่สายใยโลก ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ เป็นต้น”
ด้าน สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี กล่าวชัดเจนว่า ไมซ์เป็นภาคธุรกิจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเมืองพัทยามีความพร้อมทั้งในด้านการท่องเที่ยวและไมซ์

“เราจึงได้เตรียมแผนการเปิดเมืองภายใต้โครงการ Pattaya Move on โดยใช้ “เกาะล้านแซนด์บ๊อกซ์” ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะในการเป็นโมเดลนำร่องตามแบบแผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และจัดทำ Sealed Route ครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยา บางละมุง และสัตหีบ โดยเตรียมเปิดเมืองพัทยาวันที่ 1 ตุลาคมนี้”

พัทยา
“การเปิดเมืองและการจัดกิจกรรมด้านไมซ์ในเมืองพัทยามีความเกี่ยวข้องกัน 3 เรื่อง คือ
  1. วัคซีน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เมืองพัทยาขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้
  2. สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ห้องประชุมขนาดต่างๆ ในโรงแรม รวมถึงความร่วมมือกับ  ทีเส็บในการส่งเสริมไมซ์เพื่อช่วยสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน
  3. โอกาสทางธุรกิจที่จะเป็นเมืองหลักของพื้นที่พิเศษ EEC นอกจากนี้ยังได้วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด NEO Pattaya ที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาต้นแบบ 5G ให้ชายหาดมีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารเมืองพัทยาอีกด้วย 
“ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของเมืองพัทยาจะดำเนินการร่วมกับภาครัฐเอกชนในการดึงงานระดับ World Event และงานประชุมนานาชาติเข้ามาจัดอย่างต่อเนื่อง อาทิ Family Planning ของมูลนิธิบิลเกตส์, งานประชุมสัมมนาของไลอ้อนส์โลก, งาน Air Show ที่ดำเนินการร่วมกับทีเส็บ และยังเตรียมพร้อมทั้งแผนงานกิจกรรมและงบประมาณในการจัดงานเทศกาลต่างๆ ในปลายปีนี้ด้วย เช่น งาน Pattaya Festival, งาน Pattaya International Fireworks, งาน Pattaya Countdown และงาน Coffee Festival เป็นต้น”
มาถึง อนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ที่รายงานว่า ขณะนี้เชียงใหม่ได้วางแผนพัฒนาจังหวัดระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) มีเป้าหมายเพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เศรษฐกิจดี ประชากรอยู่ดีกินดี และสิ่งแวดล้อมดี โดยมองยุทธศาสตร์การพัฒนาใน 3 ประเด็น
  • การท่องเที่ยวที่เพิ่มมูลค่าสามารถปรับเข้ากับสถานการณ์ได้
  • การเกษตรที่แม่นยำใช้ระบบดิจิทัลบนพื้นฐาน BCG
  • การค้าการลงทุนบนพื้นฐานของนวัตกรรมและความยั่งยืน ซึ่งในทุกส่วนของแผนนี้จะมีกิจกรรมไมซ์เข้าไปผนวกอยู่ด้วยทุกระดับ เพราะไมซ์จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของจังหวัดพัฒนาไปด้วยกันได้
เชียงใหม่
“อีกทั้ง ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือได้เตรียมจัดงานใหญ่ FTI Expo 2022 วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ ขานรับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล”

“ภายในงานจะมีทั้งการจัดประชุมนานาชาติ การประชุมองค์กรของสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่มีสมาชิกมากกว่า 12,000 คน การเยี่ยมชมโรงงาน สถานประกอบการ และการสัมมนาวิชาการในหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ นอกจากนี้ 43 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ รวมถึงธุรกิจ SME และผู้ประกอบการในภูมิภาค 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกันเตรียมจัดงานแสดงสินค้าเพื่อแสดงพลังของภาคธุรกิจและการผลิตที่ทำให้ประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้ โดยจังหวัดเชียงใหม่เตรียมพร้อมใน การเปิดเมือง ด้วยโครงการ Charming Chiang Mai ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้”

และในอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคใต้ของไทย อย่างภูเก็ต ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ได้อัปเดตถึงผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อภูเก็ตว่า
“ที่ผ่านมาภูเก็ตพึ่งพาเศรษฐกิจเพียงขาเดียวคือการท่องเที่ยว พอได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำให้การท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้งเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ และในที่สุดได้นำไปสู่ยุทธศาสตร์ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงระหว่างภาครัฐ ประชาชน และภาคธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ที่ทั้งสามฝ่ายได้มาประสานทำงานร่วมกัน ทำให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นมีแนวทางสามารถเดินต่อไปได้”

ภูเก็ต

“ภูเก็ตได้เรียนรู้ประสบการณ์ว่าไมซ์สามารถที่จะผนวกเข้าไปไว้กับทุกเรื่องได้ จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์ใหม่ เรียกว่า “GEMMSS Strategy” คือ G- Gastronomy, E- Education, M- Marina, M- Medical, S-Sport City, S-Smart City เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจของภูเก็ตจากเดิมที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว และทุกสาขาธุรกิจที่แตกออกมาจะมีกิจกรรมไมซ์เข้าไปผนวกเข้าอยู่ด้วย”

“ส่วนในมุมของ อุตสาหหรรมไมซ์ แม้ว่าจังหวัดภูเก็ตแม้จะไม่มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ แต่ภูเก็ตทั้งเกาะสามารถจะเป็นศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศได้ ด้วยความพร้อมและศักยภาพของโรงแรม บุคลากร รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งท้องทะเล ชายหาด สวนเกษตร สนามกีฬาที่มีความหลากหลาย ตลอดจนบริการที่เพียบพร้อม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งในการสร้างสรรค์การประชุมที่มีเสน่ห์ในแบบเฉพาะสามารถขับเคลื่อนให้ภูเก็ตไมซ์ซิตี้ก้าวสู่การเป็นเมืองไมซ์เวิลด์คลาสได้”

วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้น ได้สร้างโอกาสในการพัฒนาให้เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมต่างๆมากมาย นี่คือส่วนหนึ่งในนั้น

ศูนย์ CVM พลิกคนอาชีวะสู่อุตสาหกรรม S Curve

“ฟ้าทะลายโจร” เส้นทางสู่อุตสาหกรรมยาระดับโลก

Oxford Economics ชี้ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ยังเป็นเสาหลักฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้ ถ้าส่งเสริมให้ถูกทาง