Friday, August 28, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.260

ดึงต่างชาติปักธงสถานีดาวเทียม ลงทุนธุรกิจอวกาศในอีอีซี

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park: SKP) ในพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) โดยโครงการอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ เป็นสถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ GISTDA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตส่งเสริม EECd ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนประเภทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ จะได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ภายในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการทางด้านอวกาศ ภาพรวมของโครงการฯ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ SMEs และระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ มีการดำเนินโครงการลงทุนสถานีดาวเทียมจากต่างประเทศ โดยเริ่มมีการลงทุนในด้านธุรกิจอวกาศของบริษัทต่างประเทศบนพื้นที่ SKP แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อนโยบายและศักยภาพด้านอวกาศของไทยในพื้นที่ EEC เพื่อหวังจะให้พื้นที่ EEC เป็นฐานสำคัญในการขยายธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงในด้านอุตสาหกรรมและบริการที่เกี่ยวกับอวกาศ พร้อมทั้งสร้างให้เป็นจุดศูนย์รวมในการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมอวกาศในภูมิภาค และยังช่วยผลักดันให้ไทยเข้าสู่ Global value chains ด้านอวกาศอย่างเป็นรูปธรรม

“มิตซูบิชิ” เชื่อมั่น “Factory Sandbox” ยื่น 3 ข้อรัฐบาลเร่งฟื้นธุรกิจ

มร.โมะริคาซุ ชกกิ ประธานคณะกรรมการบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในโอกาสตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ Factory Sandbox จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการนำร่องในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน โดยกล่าวว่าการจัดทำโครงการ Factory Sandbox  ถือเป็นมาตรการของรัฐที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 ให้แก่พนักงาน ครอบครัวของพนักงาน และชุมชนโดยรอบ ซึ่งการช่วยเหลือชุมชนและสังคมให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของบริษัทในฐานะที่เป็นพลเมืองของสังคมไทย โดยโครงการ Factory Sandbox นี้ช่วยให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ส่งออกรายใหญ่ของประเทศ สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ ด้าน Mr. Ogawa Eiji  ผู้แทนนักลงทุนชาวญี่ปุ่น กล่าวเสนอประเด็นการลงทุนและการส่งออก พร้อมขอให้รัฐบาลสนับสนุนสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง ดังนี้ 1. สนับสนุนโครงการ Factory Sandbox ขยายไปยังสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยองให้มากขึ้น รวมถึงพิจารณาเรื่องการจัดสรรวัคซีนให้ประชาชนในชุมชนอย่างทั่วถึง 2. ช่วยพิจารณาการผ่อนปรนมาตรการการกักตัวให้สั้นลงจนกระทั่งการยกเลิก เพื่อให้การเดินทางระหว่างประเทศของภาคเอกชนเข้าสู่ภาวะปกติ 3. สนับสนุนโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยองต่อไป

เปิดตัว AI ตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้เงินแผ่นดินของหน่วยงานภาครัฐ

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการดำเนินโครงการพัฒนาต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจสอบ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) เริ่มจากโครงการนำร่องที่มีชื่อว่า “Artificial Intelligence for Performance Audit” หรือ AI for PA ซึ่งเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยในการวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลงานตรวจสอบการดำเนินงาน (Performance Audit) ซึ่งเป็นลักษณะงานตรวจสอบด้านหนึ่งของ สตง. โดยเป็นการตรวจสอบว่าการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพียงใด และจัดทำข้อเสนอแนะให้แก่หน่วยรับตรวจในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งถือเป็นการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเงินแผ่นดิน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ถูกนำมาใช้งานเป็น AI ทางด้านการประมวลผลภาษาหรือที่เรียกว่า Natural Language Processing โดยเป็นการนำมาประยุกต์ใช้สำหรับการพัฒนาระบบค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล โดยดูจากบริบทและความเชื่อมโยงของเนื้อหา ซึ่งจากการใช้เทคโนโลยี AI ดังกล่าวจะช่วยทบทวนข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น มองอย่างเป็นแบบแผน เพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่ค้นหา และค้นพบความความสัมพันธ์ระหว่างจุดของข้อมูลที่ถูกมองข้ามไป ทั้งนี้ ในอนาคต สตง. จะได้นำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ทางการเงินการคลัง โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไป

รัฐสภาไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เปิดช่องผู้รับทุนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. แถลงต่อที่ประชุมว่า ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาทั้งสิ้น 9 ครั้ง โดยได้มีการเชิญบุคคลภายนอกมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกด้วย โดยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต และที่ผ่านมารัฐได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่โดยที่ผู้รับทุนหรือนักวิจัยไม่สามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมได้ด้วยข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบของภาครัฐจึงไม่มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์ ทั้งการต่อยอดการวิจัยและต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม อีกทั้งเป็นแรงจูงใจให้มีการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพิ่มขึ้น จึงสมควรกำหนดให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เกิดจากเงินสนับสนุนของภาครัฐได้ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า เมื่อหน่วยงานผู้รับทุน ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย ได้เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม จะช่วยให้ Startup และ SME สามารถรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดจำนวน Startup และ SME ที่ใช้เทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดระบบเศรษฐกิจนวัตกรรมได้

ภาพที่หายไปของ “แวนโก๊ะ” ปรากฏโฉมครั้งแรกในพิพิธภัณฑ์กรุงเฮก

เว็บไซต์สำนักข่าวบีบีซี อังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 16 ก.ย. นักวิจัยของพิพิธภัณฑ์ในเนเธอร์แลนด์ ค้นพบภาพวาดใหม่ของแวนโก๊ะ ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เป็นภาพสเก็ตช์ด้วยดินสอดำ ชื่อ Study for Worn Out วาดโดย วินเซนต์ แวนโก๊ะ ในปี ค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425) ในช่วงเริ่มแรกของอาชีพศิลปิน มีลายเซ็น Vincent ที่มุมล่าง เป็นภาพลายเส้นกรรมกรชายชราสวมเสื้อกั๊ก กางเกงขายาว และรองเท้าบู๊ต นั่งบนเก้าอี้ไม้ ใช้กำปั้นกุมหน้าผาก ซึ่งขณะนั้นแวนโก๊ะมีอายุได้ 29 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเฮก และกำลังเรียนรู้การวาดภาพ หลักฐานที่แสดงว่าเป็นภาพของแวนโก๊ะจริงคือวัสดุที่ใช้ กระดาษสีน้ำที่มีลายน้ำเฉพาะ และร่องรอยด้านหลังของภาพที่ติดไว้กับกระดานวาดภาพตามสไตล์ของแวนโก๊ะ พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะระบุว่าที่ผ่านมาภาพนี้ถูกเก็บอยู่ในของสะสมส่วนตัวของครอบครัวชาวดัตช์ครอบครัวหนึ่งมาเป็นเวลานานกว่า 100 ปี นับเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นและไม่สามารถประเมินมูลค่าของภาพวาดภาพนี้ได้เลย พิพิธภัณฑ์จึงขอยืมมาแสดงให้ประชาชนได้ชม โดยจะแสดงตั้งแต่วันพฤหัสบดี (16 ก.ย.) ไปจนถึงวันที่ 2 ม.ค.ปีหน้า แล้วจะส่งคืนให้เจ้าของ