อีอีซี จับมือ มิตซูบิชิ เดินหน้าออโตเมชั่น พาร์ค ปั้นโรงงานอัจฉริยะหมื่นแห่ง

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันอออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร (EEC HDC) นายอัทสึชิ ทาเคทานิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO ร่วมกล่าวเปิดงาน EEC connecting Thailand and Japan Collaboration 2021 พร้อมด้วย ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากรและเทคโนโลยี สกพอ. นายวิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์ ผู้อำนวยการ EEC Automation Park และผู้ประกอบการญี่ปุ่นในไทยที่เกี่ยวข้องกว่า 200 ราย เข้าร่วมงาน เลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า การจัดงานฯครั้งนี้ แสดงถึงความสัมพันธ์และเข้มแข็งของภาคเอกชนญี่ปุ่นในพื้นที่อีอีซีที่มีมายาวนาน และยังคงต่อเนื่องเดินหน้ายกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมแบบดิจิทัล (Digital Manufacturing Platform) แม้จะเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งนำโดย บ. มิตซูบิชิฯ ที่ริเริ่มแนวคิด e-F@ctory Alliance พร้อมพันธมิตรเครือข่ายร่วมพัฒนา EEC Automation Park ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ให้เป็นฐานหลักขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ Robotics & Automation สร้างความเชื่อมโยง Ecosystem เอื้อให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาและปรับตัวไปสู่โรงงานอัจฉริยะใช้นวัตกรรมนำการผลิต เกิด Industry 4.0 ขึ้นจริงในพื้นที่อีอีซี ดึงดูดเงินลงทุนนวัตกรรมขั้นสูงจากนักลงทุนทั่วโลก คาดว่าการลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics & Automation) จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต ซึ่งคาดว่าใน 3 ปีข้างหน้าจะเกิดการลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนในพื้นที่อีอีซีไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท/ปี โดยปี 2565 ตั้งเป้าหมายให้โรงงานในอีอีซีเริ่มประยุกต์เตรียมความพร้อมสำรวจการออกแบบระบบและเชื่อมหาแหล่งทุนได้ไม่น้อยกว่า 200 แห่ง และตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะสามารถปรับสู่โรงงานอัจฉริยะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง Digital Manufacturing 4.0 ไม่น้อยกว่า 10,000 โรงงาน ยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ยกระดับรายได้แรงงานไทย ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมกันนี้ EEC Automation Park จะสามารถฝึกอบรมพัฒนาทักษะความชำนาญให้แก่บุคลากรที่จะเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะทักษะด้าน Robotics & Automation ได้มากกว่า 25 หลักสูตร โดยตั้งเป้าหมายจะพัฒนาให้ได้ประมาณ 2,000 คน/ปี และภายใน 5 ปี ได้สูงถึง 15,000 คน ยกระดับให้ไทยก้าวสู่ยุคใช้นวัตกรรมขั้นสูงต่อไป
AIAT แนะเร่งสร้าง “คนนวัตกรรม” ก่อนถูกหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ในอีก 50 ปี

ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) และราชบัณฑิต ในฐานะอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) เปิดเผยในงานแถลงข่าว “SIIT มอบ 100 ทุน ปั้นคนนวัตกรรม ผู้นำความเปลี่ยนแปลง” ว่า คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่านวัตกรรมเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ความจริงแล้วนิยามของนวัตกรรมคือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีประโยชน์ ฉะนั้นนวัตกรรมจึงมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเชิงสังคม เชิงธุรกิจ การจัดการต่างๆ โดยการใช้นวัตกรรมเข้าไปสนับสนุนจะช่วยให้เราสามารถสร้างรายได้ได้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวเชื่อว่าอีกประมาณ 50-60 ปี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ได้ หรือที่เรียกว่า Artificial General Intelligence (AGI) และอาจต้องใช้เวลาอีกกว่า 80 ปี กว่า AI จะเก่งกาจกว่ามนุษย์ หรือที่เรียกว่า Artificial Super Intelligence (ASI) อย่างไรก็ตามแม้ว่าปัจจุบันมนุษย์จะยังคงมีงานอยู่ แต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นรากฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เราจำเป็นจะต้องฝึกฝนสร้างคนนวัตกรรมที่พัฒนาไปกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ประเทศไทยต้องพยายามสร้างคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องใน Supply Chain ด้านนวัตกรรมให้ได้มากขึ้น เพราะการที่จะทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นและสามารถใช้งานได้จริง จำเป็นต้องมีคนหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมในกระบวนการ
GISTDA ใช้ดาวเทียม “เปลยาด” จับภาพเห็นชัด “ชัยภูมิ” น้ำเต็มเมือง
GISTDA เผยภาพจากดาวเทียม Pléiades (เปลยาด) ที่โคจรผ่านประเทศไทย ของวันที่ 29 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 11.14 น. พบพื้นที่น้ำท่วมบริเวณอำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิเต็มพื้นที่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วมด้วยข้อมูลจากดาวเทียม Pléiades (เปลยาด) พบว่าปัจจุบันชัยภูมิยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ประมาณ 230,000 ไร่ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชน และบริเวณริมแม่น้ำสายหลัก ลำน้ำย่อย รวมถึงเส้นทางการจราจร นอกจากนี้ ภาพจากดาวเทียมดังกล่าวจะเห็นว่ามีมวลน้ำปรากฏเป็นโทนสีน้ำตาล ซึ่งหมายถึงมวลน้ำที่มีอัตราการไหลช้า หรืออาจจะเป็นน้ำนิ่งในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมวลน้ำเหล่านี้จะไหลจากอำเภอเมืองชัยภูมิ เข้าสู่เขตอำเภอแวงใหญ่ และอำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือใกล้เคียง โดยเฉพาะแนวริมตลิ่ง ริมลำน้ำสายหลักสายรอง เฝ้าสังเกตสถานการณ์และติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
ททท. จ่อออกเหรียญดิจิทัลดึงนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักฟื้นเศรษฐกิจ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงการหารือกับสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมออกเหรียญดิจิทัลเพื่อใช้จ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพิ่มกำลังซื้อหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมเตรียมหารือกับบริษัทบิทคัพ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Bitkub) เพื่อร่วมพัฒนาแฟลตฟอร์มซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวแบบเดียวกับ Traveloka (แทรเวลโลกา) ให้เป็นแฟลตฟอร์มใช้จ่ายโดยเหรียญดิจิทัลได้ โดยจะเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2565 มุ่งเป้าชวนกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก กลุ่มร่ำรวย จากการลงทุนในเงินดิจิทัลมาเที่ยวเมืองไทย รวมถึงเตรียมพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวให้รับเงินดิจิทัลได้ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องหารือกับระดับนโยบายและศึกษาข้อกฎหมายด้วย
จินโกะ ยักษ์โซลาร์เซลล์ฮ่องกง ปักหมุดผุดโรงงานในเวียดนาม



















