เมื่อสองวันก่อน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ร่วมกับ บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริก EEC Automation Park และเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนไทย-ญี่ปุ่น จัดงาน EEC connecting Thailand and Japan Collaboration 2021 “Digital Manufacturing Platform” แสดงความพร้อมของ EEC Automation Park ที่ EEC ประสานความร่วมมือกับมิตซูบิชิ และได้จัดตั้งขึ้นแล้วที่ มหาวิทยาลัยบูรพา ผ่านการสนับสนุนให้ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นฐานการเร่งปรับสภาพขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใน อีอีซี ให้ก้าวสู่ระบบโรงงานอัจฉริยะ 4.0 ตอบโจทย์การพัฒนาการผลิตที่ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า สร้างทักษะแรงงาน และยกระดับการแข่งขันโดยรวมในโลกใบใหม่
ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. หรือ อีอีซี ได้ชี้ถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งของภาคเอกชนญี่ปุ่นในพื้นที่ อีอีซี ที่มีสัมพันธภาพอันดีและลงทุนในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง เมื่อโลกเศรษฐกิจปรับตัวเปลี่ยนไปก็ได้ช่วยยกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ดิจิทัล (Digital Manufacturing Platform) แม้เราต่างก็เผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19 ก็ตาม ทั้งนี้ ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ ทางบริษัทมิตซูบิชิฯได้คิดค้นและพัฒนาแนวคิด e-F@ctory Alliance พร้อมพันธมิตรเครือข่ายช่วยพัฒนา EEC Automation Park ที่ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อช่วยขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ Robotics & Automation สร้างความเชื่อมโยง Ecosystem หนุนภาคอุตสาหกรรมให้ปรับตัวสู่ระบบโรงงานอัจฉริยะด้วยนวัตกรรมที่ยกระดับการผลิตสู่ระดับ 4.0 ในพื้นที่ อีอีซี ซึ่งงานนี้จะช่วยดึงดูดการลงทุนนวัตกรรมขั้นสูงจากนักลงทุนทั่วโลกมาที่ไทย

การลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics & Automation) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ที่ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลิตภาพโดยรวมต่อหน่วยได้เกือบ 40% ซึ่งจากการดำเนินงานนี้คาดว่าใน 3 ปีข้างหน้าจะเกิดลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านบาท -เป็นการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท/ปี โดยปี 65 ตั้งเป้าหมายให้โรงงานในอีอีซี เริ่มประยุกต์ใช้เตรียมความพร้อมสำรวจการออกแบบระบบและเชื่อมหาแหล่งทุนได้ไม่น้อยกว่า 200 แห่ง และตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะสามารถปรับสู่โรงงานอัจฉริยะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง Digital Manufacturing 4.0 ไม่น้อยกว่า 10,000 โรงงาน ยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย-เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ยกระดับรายได้แรงงานไทย ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน
ดร.คณิศ ชี้ให้เห็นด้วยว่า หากเราไม่เร่งปรับสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไม่เร่งยกระดับปรับฐานให้แข่งขันได้จากวันนี้ถึง 5 ปีข้างหน้าเราจะไม่เหลืออะไร! จะไม่มีทางที่จะไปแข่งขันกับใครได้!
การพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี การสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาทุนมนุษย์ รวมถึงการปรับตัวยกระดับพัฒนาทักษะของบุคคลากรในประเทศตั้งแต่นี้ ให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน-แม่นตรง เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้า เป็นเรื่องที่จำเป็นยิ่งสำหรับการยกระดับการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและต่อเนื่องของโลกวันนี้!



ด้าน ประธาน JETRO หรือ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น อัทสึชิ ทาเคทานิ ผู้แทนจากญี่ปุ่น ได้ชี้ถึงความร่วมมือระหว่าง JETRO และอีอีซี ในการสนับสนุน Robotic & Automation ว่า JETRO จัดตั้งเว็บไซต์พิเศษแนะนำบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาบุคลากร รวมทั้งได้ร่วมมือกับ อีอีซี จัดสัมมนาและประชุมออนไลน์ สร้างโอกาสการลงทุนขึ้น จนได้มีการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างบริษัทญี่ปุ่นกับไทยแล้วกว่า 50 บริษัท และยังมีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ธุรกิจร่วมกันกว่า 60 ครั้ง ซึ่งทางญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยผ่านภาครัฐและเอกชน

โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Robotic & Automation ณ EEC Automation Park ที่ อีอีซีได้ขับเคลื่อนนี้จะเป็นฐานความร่วมมือสำคัญ พัฒนาอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ Industry 4.0 และการพัฒนาทักษะบุคลากรร่วมกันต่อไปในอนาคต โดยทางบริษัท มิตซูบิชิฯ ได้นำระบบโรงงานอัจฉริยะ e-F@ctory สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมขั้นสูง และพัฒนาระบบ SMKL (Smart Manufacturing Kaizen Level) ที่ใช้ประเมินระดับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในโรงงาน และยังมีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ทั้งด้าน IT (Information Technology) และ OT (Operation Technology) ในระบบ Factory Automation ที่มีความเสถียรและ Real Time จริง รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยุคดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

นี่คือส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวจาก อีอีซี ที่สำคัญในการพัฒนาความก้าวหน้า นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในทุกวันนี้ ซึ่งได้ดำเนินงานคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากร ที่หน่วยงานอย่าง คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ได้ขับเคลื่อนจัดปรับแนวทางการพัฒนาคนให้ตรงกับงานแบบ EEC Model ที่ตั้งเป้าหมายรวมภายใน 3 ปี มุ่งผลิตบุคลากรที่ก้าวหน้าด้านออโตเมชั่นและที่เกี่ยวข้องให้ได้ไม่น้อยกว่า 2 แสนคน และผลิตบุคลากรที่จะรองรับการพัฒนาดิจิทัล 5G ให้ได้ 5 หมื่นคนเป็นอย่างต่ำ

EEC Automation Park จะเป็นศูนย์เครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาบุคลากร (EEC-NET) ด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และยกระดับอุตสาหกรรมสู่โรงงานอัจฉริยะ มีสายการผลิตอัตโนมัติแบบดิจิทัลจากการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่ครอบคลุมพื้นที่อีอีซี 100% และมีบริการข้อมูลฮาร์ดแวร์-ซอฟท์แวร์ในการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการขับเร่งสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้น และ EEC Automation Park จะเป็นศูนย์ฝึก-พัฒนาทักษะความชำนาญให้ภาคอุตสาหกรรมและบุคลากรที่จะเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะทักษะด้าน Robotics & Automation ฯ รวมทั้งเป็นศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมที่ชำนาญการ ช่วยพัฒนายกระดับปรับตัวให้กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการความก้าวหน้าใหม่ ให้สามารถยกระดับปรับตัวพัฒนาระบบการผลิตให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มุ่งปรับสร้างให้ไทยก้าวสู่ยุคนวัตกรรมขั้นสูงต่อไป
นี่คือความเคลื่อนไหวในมุมดีๆ ที่ อีอีซี ขับเคลื่อนสร้างประเทศและท้องถิ่นอยู่อย่างแข็งแกร่ง

เรื่อง : Apichartology
อ่านข้อเขียนแนะแนวคิดการพัฒนาอีอีซี ที่เกิดขึ้นได้จริง กันต่อ
อีอีซี ความเคลื่อนไหวในความก้าวหน้าใหม่ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับศตวรรษแห่งเอเชีย












