“โค้ชลูกหนัง” เปรียบได้กับ “นักบริหารองค์กร” มีหน้าที่เชื่อมต่อกับเจ้าของกิจการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตามสายการบังคับบัญชา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากอุปมาอุปไมย “สโมสรฟุตบอล” เป็นบริษัท “ผู้จัดการทีม” ก็เทียบได้กับ “กรรมการผู้จัดการ” มีหน้าที่นำนโยบายของผู้ถือหุ้น หรือ Owner ไปปฏิบัติ ผ่านฝีไม้ลายฝือด้านการบริหาร
ผมเคยเขียนเรื่องราวทำนองนี้ที่ SALIKA ของเราแห่งนี้ ใน Series ขนาดยาว Boot Room Culture บริหารสโมสรฟุตบอลสมัยใหม่ Style “หงส์แดง” Liverpool

ไม่ว่าจะเป็น Organization Engagement: ความผูกพันในองค์กร
จาก Underdog Club สู่ Theory Z
จาก Boot Room Culture สู่ Shankly’s Philosophy
จาก Shanks’ Role ถึง Boot Room Inheritance
Formative Leadership ผู้สร้างบรรยากาศให้กับ Boot Room
King Kenny กับ Transformational Leadership
Legends of The Boot Room The Followership
“ผู้นําแฝด”และ Quite Leadership ของ “โปน”
The Gaffer กับ Transcendental Leadership
“ปู่รอย” และ The Return of The King
B-Rod กับ Persistent Leadership
จาก Boot Room ถึง Brain Trust และ Chaordic Leadership เบื้องหลังสําคัญของ The Conductor
จาก False 9 ถึง Quantum Leadership บริหาร “องค์กรสมัยใหม่” สไตล์ “หงส์แดง”
ในช่วงที่ฟุตบอล Premier League โม่แข้งกันมันส์หยด ช่วงคริสต์มาส และส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึง
ดังที่เรียนเอาไว้ในตอนต้น ว่า “โค้ชลูกหนัง” นั้น เปรียบได้กับ “นักบริหารองค์กร” มีหน้าที่เชื่อมต่อกับเจ้าของกิจการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตามสายการบังคับบัญชา
ดังนั้น เส้นทางสู่การเป็น “โค้ชฟุตบอล” จึงเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ ซึ่งนับเนื่องกันมานานแล้ว ว่า “โค้ชลูกหนัง” คือหนึ่งใน “อาชีพในฝันเยาวชนไทย”
เพราะนอกจาก จะเป็นอาชีพที่ยืนอยู่หน้า Spotlight ไม่แพ้ “นักฟุตบอล” หรือศิลปิน ดารา นักร้อง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งใน “อาชีพในฝันเยาวชนไทย” แล้ว หากพูดถึงเม็ดเงินรายได้ผลตอบแทน ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า “พ่อค้าแข้ง” หรือ Rock Star เลยแม้แต่น้อย
ผิดแผกแตกต่างกันก็ตรงที่ อาชีพ “โค้ชฟุตบอล” มักขึ้นลงไปตาม Form การเล่นของทีม คือ “เล่นดี-อยู่ได้” แต่ถ้า “เล่นพ่าย-เก็บกระเป๋า”
วันนี้ เราจึงอาสาพาไปดู เส้นทางสู่ “โค้ชลูกหนัง” อาชีพในฝันเยาวชนไทย กันสักตอนครับ
ก้าวแรกในเส้นทางสู่ “โค้ชลูกหนัง” ขออ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการของ “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์”
เริ่มต้นด้วย การอบรมหลักสูตร FA Thailand Introductory หลักสูตรเบื้องต้นของ “โค้ชลูกหนัง” ใช้เวลาเรียน 6 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รายวิชาประกอบด้วย
การพัฒนาเยาวชน
เทคนิคการเล่นฟุตบอลในแต่ละส่วน
การจัดการแข่งขัน
ฟุตบอลรากหญ้า
การสื่อสารระหว่างผู้ฝึกสอนกับนักกีฬา
เทคนิคและทักษะ
จากนั้นถ้าใจรักจริง ก็แคะกระปุก 27,000 บาท กับการอบรม AFC C-Certificate Coaching Course หลักสูตรเริ่มต้นของ “โค้ชลูกหนัง” กับการฝึกสอนนักฟุตบอลระดับเยาวชน รวมถึงการประกอบอาชีพ “โค้ชลูกหนัง” ในระดับไทยลีก 3 และ ไทยลีก 4 ใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 15 วัน รายวิชาประกอบด้วย
บทบาทของผู้ฝึกสอน
เทคนิคและทักษะ
การสื่อสารระหว่างผู้ฝึกสอนกับนักกีฬา
กลยุทธ์การเล่น
การพัฒนาระดับเยาวชนในแต่ละช่วงอายุ
วิทยาศาสตร์การกีฬา
ระบบพลังงานของร่างกาย
โภชนาการ
วิธีการของผู้ฝึกสอนในการออกแบบการฝึกซ้อม
กระบวนการฝึกซ้อม
และหากอยากก้าวหน้าไปอีกขั้น ก็เตรียม ATM ไปที่ตู้เพื่อถอนเงิน 38,000 บาท สำหรับค่าลงทะเบียน AFC B-Certificate Coaching Course (ต้องถือ C-Certificate อย่างน้อย 2 ปี) ผู้ผ่านหลักสูตรนี้ก็ขึ้นชั้นไปเป็น “โค้ชลูกหนัง” ระดับ “เดอะแชมเปี้ยนชิพ” และสามารถเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในระดับ “ไทยลีก” ใช้เวลาในการอบรม ช่วงแรก 15 วัน และช่วงที่ 2 อีก 5 วัน รายวิชาประกอบด้วย
การอบรมภาคสนาม
เจาะลึกเรื่องการฝึกซ้อม ในเรื่องของแทคติก
การแข่งขัน Small Side Game
รูปแบบการเล่นเฉพาะตำแหน่งตั้งแต่ กองหลัง กองกลาง และกองหน้า
การฝึกซ้อมในแต่ละช่วงวัย
การฝึกซ้อมในแต่ละช่วงของพื้นที่ในสนาม
การอบรมภาคทฤษฎี
ความเข้าใจในการแข่งขันแต่ละนัด
Fitness
ความเร็วและความคล่องตัว
Aerobic
การออกกำลังกายใน Gym
การฝึกซ้อมในภาคสนาม ในการสร้างสมรรถภาพ
การฝึกซ้อมในภาคสนามกับลูกฟุตบอล
ถ้ายังอยากก้าวต่อไปอีกขั้น คราวนี้คงต้องแบมือขอเงินผู้ปกครอง 60,000 บาท สำหรับจ่ายค่าเรียนหลักสูตร AFC A-Certificate Coaching Course (ต้องถือ B-Certificate อย่างน้อย 2 ปี) เรียนจบแล้ว สามารถเป็น “โค้ชลูกหนัง” ระดับสูงสุดภายในประเทศคือ “ไทยลีก” รวมถึงการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ (ทีมชาติ) ใช้เวลาในการอบรมแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก 17 วัน และช่วงที่ 2 อีก 10 วัน รายวิชาประกอบด้วย
การจัดการทีม
กระบวนการความคิด
ความเป็นผู้นำ
รูปแบบการเล่นเป็นทีม
การวางแผนกลยุทธ์แทคติกต่างๆ
Fitness
จุดสูงสุดของ “โค้ชลูกหนังไทย” ก็คือ AFC Pro Diploma Coaching Course (ต้องถือ A-Certificate อย่างน้อย 2 ปี) คราวนี้ต้องขอมรดกเจ้าคุณปู่ 500,000 บาท
โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้ จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ (ทีมชาติ) รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสโมสร และทีมชาติ ใช้เวลาในการอบรมแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้
ช่วงแรก 27 วัน
Fitness
การฝึกซ้อมในภาคสนาม และทฤษฎี
ช่วงที่สอง 23 วัน
เดินทางไปดูงานต่างประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลจากประเทศที่ได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล ทั้งจากสโมสร และทีมชาติ
ช่วงที่สาม เป็นช่วงระยะเวลาทำงานในรอบ 1 ปี หลังผ่าน 2 ช่วงแรก โดยจะมีการส่งรายงานการทำหน้าที่ตลอด 1 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าว
ช่วงที่สี่ 30 วัน จะเป็นช่วงเก็บงานทั้งหมด เพื่อนำเสนอ และสอบ













