การจะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จำเป็นต้องมีเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนพร้อมสรรพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนเข้าถึง นวัตกรรมการเงิน ที่จะนำไปสู่การทำธุรกิจที่ราบรื่น ลดความเสี่ยงกับ การลงทุนใน EEC และปูทางไปยังการทำธุรกิจอย่างมั่นคง
ด้วยการตระหนักในข้อเท็จจริงนี้ ทำให้ล่าสุด ได้เกิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การส่งเสริมการลงทุนและบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และบริษัททิพยประกันภัย ซึ่งเป็น 4 สถาบันการเงินและการประกันภัย ที่จะมาช่วยเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนให้ การลงทุนใน EEC เป็นไปอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ

โดยในพิธีลงนามความร่วมมือฯในครั้งนี้ มี อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีฯ ซึ่งความร่วมมือนี้สอดคล้องการกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเศรษฐกิจประจำปี 2564 สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ เมื่อวัที่ 19 ธันวาคม ปี 2564 ที่ผ่านมา
เปิดวิสัยทัศน์ขุนคลัง กับนโยบายส่งเสริมการลงทุน ฟื้นเศรษฐกิจไทย ปี 2565
ในโอกาสนั้น ขุนคลังของประเทศได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการลงทุน ในปี 2565 ว่า
“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประสานนโยบายการเงินการคลัง ดูแลเศรษฐกิจปีหน้าให้เติบโตขึ้น โดยปี 2565 อาจจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ประมาณ 4% ต่อปี”

“และเราตระหนักดีวว่าภาคที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากที่ผ่านมา คือ ภาคเกษตร ที่ปลายปีนี้ ก็มีเม็ดเงินจากรัฐบาลเริ่มออก คือ โครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร ซึ่งเฉพาะข้าว ในเดือน ธ.ค.ก็มีเม็ดเงินถึง 1.4 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ยังมียางพาราอีก ทั้งหมดนี้จะไปช่วยทำให้มีการใช้จ่ายในภาคชนบท”
“เราเห็นดัชนีต่างๆดีขึ้นเรื่อยๆ ด้านการบริโภค มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการบริโภคเพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน และ สูงสุดในรอบ 7 เดือน ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ส่วนด้านภาคอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน”
“ส่วนการลงทุนในปีงบประมาณ 2565 จะมีเม็ดเงินภาครัฐส่วนนี้ประมาณ 1 ล้านล้านบาท ทั้งงบฯ ลงทุนจากงบประมาณแผ่นดินราว 6 แสนล้านบาท จากรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจประมาณ 3 แสนล้านบาท และ จาก พ.ร.ก.กู้ ที่ยังมีเงินเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง”

รมว.คลัง กล่าวว่า นอกจากนี้ สิ่งสำคัญในปี 2565 จะต้องเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยพึ่งพาภายนอก ทั้งการส่งออกก ไปจนถึง นักท่องเที่ยวต่างประเทศค่อนข้างมาก แต่เมื่อวิกฤตโรคระบาดยังไม่จบ เราก็ต้องกลับมาพึ่งเศรษฐกิจในประเทศให้มากขึ้น
“โดยด้านหนึ่งต้องส่งเสริมธุรกิจสมัยใหม่ ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่อีกด้านก็ต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจในภาคชนบท ให้สถาบันการเงินมีบทบาทเฉพาะกิจเข้าไปช่วย ซึ่งรวมถึงการดูแลเอสเอ็มอี และการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพให้มากขึ้นด้วย”
“วันนี้ทางกระทรวงการคลัง ได้ผ่อนคลายระเบียบจัดซื้อจัดจ้างให้เอสเอ็มอีเข้าไปสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างได้ ภารกิจต่อไปจึงเป็นการแก้โจทย์ว่าทำอย่างไรให้โมเดิร์นเทรดกับเอสเอ็มอีเชื่อมโยงกัน ซึ่งตอนนี้เทรนด์ดิจิทัลมาแล้ว ก็จะพัฒนาเชื่อมตรงนี้ เป็นดิจิทัลซัพพลายเชน ไฟแนนซ์เชียล จะเชื่อมโยงทำให้เอสเอ็มอีได้เงินจากการขายของได้ทันที”

“อีกเทรนด์ที่สำคัญที่จะมากำหหนดอนาคตเศรษฐกิจ และการเงิน การคลัง ของไทย คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ซึ่งไทยก็มีข้อตกลงความร่วมมือไปแล้ว และเรื่องแรก ๆที่จะดำเนินการ คือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)”
“ทั้งนี้ รัฐบาลก็มีนโยบายขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งกระทรวงการคลังจะมีโคงสร้างภาษีไปสนับสนุน ซึ่งเป้าหมายไม่ได้หยุดแค่ปีหน้า แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นเครื่องยนต์อีวีมากขึ้น นอกจากนี้ บรรดาธุรกิจต่าง ๆที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น”
ความร่วมมือ 4 สถาบันการเงิน หนุน การลงทุนใน EEC รับปี 2565
ความร่วมมือระหว่าง สกพอ. และ 4 สถาบันการเงินครั้งนี้ เป็นไปด้วยวัตถุประสงค์หลักต่อไปนี้
เป็นกลไกสำคัญเพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบสถานการณ์โควิด-19
ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการธุรกรรมทางการเงินประเภทต่างๆ การพัฒนานวัตกรรมใหม่ด้านการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกระดับในพื้นที่อีอีซี
เสนอสินเชื่อรูปแบบพิเศษที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละกลุ่มสินเชื่อ โดยเฉพาะเพื่อยกระดับเกษตรกรไปสู่การทำธุรกิจการเกษตร และเข้าถึงบริการประกันภัยที่เหมาะสม
ลดความเสี่ยงผู้ประกอบการ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่อีอีซี เกิดความเข้มแข็งยกระดับรายได้ต่อเนื่อง
เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ซึ่งจะเป็นต้นแบบเพื่อนำไปใช้พัฒนาพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต
ทั้งนี้ ความร่วมมือของ 4 สถาบันการเงินดังกล่าว ได้ผลักดันให้เกิดธุรกรรมทางการเงิน ที่จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในพื้นที่ อีอีซี ที่สำคัญๆ ได้แก่
ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ อีอีซี
อาทิ สินเชื่อ SME EEC 4.0 ให้วงเงินกู้สูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน หรือสำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถกู้ได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อ SME Robotics and Automation เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ อีกทั้งยังได้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการให้บริการทางการเงินด้านการนำเข้า ส่งออก และ ช่วยการบริหารจัดการทางการเงินให้สะดวก ด้วยบริการต่างๆ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาตรการสินเชื่อพิเศษแก่เกษตรกร
เพื่อช่วยยกระดับเกษตรกรไปสู่การทำธุรกิจด้านการเกษตร และการแปรรูปเบื้องต้น รวมทั้งสินเชื่อเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพเกษตรกรไปสู่การทำการเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์และการเกษตรแม่นยำ เพื่อผลิตสินค้าการเกษตรมูลค่าสูง และวัตถุดิบเกษตร สมุนไพรคุณภาพสูง เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมยา อาหารเสริม และเทคโนโลยีชีวภาพ อาทิ สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย สินเชื่อนวัตกรรมดีมีทุน รวมทั้งการให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ให้การสนับสนุนและความร่วมมือในด้านการรวบรวมและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เชื่อมโยงช่องทางการตลาด

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย SME Bank พร้อมออกสินเชื่อพิเศษเยียวยาผู้ประกอบการ
ให้บริการออกสินเชื่อพิเศษแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และธุรกิจรายย่อยอื่นๆ ทั้งภาคการผลิต และบริการ เพื่อฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และบ่มเพาะให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเหล่านี้ได้เติบโตไปสู่การเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อฟื้นฟูกิจการหลังโควิค-19 สินเชื่อ SME เพื่อรีไฟแนนซ์ ลงทุนปรับปรุง ขยายธุรกิจ และเสริมสภาพคล่อง
ทิพยประกันภัย สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประกันวินาศภัยในพื้นที่ EEC
บริษัททิพยประกันภัยสนับสนุนให้คำปรึกษาแนะนำผู้ประกอบการและนักลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการประกันวินาศภัยและเงื่อนไขความคุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย รวมถึงเรื่องของความเสี่ยงภัยที่เกี่ยวข้องกับแต่ละภาคธุรกิจ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและลดความเสี่ยงภัยเสริมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุน
หลากหลายมาตรการ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC
นิคมอุตสาหกรรม TFD เปิดทำเลทองรับนักลงทุน พร้อมประกาศ ‘ความมั่นคงด้านน้ำ’ นิคมแรกในพื้นที่ EEC
EV conversion จากอุตสาหกรรมการเปลี่ยนผ่าน สู่อุตสาหกรรมส่งออก











