EECMd ปลดล็อคศักยภาพประเทศ สู่ Medical valley แห่งภูมิภาคของไทย

การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ไม่ได้โฟกัสอยู่แค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทุกด้านให้พร้อมสำหรับการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศมาในพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งนี้เท่านั้น แต่ยังสร้างองค์ประกอบที่ครบถ้วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อดึงดูดการลงทุนเฉพาะด้าน ที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-curve ด้วย

โดยหนึ่งในนั้น คือ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ พัทยา หรือ EECMd ว่าที่ Medical valley ของไทย ซึ่งเชื่อว่าใครหลายคนอยากรู้ว่า ล่าสุด โครงการนี้ ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และในโครงการนี้ประกอบไปด้วยองค์ประกอบอะไรบ้าง รวมถึงจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่ของไทยไปได้แค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบจากงานแถลงข่าว EECMd Vision 2024 มาบอกกัน

เปิดโครงสร้าง EECMd เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน อุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่ ในพื้นที่ EEC

EECMd หรือ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา โดยมุ่งหวังให้เป็น ต้นแบบศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร โดยครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพแบบครบวงจร และทางคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้วางแผนผังของที่นี่ให้เป็น สมาร์ทซิตี้ และ สมาร์ทแคมปัส และในส่วนที่เป็น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ก็จะสร้างให้เป็น Digital Hospital ด้วย

รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

โดยการก่อสร้าง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จะเปิดมิติใหม่ทางการแพทย์ ไม่ได้แค่เติเต็มให้ประชากรในพื้นที่ EEC เข้าถึงบริการทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริมการลงทุนทางการแพทย์ ด้วยนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EECMd ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมาก เพราะช่วยขยายศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ใน EEC ก่อให้เกิดการพัฒนาทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนทางการแพทย์ในพื้นที่ EEC
นอกจากนี้ ทาง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ยังต้องการพัฒนาศูนย์การแพทย์ ที่ให้การรักษาพยาบาล โดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการให้บริการสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง พร้อมสร้างผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และงานวิจัยทางการแพทย์ ที่ช่วยพัฒนาวงการแพทย์ไทย ให้ก้าวไกลต่อไป
สำหรับ เมดิคัลฮับ ของ EECMd ประกอบด้วย 5 ส่วนงานย่อย ได้แก่
  • 1. พัฒนาโรงพยาบาลเพื่อให้บริการชุมชนในท้องถิ่น
  • 2. วางแผนผลิตบุคลากรทางการแพทย์ โดยจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ สาธารณสุข พยาบาล และการดูแลผู้สูงวัยในแบบเฉพาะและผสมผสาน
  • 3. ศึกษาวิจัยและสร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์
  • 4. จัดตั้งศูนย์สุขภาพสำหรับพัฒนาและรองรับการเติบโตด้านการดูแลกลุ่มผู้สูงวัยทั้งในพื้นที่และชาวต่างชาติ
  • 5. เป็นฐานความร่วมมือกับต่างประเทศและเอกชนเสริมความแข็งแกร่งด้านการแพทย์ครบวงจร

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา
รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อัปเดตเมกะโปรเจกต์ “รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” ผ่าน EECMd Vision 2024 กับ รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา

โดยในวันนี้ ความหวังที่จะได้เห็น EECMd เกิดขึ้นในพื้นที่ EEC ใกล้ความจริงเข้ามาทุกที หลังจากที่ทางธรรมศาสตร์ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างโรงพยาบาลต้นแบบ “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” ซึ่งจะเป็น Digital Hospital และเป็นโครงการนำร่องสู่การเป็น Medical Hub ของไทย
รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ว่า
“ประเทศไทยมีความรู้ความสามารถนด้านการแพทย์ในระดับสูง เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เราใช้ก็ไม่แพ้ชาติใดในภูมิภาคนี้เลย นอกจากนั้น ประเทศไทยเรายังมีความสามารถทางด้านบริการ อย่างอาชีพพยาบาลไทย ก็เป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนความรู้ความสามารถของแพทย์ก็พัฒนาไปถึงผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ด้วยต้นทุนที่เรามีนี้ ทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบของ Medical hub ของไทยขึ้น”

“และการจะเป็น Medical hub ได้จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ
1. Academic hub คือ การพัฒนาด้านการศึกษา การเรียนการสอน ที่ต้องสอนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาคนให้สอดคล้องกับนโยบายของง Medical hub
2. Research hub การพัฒนางานวิจัย โดยทั้ง 2 ส่วนนี้ พบว่า ต้องอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย
3. Products hub ซึ่งในตอนนี้อยู่ในภาคของเอกชน เป็นส่วนที่ผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่ควรต้องไปเชื่อมกับ Research hub โดยเป็นการวิจัยที่ถูกพัฒนาออกมาเป็นสินค้า ผลิตภัณฑ์ ที่นำไปวางจำหน่ายได้ ซึ่งเป็การวางอยู่บนพื้นฐานว่า “งานวิจัยต้องไม่ขึ้หิ้ง” หรือเป็นงานวิจัย ที่วิจัยแล้วเปล่าประโยชน์
4. Service hub ซึงขณะนี้ โรงพยาบาลเอกชนหลายโรงพยาบาล ทำหน้าที่เป็น Medical hub ทางด้าน Service อยู่
มาถึงตอนนี้ รศ.นพ.กัมมาล เน้นย้ำว่า “ดังนั้น ถ้าจะทำให้องค์ประกอบทั้ง 4 ด้านนี้ครบนี้ ต้องมีการทำงานร่วมกับ มหาวิทยาลัย” จากนั้นจึงได้กล่าวต่อถึงโปรเจกต์การสร้าง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ว่า
“ในตอนเริ่มแรก ที่ยังไม่มีแผนการสร้างโรงพยาบาลขึ้นในพื้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ทางธรรมศาสตร์ ก็ตั้งใจจะทำให้พื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 580 กว่าไร่ นี้เป็น มหาวิทยาลัย แต่ต้องยอมรับว่า ด้วยวิกฤตด้านประชากรที่เกิดใหม่ลดลง ทำให้จำนวนนักศึกษาก็ลดลงไปด้วย กอปรกับแนวโน้มการศึกษาเป็นการเรียนแบบออนไลน์ ทำให้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจนำพื้นที่นี้ไปจดทะเบียนเป็นพื้นที่ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ”
“โดยผลของการจดทะเบียนนี้ จะทำให้ภาคเอกชนได้สิทธิทางภาษี ประมาณ 11-13 ปี (แล้วแต่กรณี) กรณีต่อมา จะได้สิทธินำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามา ต่อไปเป็นเรื่องของ Residential ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญมาพักอาศัยในประเทศพร้อมครอบครัวได้”
“และเมื่อพื้นที่นี้ได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมฯ แล้ว ถ้าธรรมศาสตร์ออกแบบพื้นที่นี้ได้ถูกต้อง เราก็จะเป็นต้นแบบของประเทศ ที่มีองค์ประกอบ 4 ส่วนของ Medical hub อยู่ด้วยกัน”

โฉมหน้าใหม่ของวงการแพทย์ไทย ที่จะได้เห็นใน EECMd

จากนั้น รศ.นพ.กัมมาล ยังได้อัปเดตถึง แนวทางการสร้าง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ให้เป็น Digital Hospital แบบครบวงจรว่า
“ในโรงพยาบาลต้นแบบที่จะสร้างขึ้นนี้ ได้วางโมเดลไว้ว่า จะมี คุณลักษณะ 5 ประการ โดยธรรมศาสตร์ คิดอยู่บนพื้นฐานว่า นอกเหนือจากโรงพยาบาลที่ทำแล้ว เรายังมีชุมชนด้วย และระบบดิจิทัลนี้ จะเชื่อมกับระบบชุมชนได้อย่างไร ด้วยการตอบโจทย์ประเด็นนี้ จึงนำมาซึ่งการออกแบบระบบให้เป็น Total digital health solution”

“โดยไอเดียนี้เกิดจาก เมื่อธรรมศาสตร์ประกาศตัวว่าเป็น EECMd ก็มีภาคเอกชน มานำเสนอบริการ เครื่องมือ อุปกรณ์ทาการแพทย์มากมาย ซึ่งพบว่าแต่ละองค์ประกอบที่กล่าวมา อยู่แยกกันหมด ธรรมศาสตร์จึงออกแบบระบบแล้วทำ System Integration หรือ SI เพื่อเป็นการเชื่อมโยงทุกสินค้า บริการ นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่ได้รับการนำเสนอมานี้เข้าด้วยกัน ดดยบางส่วน ธรรมศาสตร์ก็ทำเอง บางส่วนธรรมศาสตร์ก็ใช้ของภาคเอกชนที่เสนอเข้ามา”

“ทั้งนี้ การรวบรวมทุกอย่างที่กล่าวมา ก็ทำเพื่อตอบโจทย์คุณลักษณะที่ควรจะเกิดขึ้นใน Digital hospital ภายใต้การตอบคำถามที่เราตั้งไว้เป็นธงว่า
  • เป็นไปได้หรือไม่ที่คนไข้จะเดินเข้ามาในโรงพยาบาล โดยทำเวชระเบียนมาจากบ้าน ไม่ต้องมายืนรอที่ฝ่ายเวชระเบียน มาถึงโรงพยาบาล ก็แค่เอาคิวอาร์โค้ดที่ได้รับจากการลงทะเบียนไปแตะที่เครื่อง
  • เป็นไปได้ไหม ที่เมื่อแตะแล้ว จะขึ้นคิวที่ได้รับเลย ไม่ต้องไปผ่านเจ้าหน้าที่คิวอีก
  • เป็นไปได้ไหม ที่มีหุ่นยนต์นำทางสำหรับผู้ที่พิการ หรือไม่สะดวกในการเคลื่อนไหว หรือมีรถที่พาผู้ป่วยไปที่สถานที่ตรวจ
  • เป็นไปได้ไหม ที่แพทย์สั่งการรักษา แล้วคนไข้เข้าไปรับยา หรือไปรับยาที่บ้าน
“ทั้งหมดนี้ ธรรมศาสตร์ได้ออกแบบระบบที่จะเกิดขึ้นใน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ต้นแบบ Digital hospital ของไทยไว้เพื่อตอบโจทย์ “ความเป็นไปได้” ทั้งหมดที่กล่าวมา ภายใต้คำนิยามของ “Cell concept” ที่จะทำให้ทุกการให้บริการทางการแพทย์ ครบ จบ เบ็ดเสร็จ ในตัว
“แล้วในคนไข้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่จะทำเช่นนี้ได้ เราก็ขอความความช่วยเหลือกับเครือข่าย อสม. ของไทย ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ให้ไปดูแลคนไข้ในชุมชน แล้วรวบรวมข้อมูลส่งมาในรูปแบบออนไลน์กลับมาที่ระบบกลางของโรงพยาบาล”
“นอกจากนั้น ธรรมศาสตร์ ยังวางแผนไว้ว่า ถ้าธรรมศาสตร์มี Command center ไว้สั่งการในการปรึกษาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ จากบ้านคนไข้ จาก อสม. จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ซึ่งถ้าเป็นแค่ข้อมูล เราจะเรียกว่า Telecare แต่ธรรมศาสตร์ ยกระดับบริการด้านนี้ไปไกลกว่านั้น คือ ให้ส่งข้อมูลการตรวจมาได้ด้วย”
“โดยจุดประสงค์ของการทำการให้บริการในโรงพยาบาลในโมเดลของ Cell Center ก็เพื่อตอบโจทย์ SDGs หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และตอบสนองและบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เราไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อสังคมเท่าเทียมกัน ประเทศก็จะเจริญ โดยส่วนนตัวผมคิดว่านี้เป็นประเด็นใหญ่ที่เราต้องขับเคลื่อน เพราะต้องยอมรับว่าในประเทศไทยมีความต่างระหว่างคนจนและคนรวยมาก”
“ต่อมา ในแง่ของการเชื่อมระบบ การสร้าง Digital Hospital ของธรรมศาสตร์ ที่กำลังทำอยู่นี้ คือ การทำ Sandbox อย่างที่ใครๆพูดกัน แต่สำหรับผม ขอนิยามใหม่ เพราะ Sandbox มันล้มได้ ทลายได้ แต่สิ่งที่เราทำอยู่นี้ คือ การทำ Concrete box ที่ทำแล้วต้องมั่นคง ใช้การได้ ทำแล้วสำเร็จเท่านั้น”

แพทย์

ไม่ใช่แค่ Medical hub แต่ EECMd คือ Medical valley ของไทย

1 โรงพยาบาล 1 Wellness Center 1 Intermediate Care Center (หรือการรักษาระยะพักฟื้น) 1 Health Resort 1 Senior Living ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ รศ.นพ.กัมมาล สื่อสารว่า จะเกิดขึ้นแน่ที่ EECMd โดย รศ.นพ.กัมมาล ยืนยันว่า จะยกระดับ EECMd ให้ไม่ได้เป็นแค่ Medical hub แต่เป็น Medical valley ครบวงจรของไทย
“ถ้าใช้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน จะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน โดยทั้งหมดน่าจะเสร็จไม่เกินปี 2566 – 2567 โดยในตอนนี้ธรรมศาสตร์วางเรื่องการลงทุนไว้ประมาณ 8 พันล้านบาท และการลงทุนนี้จะมาจากนักลงทุนไทยประมาณครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งจะมาจากนักลงทุนต่างชาติ”
“และในอนาคต เรายังได้วางแผนที่จะพัฒนาสมุนไพรไทย โดยทำเป็นโครงการลงทุนร่วมกับสหรัฐอเมริกา  โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท และมีการร่วมลงทุนในด้านการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ด้วย”
“ส่วนแผนในปี 2565 นี้ เราได้เดินหน้าทำชุดต้นแบบ Digital Health สำเร็จ จากนั้น จะมีการโรดโชว์ เพื่อทำให้องค์กรสาธารณสุขต่างๆในพื้นที่ให้การยอมรับ และเชื่อมข้อมูลเข้าหากัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ และจะมีการแสวงหาผู้ร่วมลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือกับ คณะกรรมการ EEC ต่อไป”

ที่มา : เรียบเรียงจาก รายการ EEC Focus วันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565


การพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย อีกหนึ่งตัวแปร ที่จะนำไปไปสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้เร็วขึ้น

4 ปัจจัย พลิกชะตา ‘การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์’ ให้เป็นต่อ ก้าวสู่ World-Class Medical Hub อย่างยั่งยืน

เปลี่ยนกับดักเป็นแนวทางพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย ให้ทำงานร่วมกับ ‘หุ่นยนต์การแพทย์’ แบบไม่หลงทาง

เจาะลึกอนาคต ‘อุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่’ ของไทย ที่ต้องฝากไว้กับ Personalized Healthcare