ในขณะที่ทั่วโลกต่างตื่นตัวกับการปั้นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เลือกที่จะขานรับ SDGs อย่างจริงจัง ด้วยการเดินหน้าปั้นเมืองยั่งยืน (Sustainable City) ที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของประเทศ
ทั้งนี้ในระดับสากลจะเห็นว่ากรอบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระยะเวลายาวนาน รวมถึงมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่ชัดว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้เป็นกรอบแนวคิดการบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลของระหว่างความต้องการทรัพยากรพื้นฐานกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ขณะเดียวกันจากการที่ปัจจุบันความเป็นเมืองได้ขยายขอบเขตและมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องอันเกิดจากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น การย้ายถิ่นฐาน และและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีกรอบแนวคิดการพัฒนาเมืองยั่งยืน เพิ่มขึ้นในระดับสากลและนำไปสู่ข้อตกลงระหว่างประเทศ “Sustainable Development Goals (SDGs) 2030”
โดยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ ขจัดความยากจน ขจัดความหิวโหย สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การศึกษาที่มีคุณภาพ ความเท่าเทียมทางเพศ น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
กระนั้น โดยมากแล้วเมืองต่างๆ ทั่วโลก แม้จะมีแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแต่ก็ได้สอดแทรก SDGs เข้ากับแผนพัฒนาเมืองโดยรวม แต่มีน้อยมากที่จะหยิบยกหรือชูจุดขายความเป็น “เมืองยั่งยืน” อย่างจริงจังและเด่นชัด โดยเฉพาะจากการขับเคลื่อนโดยภาคเอกชนด้วยการชูจุดขายนี้ ที่สอดรับกับนโนบายของภาครัฐ
เมืองยั่งยืน (Sustainable City) คือ เมืองที่มีแนวทางการจัดการที่คำนึงถึงทุกๆ ด้านในกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนตามบริบทสากล (International Framework) ด้วยการการบูรณาการในทุกๆ ด้านของเมืองให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างสมดุล เพื่อการรักษาทรัพยากรที่มีอยู่ให้เสื่อมสลายน้อยที่สุดหรือให้คงทนมากที่สุด
สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศสร้างเมืองใหม่ที่ยั่งยืนขนาด 397,000 ตร.ม. บนเกาะยาสในอาบูดาบี เมืองหลวงของประเทศมหาเศรษฐีแห่งตะวันออกกลาง ที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP Per Capita) ในปี 2564 อยู่ที่ 43,537.69 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,435,093 บาท)
การก่อสร้างเมืองที่ยั่งยืนมูลค่า 1,800 ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) หรือ ราว 16,156 ล้านบาท มีกำหนดเริ่มในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และตั้งเป้าจะแล้วเสร็จภายใน 30 เดือน
โดย Aldar Properties ซึ่งตั้งอยู่ในอาบูดาบี และ Diamond Developers ของดูไบ ได้ลงนามในข้อตกลงในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนและมีเอกลักษณ์ขึ้นที่เกาะยาส
เมืองที่ยั่งยืน ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะยาส (ทางตอนเหนือของเกาะ) ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “The Sustainable City-Yas Island” จะประกอบด้วยทาวน์เฮาส์และอพาร์ทเมนท์ 864 หลัง และมีพื้นที่ค้าปลีก 3,000 ตร.ม. โดยทั้งเมืองนี้จะใช้พลังงานหมุนเวียน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 100%

“เมืองที่ยั่งยืนบนเกาะยาสจะมีองค์ประกอบทั้งหมดของการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพสูง และจะเสริมความมุ่งมั่นของ UAE ในการลดคาร์บอนตามแผน Net Zero ภายในปี 2593” Jonathan Emery ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Aldar Development กล่าว และบอกอีกว่า “การพัฒนาดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับลูกค้าของเราในใจกลางของเกาะยาสที่เป็นที่ต้องการอย่างสูง”
ทั้งนี้ แนวคิดและรูปแบบการทำงานของแบรนด์ ‘The Sustainable City’ ของ Diamond Developers ในดูไบ เป็นชุมชนที่ดำเนินการได้ตามมาตรฐานความยั่งยืนแห่งแรกในตะวันออกกลาง ขณะที่ปีปีที่แล้ว Aldar Properties ได้ลงนามในวงเงินมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับ HSBC เพื่อดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ทำให้ Aldar Properties เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในภูมิภาค MENA (กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ) ที่เข้าร่วมการจัดการด้านการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน
โดย Faris Saeed ประธาน Diamond Developers กล่าวว่า “การจำลองแบบที่ประสบความสำเร็จและการเติบโตอย่างรวดเร็วของการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลกนั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน”
“เรายินดีที่ได้ร่วมมือกับ Aldar ผู้พัฒนาชั้นนำของอาบูดาบี และเชื่อว่าข้อตกลงนี้มอบโอกาสที่สำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ ระหว่างกัน ในขณะที่เราทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เราจะร่วมกันปูทางไปสู่วิวัฒนาการของโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนมากขึ้น และเป็นเส้นทางที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero”

แผนแม่บทของ The Sustainable City-Yas Island แสดงให้เห็นการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน โดยกำหนดให้เป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยปลอดรถยนต์ พร้อมมอบสิ่งอำนวยความสะดวกในการรีไซเคิล รวมถึงการทำฟาร์มแนวตั้งในที่ร่ม และนอกเหนือจากองค์ประกอบที่อยู่อาศัยและการค้าปลีกแล้ว การพัฒนาเมืองยั่งยืนนี้จะมีศูนย์ขี่ม้า มัสยิด เส้นทางปั่นจักรยานและจ็อกกิ้ง และพื้นที่ภูมิทัศน์ที่กว้างขวาง
โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่เลือกปั้นเกาะยาสในอาบูดาบีให้เป็นเมืองยั่งยืนก็เป็นเพราะต้องการต่อยอดชื่อเสียงของอาบูดาบี ในฐานะที่เป็นเมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ประจำปี 2565 โดยผลสำรวจจาก Numbeo ระบุว่า กรุงอาบูดาบีได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ประจำปีนี้ที่ดัชนี 88.4 นับเป็นการยืนหนึ่งเหนือตาราง 6 ปีซ้อนติดต่อกัน และยังมีอีก 2 รัฐใน UAE ได้แก่ รัฐชาร์จาห์ และรัฐดูไบ ที่ติดอันดับในรายชื่อเมืองที่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน ในอันดับที่ 4 และ 7 ตามลำดับ (ผลสำรวจนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีเหตุการณ์กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนโจมตีคลังน้ำมันในกรุงอาบูดาบีเมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา รวมถึงใช้จรวดและโดรนโจมตีสนามบินทั้งในอาบูดาบีและดูไบด้วย)
ที่มา :
- Abu Dhabi: Dh1.8 billion sustainable city coming up on Yas Island
- Aldar to develop Dhs1.8bn The Sustainable City – Yas Island project in Abu Dhabi













