พลันเมื่อ UN Climate Change Conference (COP26) หรือ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ที่เมือง Glasgow ประเทศ Scotland เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
“จีน” ก็ประกาศถึงการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ว่า “จีน” มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ให้ Winter Olympic 2022 ครั้งนี้ เป็น Green Olympic หรือ “โอลิมปิกสีเขียว”
โดยนอกจากจะเป็นการประกาศครั้งสำคัญของประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์แผนการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับกับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติครั้งสำคัญนี้แล้ว
ยังเป็นการวางกรอบนโยบายเพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้นำ “พลังงานสะอาดโลก” ในอนาคตอีกด้วย
ผลลัพธ์ทางรูปธรรมก็คือ “โอลิมปิกฤดูหนาว” ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 4-20 กุมภาพันธ์นี้ มีสโลแกนว่า Winter Dream หรือ “ความฝันแห่งฤดูหนาว”
ที่ทางการจีนได้ประกาศวาดหวัง ว่าจะให้เป็น “มหกรรมกีฬารักษ์โลก” ด้วยการให้ความสำคัญกับนโยบาย “พลังงานสะอาด” และ “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
ซึ่งถือเป็นครั้งแรกใน “ประวัติศาสตร์โอลิมปิก” ที่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้ประกาศใช้เทคโนโลยี Carbon Dioxide Trans-Critical Direct Cooling ในการทำน้ำแข็ง ซึ่งลดการใช้พลังงานได้กว่า 40% เมื่อเทียบกับวิธีเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 119 มาตรการ ภายใต้ 12 แผนปฏิบัติการแห่งความยั่งยืน
ย้อนหลังกลับไปในปี ค.ศ.1908 ไม่น่าเชื่อว่า การที่นิตยสาร Tianjin Youth ได้กล้าตั้งคำถามตัวโตๆ เอาไว้ว่า “เมื่อไหร่ที่จีนจะได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก”
โดยชาวจีนทั่วโลก ต้องรอนานถึง 100 ปีให้หลัง! กว่าที่ “จีน” จะได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพ “โอลิมปิกฤดูร้อน 2008” และในปีนี้ กับการจัดการแข่งขัน “โอลิมปิกฤดูหนาว 2022”
Winter Dream ที่ “จีน” ประกาศออกมา จึงนอกจากจะสะท้อนถึงความสำเร็จในการสานฝันเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวของ “จีน” ด้วยการมุ่งหวังให้ “ชาวจีน” หันมาเล่นกีฬาฤดูหนาวกันมากขึ้นแล้ว
ยังถือเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่จะส่งให้ “จีน” ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านการกีฬา ผ่านการสนับสนุนกีฬาฤดูหนาว และภาคีโอลิมปิกฤดูหนาวทั่วโลก
เหนือไปว่านั้น การที่ “สี จิ้นผิง” กำลังเป็นผู้นำในการเปลี่ยน “จีน” ให้เป็นมหาอำนาจด้านการกีฬาอย่างครบวงจร หลังจากที่คว้าจ้าวเหรียญทองโอลิมปิกฤดูร้อนมาแล้วหลายสมัย
ประธานธิบดีจีนคนปัจจุบันระบุว่า เป้าหมายหนึ่งภายใต้ความฝันของจีนในการฟื้นฟูประเทศก็คือกีฬา นอกเหนือไปจากการทะยานขึ้นเป็น “มหาอำนาจโลก” ไปแล้วในหลายด้าน!
หลังจากที่ “ปักกิ่ง” ได้เฉลิมฉลองกับการได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นให้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกรอบที่ 2 หรือ “โอลิมปิกฤดูหนาว 2022” ตามหลังการเป็นเจ้าภาพ “โอลิมปิกฤดูร้อน 2008”
ส่งผลให้ “ปักกิ่ง” เป็น “เมืองแรกของโลก” ที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทั้ง “โอลิมปิกฤดูร้อน” และ “โอลิมปิกฤดูหนาว”

“สี จิ้นผิง” กล่าวว่า “การที่จีนได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ จะช่วยสร้างเสริมความเข้าใจระหว่างจีนกับนานาอารยะประเทศ รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ชาวจีนกว่า 1,500 ล้านคนทั่วทุกมุมโลก หันมาให้ความสนใจเล่นกีฬาฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ช่วยกันสนับสนุนและส่งเสริมจิตวิญญาณของโอลิมปิกอีกด้วย”
โอลิมปิกของเราต้องเปี่ยมด้วยความอัศจรรย์ ความพิเศษ และความเป็นเลิศ ตามแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุม เปิดกว้าง และใสสะอาด “สี จิ้นผิง” กระชุ่น
“สี จิ้นผิง” กล่าวต่อไปว่า “จีน” ได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนใน 3 ส่วน ได้แก่
1. การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม
2. การพัฒนารูปแบบใหม่ในภูมิภาค
3. การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โอลิมปิกฤดูหนาว 2022 จึงเป็นต้นแบบกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาร่วมกันของ “ปักกิ่ง” “เทียนจิน” และ “เหอเป่ย” “สี จิ้นผิง” กล่าว และว่า
“การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 เป็นอุบายหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างรอบด้าน”
รากฐานของการเป็นมหาอำนาจด้านการกีฬาก็คือ การทำให้กีฬามีความแพร่หลาย “สี จิ้นผิง” สรุป
“สี จิ้นผิง” ไม่ปฏิเสธว่า เขามีความกระตือรือร้นที่จะเปลี่ยน “ประเทศจีน” ให้กลายเป็นมหาอำนาจด้านกีฬาฤดูหนาวอย่างจริงจัง หลังจากที่เป็นมหาอำนาจกีฬาฤดูร้อนมาแล้ว
ก่อนหน้านี้ “กีฬาฤดูหนาว” ใน “จีน” เป็นเพียง “งานอดิเรก” ของแขกต่างชาติ เพราะมีราคาแพง
ทว่า ในปัจจุบัน “สี จิ้นผิง” ได้ตั้งเป้าส่งเสริมให้ชาวจีน 300 ล้านคนเล่น “กีฬาฤดูหนาว” ภายในปี ค.ศ. 2025 ด้วยการบรรจุกีฬาฤดูหนาวไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาราว 2,000 แห่งทั่วประเทศ
ด้วยเหตุนี้ “ชาวจีน” จึงหันมาสนใจกีฬาฤดูหนาวกันมากขึ้น อาทิ สเก็ตน้ำแข็ง และสกี
ย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว “จีน” มี “สกีรีสอร์ต” เพียง 460 แห่ง แต่ ณ ปัจจุบัน “จีน” มี “สกีรีสอร์ต” เพิ่มขึ้นมากถึง 770 แห่ง!
ในอดีต อำเภอฉงหลี่ เมืองจางเจียโข่ว เคยเป็นอำเภอที่ยากจนมาก ประชากรกว่า 100,000 คนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน จากการทำการเกษตรเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี ดินแดนภูเขาแห่งฉงหลี่ ได้รับพลิกโฉมให้กลายเป็น “สวรรค์ของนักเล่นสกี” และเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬา “โอลิมปิกฤดูหนาว 2022” เกือบทุกรายการ!
หนังสือพิมพ์ New York Times ได้ประกาศยกย่องฉงหลี่ ให้เป็นหนึ่งใน 52 จุดหมายปลายที่ “นักเล่นสกี” ห้ามพลาด!
ทุกวันนี้ ผู้คนใน “ฉงหลี่” ได้หลุดพ้นกับดักความยากจนอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยการที่ประชากรกว่า 30,000 คน ได้ทำงานใน “สกีรีสอร์ต”
และแน่นอน การมีส่วนร่วมของ “ชาวฉงหลี่” กับ “โอลิมปิกฤดูหนาว” ปักกิ่ง 2022 ที่กำลังมาถึงนั่นเองครับ!
ภาพประกอบ :
























