‘เดวิด เบ็คแฮม’ ปังไม่ไหวกับธุรกิจใหม่ EV Conversion การันตีด้วยยอดจองยกเครื่องรถเต็มถึงปี 2023

เอ่ยชื่อ เดวิด เบ็คแฮม David Beckham แม้จะไม่ได้อยู่ในแวดวงคนรักกีฬาฟุตบอล ก็เชื่อว่ามีน้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะทั้งความหล่อเหลาระดับนายแบบ และความเก่งกาจในฐานะนักเตะในตำนานเมืองผู้ดี ทำให้เบ็คแฮมโด่งดังและเป็นที่รู้จักในระดับโลก

โดยเฉพาะในยุคที่เขาเป็นนักฟุตบอลในทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่เติบโตมาจากรังโอลแทรฟฟอร์ด เพราะเขาได้เซ็นสัญญาเยาวชนกับสโมสรแมสเชสเตอร์ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 โดยเบ็คแฮมเป็นหนึ่งในเด็กที่ถูกสอนโดย เอริค แฮร์ริสัน อดีตนักฟุตบอลอาชีพและโค้ชชาวอังกฤษเป็นที่รู้จักจากการเป็นผู้ผลักดันนักเตะเยาวชนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งคว้าแชมป์เอฟเอยูธคัพในฤดูกาล 1991–1992 โดยแบคแฮมเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญพาทีมคว้าชัยในครั้งนั้นด้วย
จากนั้น เส้นทาง “นักฟุตบอลอาชีพ” ของ เดวิด เบ็คแฮม ก็เริ่มเด่นชัดขึ้น ตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา โดยเขาลงสนามครั้งแรกในฐานะตัวสำรองในลีค คัฟ ในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ.1992 และเซ็นสัญญานักฟุตบอลอาชีพในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ.1993 จากจุดนั้นเอง ชื่อของ เดวิด เบ็คแฮม ก็ได้รับการจดจำในฐานะนักเตะดาวรุ่งและขวัญใจคนทั่วโลกตั้งแต่นั้นมา
เดวิด เบ็คแฮม
ประวัติของนักเตะชื่อดังระดับโลกคนนี้ ไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดเท่านั้น เพราะเขาได้ออกนอกถิ่นไปค้าแข้งทั้งในทีม เพรสตันนอร์ทเอนด์, เรอัลมาดริด, เอซี มิลาน, แอลเอ แกลักซี และปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง และเล่นให้กับฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ในปี 1996 จนถึง ปี 2009 และยังเคยเป็นกัปตันทีมของทีมชาติอังกฤษด้วย
แน่นอนว่าชื่อเสียงในหมวกใบแรกที่เขาสวมอย่างการเป็น “นักฟุตบอลอาชีพ” เบ็คเฮม นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างไร้ข้อกังขา จนมาวันนี้ ที่เขากระโดดเข้ามาสวมหมวกใบใหม่และก้าวสู่บทบาทใหม่ ในฐานะ “นักธุรกิจ” ที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจ EV Conversion หรือธุรกิจการดัดแปลงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า
โดย เบ็คแฮม ตัดสินใจเข้าไปถือหุ้น 10% ใน Lunaz บริษัทดัดแปลงรถในอังกฤษที่เปลี่ยนรถคลาสสิคใช้น้ำมันเป็นยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV car ซึ่งนี่นับเป็นการตัดสินใจที่จะนำพาความสำเร็จและรายได้มหาศาลให้เขาอีกครั้ง

Lunaz บริษัทดัดแปลงรถหรูในอังกฤษให้เป็น รถยนต์ไฟฟ้า กับทางธุรกิจที่ปังไม่ไหว

ก่อนที่จะไปอัปเดตเรื่องราวของ เดวิด เบ็คแฮม กับการผันตัวมาจับธุรกิจ EV Conversion ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับ แบรนด์ Lunaz บริษัทดัดแปลงรถหรูในอังกฤษให้เป็น รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Car กันก่อน

Lunaz เป็นบริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2018 โดยมี David Lorenz เป็นนักลงทุน และ Jon Hilton อดีตหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของทีม Renault ยุคคว้าแชมป์รถ F1 สามสมัยติด มาเป็นผู้บริหารและร่วมลงทุน หลังเห็นว่า ธุรกิจดัดแปลงรถคลาสสิคเครื่องยนต์น้ำมัน เช่น Rolls-Royce, Bentley, Aston Martin และ Jaguar เป็น EV car น่าจะมาแรง เป็นที่ต้องการในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก
และถ้าอ้างอิงตามการสำรวจล่าสุด พบว่าในอังกฤษมีรถคลาสสิคเหล่านี้อยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ครอบครองมักเป็นมหาเศรษฐีที่ชื่นชอบการเก็บสะสมรถเก่าสุดคลาสสิค โดยยังดูแลรักษารถนั้นเป็นอย่างดี อยู่ในสภาพที่นำมาวิ่งตามท้องถนนได้
ทว่า ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษกำลังออกกฎหมายห้ามรถเครื่องยนต์น้ำมันวิ่งบนท้องถนนในปี 2030 ปรากฎการณ์นี้ทำให้ทั้งค่ายรถกับผู้บริโภคต่างก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้กันอย่างมาก พยายามหาทางออกเพื่อทำให้รถยนต์คลาสสิคที่พวกเขารัก ยังคงวิ่งบนท้องถนนได้ต่อไป และโซลูชันที่คู๋ควรและดีที่สุดคือการพารถยนต์แสนรักเข้ารับบริการดัดแปลงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Conversion นั่นเอง
โดยมีเงื่อนไขที่เหล่าคนรักรถต้องการ คือ รูปทรงภายนอกยังคงเดิม เปลี่ยนเฉพสะเครื่องยนต์และระบบเท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และแน่นอนว่าต้องมีสนนราคาที่สูงแน่นอน
ด้วยโอกาสทางธุรกิจที่เห็นเด่นชัดนี้เอง ที่ทำให้สองผู้บริหารของ Lunaz ตัดสินใจก่อตั้งบริษัท และเดินหน้าธุรกิจนี้แบบเต็มสูบ โดยที่ผ่านมา นับแต่เริ่มกิจการนี้ ก็มีบรรดาเศรษฐีนำรถยนต์คลาสสิกที่อยู่ในกรุของรัก ของสะสม ตั้งแต่ Roll-Royce รุ่น Silver Clouds ไปจนถึง Aston Martin รุ่น DB6 มาให้ดัดแปลง ซึ่งสนนราคาก็อย่างที่เกริ่นมาว่า “แพงระยับ” ในระดับถอยรถยนต์ใหม่ได้หลายคันทีเดียว โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 290,000 ปอนด์ (ราว 12 ล้านบาท) และสูงสุดอยู่ที่ 950,000 ปอนด์ (ราว 41 ล้านบาท)
และไม่ใช่แค่มหาเศรษฐีหรือคนรวยเท่านั้น ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าของ Lunaz เพราะยังมีโรงแรมระดับลักชัวรี่ชื่อดัง ที่ต่างนำรถยนต์คลาสสิคมาดัดแปลงเพื่อรองรับและบริการลูกค้าระดับ Super VIP พร้อมสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในยุคที่แขกเหล่านี้ไม่ได้มองหาแค่การบริการสุดหรูเท่านั้น แต่ถ้าการบริการนั้นดีต่อใจ ดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วยยิ่งเป็นแต้มต่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าไปได้ยาวๆ
ด้วย Demand ที่เกินคาดนี้เอง ทำให้ Lunaz มีงานล้นมือ คิวยกเครื่องรถยนต์คลาสสิคยาวไปถึงปี 2023 จนต้องเพิ่มทั้งช่างและพนักงานเป็น 120 คน และผู้บริหารของ Lunaz ยังเชื่อว่า ดีมานด์จะไม่สิ้นสุดแค่ในประเทศ และมีแผนที่จะขยายธุรกิจนี้ไปยังตลาดในยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชียด้วย

เดวิด แบคแฮม ไอดอลของผู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ลองสิ่งใหม่ รวยเป็นมหาเศรษฐีแบบไม่รู้ตัว

แน่นอนว่ายอดจองของ Lunaz ไม่ได้ทำให้ผู้บริหารของแบรนด์นี้ยิ้มอย่างภาคภูมิได้เท่านั้น แต่อีกคนที่ยิ้มรับรายได้มหาศาลไปด้วย นั่นคือ เดวิด เบ็คแฮม ที่เขาได้รับส่วนแบ่งจากการถือหุ้นบริษัทนี้ 10 เปอร์เซ็นต์ไปเต็มๆ โดยเขาได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เบ็คแฮมสนใจในธุรกิจนี้ กับ The Guardian ไว้ว่า
“ผมตัดสินใจเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นของ Lunaz เพราะมีความสนใจที่ใช้บริการดัดแปลงและปรับรถยนต์คลาสสิค จนกระทั่งได้โอกาสดีที่ทาง Lunaz เชิญเข้ามาที่นี่เพื่อดูการทำงานของพวกเขาทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูรถยนต์คลาสสิกและการปรับปรุงเพื่อนำระบบไฟฟ้าเข้ามาใช้งานซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก”
“เพราะทุกขั้นตอนการดัดแปลงระบบเครื่องยนต์ทำได้อย่างละเอียด พิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยยังคงความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์คลาสสิคไว้ได้เป็นอย่างดีผ่านกระบวนการ พัฒนา ยกเครื่องระบบใหม่ หรือ Upcycling จากรถยนต์เครื่องสันดาป เป็นรถยนต์ไฟฟ้า”
“และผมกล้าการันตีได้เลยว่า มาตรฐานของ David Lorenz CEO ของ Lunaz และทีมวิศวกรมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญระดับเวิลด์คลาส จะทำให้ลูกค้าทุกคนวางใจได้ในผลงานการดัดแปลงรถยนต์ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าของ Lunaz
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในฐานะ นักธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ดัดแปลงของแบคแฮมในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่มาจากอุปนิสัยทุ่มเทในทุกเรื่องที่ทำ ไม่ละทิ้งโอกาส และเรียนรู้ ทดลองสิ่งใหม่ๆตลอดเวลาของ นักเตะในตำนาน คนนี้ด้วย
เพราะตั้งแต่เป็นนักเตะของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แม้ว่าเบ็คแฮมจะไม่ได้เร็วเหมือนเพื่อนร่วมทีมที่เป็นปีกอีกข้างของสนามอย่างเพื่อนร่วมทีม ไรอัน กิกส์ (Ryan Giggs) แต่เขาก็มีทักษะการเปิดบอล-เล่นลูกตั้งเตะที่แม่นราวกับจับวาง และได้รับการยอมรับว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการมาโดยตลอด

ดังนั้น พูดได้เลยว่าเบื้องหลังความสามารถพิเศษนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือฟ้าบันดาล แต่ตลอดชีวิตการค้าแข้งของอดีตปีกขวาจากเกาะสหราชอาณาจักรต้องผ่านการตรากตรำฝึกฝน มุมานะอย่างหนัก เพื่อพิสูจน์ตัวเองอยู่ทุกวี่ทุกวัน สิ่งนี้ยังยืนยันได้ด้วยคำพูดของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (Sir Alex Ferguson) อดีตกุนซือผู้ปลุกปั้นและหยิบยื่นโอกาสบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพให้กับเบ็คแฮมว่า
“เดวิดเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวรุกที่ดีที่สุดจากสหราชอาณาจักรในวงการฟุตบอล ไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ที่พระเจ้าให้มาหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเขาฝึกซ้อมอย่างหนักมากๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เล่นที่ขาดพรสวรรค์ไม่คิดจะทำกัน”
ด้านบทบาทของการเป็นสามีและคุณพ่อ เบ็คแฮมก็ทำได้ไม่บกพร่อง และเป็นแบบอย่างสำคัญของลูก รวมถึงมีความเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด โดยทุกวันนี้เดวิดยังเลือกตื่นเช้ามาทำอาหารให้ลูกๆ กิน เดินไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำแถวบ้านในลอนดอน และยังเคยให้ลูกชายคนโตไปทำงานในคาเฟ่ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ตอนเป็นวัยรุ่นเพื่อเรียนรู้การหาเงินด้วยตัวเอง
นอกจากนั้น ก่อนที่ เบ็คแฮม จะมาจับธุรกิจ EV Conversion เขายังคว้าโอกาสในวงการ “eSport” (อีสปอร์ต) ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ ด้วยการเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท “กิลด์ อีสปอร์ตส” (Guild Esports) ที่เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2020 โดยประกาศแผนขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO ในตลาดหุ้นลอนดอน เพื่อร่วมกระแสความนิยมที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ของวงการเกมออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงล็อคดาวน์โควิด-19 ที่คนมีเวลาเล่นเกมที่บ้านมากขึ้น
มาในวันนี้ มีการเปิดเผยรายได้ต่อปีของ เดวิด เบ็คแฮม ในปี 2019 ที่ผ่านมา เบ็คแฮมมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 300 ล้านปอนด์ เช่นเดียวกับภรรยาของเขา ซึ่งมากกว่าราชินีอลิซาเบธที่ 2 เสียอีก
ที่สุดแล้วความสำเร็จของ David Beckham น่าจะมาจากปรัชญาประจำใจที่เขาใช้นำทางชีวิตที่ว่า
“เมื่อคุณต้องการอะไรมากๆ สิ่งนั้นจะเข้ามาอยู่ในหัวคุณตลอดเวลา แม้ตอนแรกคุณไม่รู้ว่าจะทำยังไงเพื่อให้ได้มันมา แต่ขอให้คุณอย่าทิ้งความทะเยอทะยานนั้นไป เพราะสุดท้ายแล้วคุณจะหาทางเพื่อเอามันมาจนได้ด้วยการมุ่งมั่นทำงานให้หนัก แล้วคุณจะประสบความสำเร็จเอง”

ที่มา : “David Beckham buys stake in vehicle electrification firm” from The Guardian


ยังมีคนสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก ให้ทำความรู้จักและเรียนรู้เพิ่มเติม

ศาสตราจารย์ ดร. Jeremy Bailenson ผู้นำ Stanford เข้าสู่ VR University เปิด “หลักสูตรเสมือนจริง” เต็มรูปแบบ แห่งแรกของโลก!

ติช นัท ฮันห์ ผู้ส่งสาส์นคำสอนนิกายเซน “สร้างสติตื่นรู้” ให้แก่ชาวโลก

NASA ใช้ “หุ่นยนต์” ค้นหา “ดาวเคราะห์ใหม่” กว่า 300 ดวง

Previous articleสุดยอด! บพข.เปิดตัวต้นแบบ “รถไฟฟ้ารางเบา” ฝีมือคนไทย
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.56
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์