Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.56

บีโอไอปักธง “อีอีซี” จัดงาน Subcon Thailand จับคู่ 400 ธุรกิจ สะพัด 1.2 พันล้าน

นางสาวซ่อนกลิ่น พลอยมี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมและการลงทุนในประเทศไทย จึงได้มีการปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้สนับสนุนและกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่สำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคศักยภาพอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งถือเป็นพื้นที่ลงทุนสำคัญที่มีการให้สิทธิประโยชน์พิเศษเฉพาะเพิ่มเติมแก่นักลงทุน ที่รัฐบาลต้องการให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยบนฐานของการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ๆ และจะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมากสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย รวมทั้งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค การจัดงาน Subcon Thailand EEC งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชั้นนำในเขตพื้นที่อีอีซี มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศกับผู้ซื้อในประเทศในพื้นที่อีอีซี ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ และมีผู้ผลิตรายใหญ่รวมตัวกันอยู่เป็นหลัก เป็นภาคต่อความสำเร็จของการจัดงาน Subcon Thailand ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมเป็นประจำทุกปี สะท้อนให้เห็นว่าภาคตะวันออกยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมในประเทศ โดยจะมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ คาดว่าจะเกิดการจับคู่ภายในงาน 400 คู่ มูลค่า 1,200 ล้านบาท  งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2565 นี้ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) จ.ชลบุรี

สธ. เปิดสูตร “เจอแจกจบ” รักษา “โควิด” แบบโรคประจำถิ่น

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดบริการดูแลรักษาโรคโควิด 19 ว่า สธ.ต้องการให้มีการจัดการโรคโควิด 19 จากโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) เป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) คือ โรคลดความรุนแรงลง มีระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และประชาชนมีภูมิต้านทานที่เพียงพอ โรคไม่ได้มีภาวะอันตราย ดังนั้น สธ.จึงจะจัดระบบบริการเพิ่มขึ้นแบบผู้ป่วยนอก คือ ตรวจผู้ที่สงสัยหรือมีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK หากผลเป็นบวกจะให้การรักษาด้วยยา 3 สูตร คือ 1.ยารักษาไวรัสโดยตรง คือ ฟาวิพิราเวียร์ 2.ฟ้าทะลายโจร และ 3.ยารักษาตามอาการ เช่น วิตามินซี ยาลดไข้ ลดน้ำมูก แก้ไอ ตามอาการที่มี เรียกว่า “เจอแจกจบ” ทั้งนี้ การให้ยาขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์พิจารณาว่าจะให้ยาแบบใด ต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับคนไข้ ระบบนี้เป็นการเชื่อมโยงเข้าไปสู่โรคที่สามารถดูแลได้ด้วยตนเองและมารับบริการผู้ป่วยนอกได้ โดยจะเริ่มวันที่ 1 มี.ค.นี้ ซึ่งบางจังหวัดมีการนำร่องดำเนินการไปแล้ว รวมถึง รพ.ศิริราช โดยผู้ติดเชื้อไม่ต้องนอน รพ. แต่ได้รับการดูแลให้การรักษาที่บ้าน ซึ่งอาจไม่ต้องกักตัวตลอดเวลาก็ได้ แต่จะต้องดูแลตนเอง สังเกตอาการ ไม่พบคนหมู่มาก พยายามอยู่ในห้อง อยู่บ้าน ลดการเดินทาง เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ป่วยเมื่อทราบว่าติดเชื้อก็จะดูแลตัวเองอย่างดี

กมธ. อุดมศึกษาฯ ยก มจธ. ศูนย์ทำวิจัยด้าน BCG ของประเทศ

พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา

พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา กล่าวในโอกาสเข้าเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ว่า มจธ.นอกจากเป็นศูนย์ทางวิชาการแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางในการวิจัยและพัฒนา BCG ด้านพลังงาน รวมถึงด้านอื่นๆ เป็นตัวอย่างของภาคการศึกษาที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน และประชาสังคม ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐ จะสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศได้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูลที่ได้รับไปจัดทำรายงานและขยายผลเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19 อาทิ การผลิตยา และการผลิตวัคซีน ที่จะต้องมีการพิจารณาผลักดันงบประมาณสนับสนุนต่อไป ด้าน รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า การดำเนินการเรื่อง BCG ของ มจธ. อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์วิจัย BCG Model@KMUTT อันเป็นโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมของ มจธ. ที่จะพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ มจธ. มีความเข้มแข็งไปพร้อมกับการขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนขึ้นในสังคมไทย โดยเน้นพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบที่เป็นสินค้าทางการเกษตรแบบครบวงจร มีการนำของเหลือใช้มาพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมกับลดของเหลือใช้ตามหลักการของ BCG ซึ่ง มจธ. มีโรงงานต้นแบบที่ตอบโจทย์ BCG ในด้านต่างๆ ทางด้าน Bio Economy หรือระบบเศรษฐกิจชีวภาพ เรามีความเชี่ยวชาญ 4 ด้าน ได้แก่ Food, Feed, Biofuel และ Pharmaceuticals ในด้าน Circular Economy หรือ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เรามุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีครบวงจร ที่นำของเหลือใช้ในกระบวนการอุตสาหกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น การผลิตไบโอแก๊สจากน้ำเสียในอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง การผลิตไบโอเอทานอลจากของเหลือใช้ในอุตสาหกรรมเกษตร เป็นพลังงานทางเลือกที่สะอาด ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใน Green Economy หรือ ระบบเศรษฐกิจสีเขียว เราได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง จนถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมด้านการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนทั้งในอุตสาหกรรม ชุมชน และในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานที่ยั่งยืน เป็นต้น

‘บาเยิร์น มิวนิค’ จิ้ม “กรุงเทพฯ” เปิดสำนักงานต่างประเทศแห่งที่ 3 “ฮับ” แฟนบอลอาเซียน

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค สโมสรชั้นนำในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมนี เตรียมเปิดสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางอาเซียนในการเข้าถึงแฟนฟุตบอลภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงพัฒนาความร่วมมือระหว่างพันธมิตรและสนับสนุนโครงการฟุตบอลเยาวชน หลังจากก่อนหน้านี้ทีม “เสือใต้” ได้เปิดสำนักงานที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2557 และ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2560 สำนักงานกรุงเทพฯ จึงถือเป็นสำนักงานในต่างประเทศสาขาที่ 3 “ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมอันดับหนึ่งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณหนึ่งส่วนสี่ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ เราต้องการสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนบอลในแถบนี้มากขึ้น”  โอลิเวอร์ คาห์น ซีอีโอของบาเยิร์น มิวนิก กล่าว

“ปูติน” คุย “สี จิ้นผิง” รัสเซียพร้อมเจรจายูเครนคลี่คลายวิกฤต

OBOR รัสเซีย
สถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเป็นสื่อของทางการจีน รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในวันนี้ ว่า รัสเซียพร้อมที่จะเจรจาในระดับสูงกับทางการยูเครน ด้านปธน.สี จิ้นผิง กล่าวกับผู้นำรัสเซียว่า จีนสนับสนุนความพยายามของรัสเซียที่จะคลี่คลายวิกฤตการณ์ในยูเครนผ่านทางการเจรจา การหารือดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่กองทัพรัสเซียได้บุกโจมตียูเครนเป็นวันที่ 2 โดยหนึ่งเหตุผลที่รัสเซียกล่างอ้างถึงการโจมตีครั้งนี้คือ สหรัฐและนาโตได้เมินเฉยต่อความกังวลด้านความมั่นคงของรัสเซียเป็นเวลานาน และไม่ปฏิบัติตามคำสัญญา ขณะที่ยังคงเพิ่มกำลังทหารทางฝั่งตะวันออก และท้าทายยุทธศาสตร์ของรัสเซีย ขณะที่ล่าสุด ทหารรัสเซียสามารถบุกเข้าไปยังกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน “เราพร้อมเจรจาตลอดเวลา ทันทีที่กองทัพยูเครนตอบรับข้อเสนอของเรา และยอมวางอาวุธ” นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวและขยายความว่า กองทัพรัสเซียบุกเข้าไปยังยูเครนเพื่อปลดปล่อยประชาชนให้พ้นจากการถูกกดขี่ และรัสเซียไม่มีความประสงค์ที่จะเข้ายึดครองยูเครน