รถไฟฟ้ารางเบา (tram) คือรูปแบบหนึ่งของการขนส่งผู้โดยสารในตัวเมือง มีลักษณะผสมผสานระหว่างรถรางและรถไฟใต้ดิน วิ่งบนเส้นทางเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัด และอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารรถสาธารณะ ซึ่งประเทศไทยกำลังพัฒนาให้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด นำร่องหัวเมืองใหญ่ 6 จังหวัด คือ ภูเก็ต, เชียงใหม่, นครราชสีมา, พิษณุโลก ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมถึงโครงการแทรม จ.ขอนแก่น และ หาดใหญ่ จ.สงขลา
ขอนแก่น ถือเป็นจังหวัดต้นแบบการพัฒนาเมืองใหญ่ด้วยระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบของรถไฟฟ้ารางเบาที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด โดยภาคเอกชนในจังหวัดรวมตัวก่อตั้งเป็น บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด หรือ เคเคทีที มีความคืบหน้าด้านการพัฒนารถไฟฟ้ารางเบามากที่สุด โดยโครงการรถไฟฟ้ารางเบาสายแรกในจังหวัดขอนแก่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ รถไฟฟ้ารางเบาสายเหนือใต้ (สำราญ-ท่าพระ) ระยะทาง 26 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม การสร้างรถไฟฟ้ารางเบาให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสาธารณะแล้ว หากคนไทยสามารถผลิตขบวนรถไฟได้เองก็จะช่วยลดการนำเข้าขบวนรถไฟฟ้ารางเบาจากต่างประเทศได้เป็นมูลค่ามหาศาล ด้วยเหตุนี้ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จึงจัดสรรทุนวิจัยให้กับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น (มทร.อีสาน) ร่วมกับบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่าย พัฒนาต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาและชิ้นส่วนอะไหล่ที่ผลิตภายในประเทศไทย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นการพัฒนาด้านระบบขนส่งทางรางที่ผลิตได้ในประเทศไทย ทดแทนการนำเข้าขบวนรถไฟและอะไหล่จากต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในประเทศสามารถวิจัย พัฒนา และออกแบบการผลิตขบวนรถไฟฟ้าและชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงได้เองภายในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการด้านการขนส่งทางรางในอนาคต
ล่าสุด โครงการนี้ประสบความสำเร็จในการผลิตต้นแบบขบวนรถไฟฟ้ารางเบาแล้ว พร้อมเปิดตัวขบวนรถวิ่งทดสอบกลางปีนี้ เพื่อรองรับเส้นทางเมืองขอนแก่น 26 กิโลเมตรในอีก 3 ปี โดยจะใช้รถไฟฟ้าที่ผลิตและประกอบในประเทศทั้งหมด จำนวน 15 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ 1 ขบวน สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 180 คน
รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวถึงความสำเร็จดังกล่าวว่า ผู้ประกอบการในประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รวมทั้งมีเครื่องมือเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว การสนับสนุนทุนวิจัยนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมระบบคมนาคมของไทย ซึ่งผลสำเร็จในการสนับสนุนทุนในปีแรกทำให้ได้ต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้นแบบรถไฟฟ้ารางเบาดังกล่าวได้ถูกจัดแสดงบริเวณสถานีขนส่งปรับอากาศจังหวัดขอนแก่นในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 6 มีนาคมนี้

“ประเทศไทยตั้งเป้าหมายมีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในปี 2065 ตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงการวางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน (ASEAN EV HUB) บพข.เล็งเห็นความต้องการและศักยภาพของประเทศในการสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบคมนาคมแห่งอนาคต (Future Mobility) ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อสร้างให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับผู้ประกอบการในส่วนที่เกี่ยวข้อง” รศ.ดร.สิรี กล่าว

ดร.ไพวรรณ เกิดตรวจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการระบบรถไฟฟ้ารางเบาที่ผลิตชิ้นส่วนทั้งหมดสามารถผลิตได้ภายในประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต่อยอดมาจากงานวิจัยที่มีอยู่เดิมให้ได้ชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ โบกี้ (Bogie) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา ชนิดพื้นต่ำ, ตัวถัง (Car Body) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา ชนิดพื้นต่ำ, มอเตอร์ลากจูง (Traction Motor) อินเวอร์เตอร์ขับเคลื่อน (Traction Inverter) ระบบปรับอากาศ (Cooling System) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา, แพนโตกราฟ (Pantograph) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา, ระบบจ่ายไฟฟ้าเสริม (Auxiliary Power Unit) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา, อุปกรณ์ยึดเหนี่ยวราง (Fastener) สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา และหมอนคอนกรีตอัดแรง (Sleeper) ผสมยางพารา สำหรับรถไฟฟ้ารางเบา โดยร่วมกับภาคเอกชนที่ร่วมทำวิจัยได้แก่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล อินโนโลยี จำกัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เทพประทานพร วัสดุภัณฑ์ ซึ่งมีศักยภาพในการขยายสายการผลิตที่มีอยู่เดิมไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนระบบรถไฟฟ้ารางเบา
“งานวิจัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัย การออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนทางด้านระบบราง ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตชิ้นส่วนระบบรางภายในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีโครงการรถไฟฟ้ารางเบาในต่างจังหวัดในหลายเส้นทาง เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต เป็นต้น” ดร.ไพวรรณ กล่าว













