ประเทศไหนถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลก และใครเป็นคนทำ?

ภายหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน ทำให้ “รัสเซีย” ได้กลายเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลกแทน “อิหร่าน” โดยขณะนี้มีมาตรการคว่ำบาตร 5,581 รายการ ระหว่างการให้การรับรองภูมิภาคลูฮันสก์และโดเนตสค์เป็นรัฐอิสระในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2022


คว่ำบาตรรัสเซีย
จำนวนการคว่ำบาตรต่อบุคคลและหน่วยงานของรัสเซียที่บังคับใช้โดยสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และบางประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนก่อนหน้านี้ ตาม Infographic ของ Statista นี้ (ก่อนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย 2,754 รายการ หลังวันที่ 22 มีมากถึง 2,827 รายการ) ที่นำข้อมูลที่รวบรวมโดย Castellum.AI มาแสดงให้เห็นว่าการที่ปูตินสั่งให้กองทัพรัสเซียเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร ได้ผลักดันให้รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากชาติสมาชิกนาโต้และประเทศอื่นๆ มากกว่าอิหร่าน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของสหรัฐอเมริกาในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้
วิกฤตยูเครน
วิกฤตยูเครนดันรัสเซียขึ้นแท่นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลกแทนอิหร่าน
ก่อนการบุกยูเครน อิหร่านเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีมาตรการคว่ำบาตร 3,616 รายการ จากสหรัฐอเมริกา สหประชาชาติ สหภาพยุโรป และประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย และอิสราเอล
ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านนั้นตึงเครียดเป็นพิเศษ โดยมีข้อพิพาทรอบๆ คลังอาวุธปรมาณูของอิหร่าน และท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่ออิสราเอล เพราะอิสราเอลที่ไม่ต้องการเห็นอิหร่านครอบครองนิวเคลียร์มากที่สุดในภูมิภาค ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านเพิ่งเปิดตัวขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นใหม่ ที่มีความแม่นยำสูง สามารถยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐอเมริกาทุกแห่งในตะวันออกกลางได้ และยิงได้ไกลถึงอิสราเอล คู่แค้นของอิหร่าน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1,000 กิโลเมตร ได้แบบสบายๆ
อิหร่านส่วนการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ที่บังคับใช้กับซีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 3 จากรายการของ Castellum.AI นั้น เกิดขึ้นจากเหตุการณ์รอบๆ สงครามกลางเมืองในซีเรียซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2011 หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับขบวนการอาหรับสปริง การปะทะกันระหว่างกองกำลังของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด และกลุ่มพันธมิตร นำไปสู่วิกฤตด้านมนุษยธรรมและการพลัดถิ่นทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มากกว่าครึ่งของชาวซีเรีย 22 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพและผู้ลี้ภัย
สำหรับประเทศที่ถูกคว่ำบาตรเป็นอันดับ 4-7 ของโลก ได้แก่ เกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา เมียนมา และคิวบา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีกรณีพิพาทและถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งสิ้น

คว่ำบาตรรัสเซีย

ล่าสุดจากวิกฤตยูเครน หลายคนอาจคิดว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นโต้โผใหญ่ในการชักใยให้เกิดการคว่ำบาตรรัสเซีย แต่กลายเป็นว่าประเทศที่คว่ำบาตรรัสเซียมากที่สุดในรอบนี้ 3 ประเทศแรก คือ สวิตเซอร์แลนด์ สหภาพยุโรป และฝรั่งเศส โดยมีมาตรการคว่ำบาตร 568, 516 และ 512 รายการตามลำดับ รองลงมาคือ แคนาดา ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร โดยมีมาตรการคว่ำบาตร 474, 430, 243, 47 และ 35 ตามลำดับ ส่วนใหญ่แล้วบทลงโทษที่โต้ตอบการบุกยูเครนของรัสเซียกำหนดเป้าหมายไปที่ตัวบุคคล (มักจะรวมถึงการระงับทรัพย์สินและการห้ามเดินทางเข้าประเทศที่ออกมาตรการคว่ำบาตร) มากถึง 2,453 ราย โดยมีมาตรการคว่ำบาตรเพียง 366 จาก 2,827 รายการเท่านั้น ที่มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานต่างๆ กระนั้นการคว่ำบาตรทางการค้าทั่วไปเกี่ยวกับก๊าซหรือน้ำมันกลับไม่ถูกนับรวมในตัวเลขมาตรการคว่ำบาตรนี้

Sanctions

สำหรับรัฐบาลฝรั่งเศสได้พิจารณามาตรการและการคว่ำบาตรหลายประการ คนส่วนใหญ่ (84%) ในฝรั่งเศสสนับสนุนมาตรการเหล่านี้ และสนับสนุน ในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย และการแช่แข็งสินทรัพย์ทางการเงินของตัวเลขรัสเซีย นอกจากนี้ แม้จะมีระดับความตึงเครียดในการอภิปรายเรื่องการย้ายถิ่นฐานในปัจจุบัน แต่ชาวฝรั่งเศสเกือบสี่ในห้าเห็นชอบที่จะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ร้องขอ
ขณะที่จากการสำรวจที่ดำเนินการในสหรัฐอเมริกาในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2022 พบว่า 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นชอบอย่างยิ่งต่อการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต่อรัสเซีย ค่อนข้างเห็นด้วย 24% ค่อนข้างไม่เห็นด้วย 10% ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง 5% และไม่แน่ใจ 21%
นักวิจัยจาก Yale School of Management ระบุว่า นอกเหนือจากการคว่ำบาตรโดยประเทศและหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว บริษัทกว่า 300 แห่งได้ถอนตัวออกจากตลาดรัสเซียบางส่วนหรือออกจากตลาดรัสเซียทั้งหมด รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่าง Adidas, Google, Disney, ExxonMobil และ Volkswagen เป็นต้น

ที่มา :