สกพอ. จับมือสถาบันพระปกเกล้า พัฒนาหลักสูตรเสริมเขี้ยวเล็บผู้นำชุมชน สร้างเครือข่าย อีอีซี
ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หลักสูตรวุฒิบัตรการพัฒนาความสามารถผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระหว่าง สกพอ. และ สถาบันพระปกเกล้า ว่า สกพอ.เล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่ อีอีซี เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ มีความใกล้ชิดกับประชาชน สามารถเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ และร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านข้อมูล โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ อีอีซี และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะต่าง ๆ ให้กลุ่มผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนได้รับทราบ เกิดการจุดประกายความคิดและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวคิด และการดำเนินงานอย่างเหมาะสม สกพอ. จึงได้ร่วมมือกับ สถาบันพระปกเกล้า จัดการศึกษาอบรม “หลักสูตรวุฒิบัตรการพัฒนาความสามารถผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรม ได้แก่ กลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้เพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับหน่วยงาน พื้นที่ ชุมชน และประชาชน เพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และประชาชนของตนต่อไป
ทีเส็บ เผย 4 กลยุทธ์ ขานรับ กพอ. ไฟเขียวจัดงาน Thailand Int’l Air Show ขับเคลื่อน อีอีซี

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยการเตรียมความพร้อมสนับสนุนการจัดงาน “Thailand International Air Show” ทีเส็บจะดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ EEC ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ ลำดับแรกคือ ความร่วมมือ 3Cs – Cooperation, Connection, Community Based หรือ การสร้างความร่วมมือในเชิงการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดงาน การสร้างความเชื่อมโยงประสานให้เกิดความพร้อมของเมืองในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน และการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางไมซ์ใหม่ ๆ ในท้องถิ่นให้ตอบโจทย์นักเดินทางไมซ์ ลำดับสองคือ กลยุทธ์กระตุ้นให้เกิดการจัดงาน โดยอาศัยความพิเศษโดดเด่นในลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกที่สามารถสร้างงานจากอัตลักษณ์ของเมือง หรือจัดงานตามอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อสร้างจุดขายเชิงโอกาสทางธุรกิจและการจัดงานให้กับพื้นที่ ลำดับที่สามคือ กลยุทธ์ในการทำการตลาด สร้างการรับรู้ว่าพื้นที่และผู้ประกอบการในพื้นที่มีความพร้อม สามารถเป็นเจ้าภาพที่ดี มีมาตรฐานของสถานที่จัดงานรองรับ ทั้งห้องประชุม ศูนย์ประชุม และสถานที่พิเศษสำหรับการจัดงาน และสุดท้ายคือ กลยุทธ์ในการพัฒนาที่จะมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ สถานประกอบการ และห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ให้มีมาตรฐานและมีศักยภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น งาน Thailand International Air Show เป็นหนึ่งในโครงการงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ ยกระดับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ผ่านงานแสดงสินค้าระดับโลก ซึ่งเปรียบเสมือนกลไกหลักในการพลิกฟื้น ขับเคลื่อน และจุดประกายให้อุตสาหกรรมการแสดงสินค้าของไทยกลับมาเคลื่อนไหวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด 19
สธ. เผยประสิทธิภาพวัคซีนเข็ม 3 ป้องกันเสียชีวิต 98%

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึง ลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้เสียชีวิตข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 มี.ค.65 จำนวน 2,464 ราย พบเป็นผู้สูงอายุเฉลี่ย 73 ปี แต่ยังมีคนอายุน้อยเช่นกัน น้อยสุดคือ 3 เดือน อายุมากที่สุด 107 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ด้วยอีก 2 ราย ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่สำคัญต้องเน้นย้ำ สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีโรคประจำตัวมีถึง 2,135 ราย โดยโรคที่เจอมากสุด คือ ความดันโลหิตสูง รองลงมา เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไตเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคอ้วน ภาวะอุดกั้นปอดเรื้อรัง สำหรับตัวเลขผลเบื้องต้นการประเมินประสิทธิผลของวัคซีนในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงระดับประเทศของเดือน ม.ค.2565 พบว่า การป้องกันการติดเชื้อหากฉีด 2 เข็ม ป้องกันได้ 4.1% ซึ่งต่ำมากเหมือนไม่ป้องกัน ส่วน 3 เข็มป้องกันได้ 56% และ 4 เข็มป้องกันได้ 84.7% แต่หากป้องกันอาการรุนแรง เมื่อฉีดวัคซีน 2 เข็ม 54.8% หากฉีด 3 เข็ม 88.1% แต่กรณีป้องกันการเสียชีวิตพบว่า 2 เข็ม ป้องกันได้สูงถึง 79.2% ส่วนหากฉีดวัคซีน 3 เข็ม จะป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 98%
DestinAsian ยก ‘กรุงเทพฯ’ Best City อันดับ 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มเอเชียแปซิฟิค
นิตยสาร DestinAsian จัดให้ ‘กรุงเทพฯ’ เป็นอันดับ 1 ในเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุด (Best City) ในการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิค จากการเปิดเผยของนิตยสาร DestinAsian กรุงเทพฯ ได้รับเลือกเป็น Best City จากผลการคัดเลือกของผู้อ่าน (Reader’s Choice Awards 2022) ซึ่ง 5 อันดับแรกได้แก่ กรุงเทพฯ สิงคโปร์ โตเกียว ฮ่องกง และโซล ตามลำดับ ทั้งนี้ กรุงเทพฯ เคยได้รับเลือกอันดับที่ 1 มาแล้วเมื่อปี 2020 (www.destinasian.com/blog/news-briefs/the-results-of-our-readers-choice-awards-2022-are-out) ซึ่งในการประกาศรางวัลครั้งนี้ ยังมีจุดหมายปลายทางอื่นๆ ของไทยที่ได้รับเลือกเช่นกัน โดย ภูเก็ต และเกาะสมุย ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น “เกาะที่ดีที่สุด” ลำดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ รองจากที่ 1 เกาะบาหลี และที่ 2 เกาะมัลดีฟส์ นอกจากนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ยังได้รับเลือกให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดอันดับ 3 และโครงการรอยัล ออร์คิด พลัส ของการบินไทย (THAI) ได้รับรางวัล ‘Best Frequent Flier Program’ อันดับที่ 4
รัฐบาลจีนชุบชีวิต ‘แบรนด์เก่าแก่’ เปิดถนนโชว์สินค้า ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น



















