เพิ่งจบลงไปไม่นานสำหรับการจัด งานแสดงสินค้าระดับโลก AUTOMATION EXPO ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ครบวงจร ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ถือเอาชัยภูมิ ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุช พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นสถานที่จัดงาน โดยงานนี้มีจุดประสงค์สำคัญที่ไม่ใช่แค่ประกาศความพร้อมในด้านพื้นที่ในเขต EEC สำหรับจัดงานแสดงสินค้าระดับโลกเท่านั้น ทว่า ยังเป็นการปลดล็อคทุกข้อจำกัดของการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย
มาในวันนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ TCEB พร้อมเดินหน้าต่อ กับการจัดงาน “Thailand International Air Show” ที่ทีเส็บได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และขับเคลื่อนให้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการค้าการลงทุนของอุตสาหกรรมการบินในพื้นที่ EEC
โดยงานนี้ ภาครัฐกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดงาน ทีเส็บและกองทัพเรือเป็นหน่วยงานสนับสนุน ซึ่งทีเส็บจะรับผิดชอบการประชาสัมพันธ์และการตลาดของงานทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ และร่วมเป็นคณะทำงานในการจัดหาผู้จัดงานและดึงผู้ร่วมแสดงสินค้าเข้าร่วมงาน

อย่างไรก็ดี การดำเนินงานในแบบเดินหน้าเต็มกำลังของ ทีเส็บ นี้ ก็ดูจะเป็นไปตามนโยบายที่หัวเรือใหญ่ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ทีเส็บ ได้เคยแถลงไว้ในช่วงต้นปี โดยมองว่า ปี 2565 จะเป็นปีที่จะพลิกฟื้น งานไมซ์ MICE หรือการจัดประชุมนิทรรศการและ งานแสดงสินค้าระดับโลก ในไทยให้เป็นอีกช่องทางที่พัฒนาเศรษฐกิจประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทีเส็บ กางแผนการทำงานปี 65 ดันไมซ์ในประเทศ และ งานแสดงสินค้าระดับโลก ฟื้นเศรษฐกิจ
ทีเส็บได้ถือโอกาสในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการแถลงแผนการทำงานปี 65 พร้อมผลักดันไมซ์ในประเทศ และ งานแสดงสินค้าระดับโลก พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการปรับใช้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรัดกุม
“ภายหลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 2 ปี จนทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการต่าง ๆ มาดูแล โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ซึ่งครอบคลุมการจัดงานต่างๆ ประกอบไปด้วย
การจัดประชุม สัมมนา (Meetings: M)
การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives: I)
การจัดประชุมองค์กรหรือสมาคม (Conventions: C)
การจัดงานแสดงสินค้า (Exhibitions: E)
“รวมถึงงานเทศกาลและมหกรรมนานาชาติ (Mega Events & Festivals) และแม้ว่าที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดวิกฤตโรคระบาด และได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ด้วยมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ออกมาสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ ก็ส่งผลให้ภาคธุรกิจเกิดความมั่นใจและกลับมาจัดงานต่างๆ ได้”
“ทั้งนี้เพื่อต่อยอดการดำเนินงานในปี 2565 และสนับสนุนพลิกฟื้นอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศให้กลับมาได้โดยเร็ว ทีเส็บ ได้วางแผนการสร้างรายได้หลักจากตลาดไมซ์ภายในประเทศ ผ่านการส่งเสริมการประชุม สัมมนา รวมทั้งการจัดงานมหกรรมต่างๆ ควบคู่ไปกับการช่วงชิงการจัดงานในระดับสากล”
“ในช่วงปี 2565 ประเทศไทยจะต้องใช้โอกาสนี้ ดึงการจัด งานแสดงสินค้าระดับโลก เข้ามาจัดที่ประเทศไทยให้ได้ หลังจากในช่วงปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว 3 งานด้วยกัน คือ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialized EXPO 2028 ที่จังหวัดภูเก็ต ในปี 2571 การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ในปี 2569 และงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2572 เป็นต้น”

“อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องวางแผนและประเมินไว้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดย ทีเส็บ ประเมินเบื้องต้นว่า นักเดินทางไมซ์ต่างชาติจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือน มี.ค.2565 หลังจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ในหลายๆ ประเทศ และประเทศไทยเองก็มีมาตรการจำกัดการเดินทางของนักเดินทางไมซ์เฉพาะกลุ่ม จึงจำเป็นต้องปรับแผนการทำงานมาโฟกัสงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนรายได้จากต่างประเทศที่ลดลง”
“สำหรับแผนการกระตุ้นตลาดในประเทศที่สำคัญ ทางทีเส็บใช้กลยุทธ์การสร้างความต้องการ (Create Demand) ให้องค์กรเอกชนมีความเชื่อมั่นในการจัดประชุมสัมมนา และการเข้าร่วมชมงานแสดงสินค้า ตามที่มีกำหนดการ”
“เนื่องจากในช่วงต้นปี 2565 องค์กรภาคเอกชนหลายแห่ง มีความจำเป็นต้องจัดงานประชุมองค์กร เพื่อสื่อสารกลยุทธ์ในการดำเนินกิจการ หรือการวางแผนสร้างยอดขายให้กับสินค้า จึงมักเลือกจัดงานในช่วงต้นปี เช่นเดียวกับการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ ซึ่ง ทีเส็บ พร้อมเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการ และถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ให้กลับมาฟื้นตัว”
สุดท้าย คุณจิรุตถ์ กล่าวว่า ในส่วนของเป้าหมายการทำงานในปีนี้ ทีเส็บ จะไม่มีการปรับลดเป้าหมายจำนวนและรายได้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศลง แม้ว่าจะมีความท้าทายจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศ
พร้อมเดินหน้าจัดงาน “Thailand International Air Show” ยืมมือ ไมซ์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินใน EEC
ในการเตรียมความพร้อมสนับสนุนการจัดงาน “Thailand International Air Show” ทีเส็บจะดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ EEC ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์
ความร่วมมือ 3Cs – Cooperation, Connection, Community Based หรือ การสร้างความร่วมมือในเชิงการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดงาน การสร้างความเชื่อมโยงประสานให้เกิดความพร้อมของเมืองในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน และการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางไมซ์ใหม่ๆ ในท้องถิ่นให้ตอบโจทย์นักเดินทางไมซ์
กลยุทธ์กระตุ้นให้เกิดการจัดงาน โดยอาศัยความพิเศษโดดเด่นในลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกที่สามารถสร้างงานจากอัตลักษณ์ของเมือง หรือจัดงานตามอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อสร้างจุดขายเชิงโอกาสทางธุรกิจและการจัดงานให้กับพื้นที่
กลยุทธ์ในการทำการตลาด สร้างการรับรู้ว่าพื้นที่และผู้ประกอบการในพื้นที่มีความพร้อม สามารถเป็นเจ้าภาพที่ดี มีมาตรฐานของสถานที่จัดงานรองรับ ทั้งห้องประชุม ศูนย์ประชุม และสถานที่พิเศษสำหรับการจัดงาน
กลยุทธ์ในการพัฒนา ที่จะมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ สถานประกอบการ และห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ให้มีมาตรฐาน และมีศักยภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น
“การจัดงาน Thailand International Air Show เป็นหนึ่งในโครงการงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ ที่ ทีเส็บดำเนินการผลักดันให้เกิดขึ้นในพื้นที่ EEC โดยเริ่มศึกษาความเป็นไปได้รวมถึงโมเดลความร่วมมือในแบบต่างๆ กับที่ปรึกษาต่างประเทศ เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการจัดงานแสดงสินค้าด้านการบิน”
โดยมีกำหนดจัดงานประกาศตัวในปี พ.ศ. 2566 งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2568 และการจัดงานเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2570 โดยจะจัดงานต่อเนื่องทุก 2 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และขับเคลื่อนการยกระดับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ผ่านงานแสดงสินค้าระดับโลก ซึ่งเปรียบเสมือนกลไกหลักในการพลิกฟื้น ขับเคลื่อน และจุดประกายให้อุตสาหกรรมการแสดงสินค้าของไทยกลับมาเคลื่อนไหวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด 19″
และเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในการรองรับการจัดงาน “Thailand International Air Show” พร้อมทั้งร่วมยกระดับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ของไทย ทีเส็บจะดำเนินโครงการคู่ขนานไปกับการจัดเตรียมงานนี้ด้วย
“จะมีการจัดงาน “Road to Air Show” โดยริเริ่มจัดงานสัปดาห์งานแสดงสินค้าและงานในอุตสาหกรรมไมซ์ ภายใต้ชื่อ “Aviation & LOG-IN Week” ซึ่งเป็นการรวมงานแสดงสินค้า การประชุม และงานเมกะอีเว้นต์ มาจัดในพี้นที่เดียวกัน ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อต่อยอดโอกาสในการเข้าร่วมงาน ให้เกิดการมีส่วนร่วมในงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมนั้นๆ ตลอดจนช่วยกระตุ้นผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจแบบทวีคูณ”

“นอกจากนั้น ทีเส็บ ยังได้สำรวจผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดงาน “Thailand International Air Show” โดยคาดการณ์ว่า จากการจัดงานแอร์โชว์ทุกๆ 2 ปี เป็นจำนวน 5 ครั้งอย่างต่อเนื่อง จะผลักดันการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ได้ถึง 4,777 ล้านบาท”
“ทั้งยังช่วย กระตุ้นการจ้างงาน 18,760 ตำแหน่ง สร้างรายได้ทางภาษีให้ภาครัฐได้ 1,788 ล้านบาท และคาดการณ์ผู้ร่วมงาน 75,000 คน รวมถึงสร้างประโยชน์มูลค่ามหาศาลต่อภาคอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าและอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนาของ สกพอ.”
สำหรับในปี พ.ศ. 2565 นี้ มีงานแสดงสินค้านานาชาติยืนยันมาจัดแสดงในพื้นที่ EEC ซึ่งนับเป็นงานนำร่อง ภายใต้การสนับสนุนของทีเส็บ อาทิ งาน “Maintenance, Industrial Robotics and Automation” (MIRA) ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคมนี้ และงาน “Manufacturing Transformation Thailand” (MATRA) ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายนนี้
โดยในปีต่อๆ ไป ทีเส็บมีแผนดึงงานแสดงสินค้านานาชาติอื่นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม 12 S-Curve ทั้งงานใหม่และงานที่จัดอย่างต่อเนื่อง มาจัดแสดงในพื้นที่ EEC เพื่อร่วมสนับสนุนนโยบายของ สกพอ. ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ และช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลากหลายแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย
10 เส้นทางยอดเยี่ยม เปิดประสบการณ์ “ไมซ์ซิตี้” สร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจ
MICE Winnovation ชี้โอกาส ธุรกิจไมซ์ เอาชนะวิกฤต ได้ด้วยนวัตกรรม














