“ห้องสมุดอุ๋ง” รูปแบบใหม่ “การจัดการความรู้”

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ “Human Library “ห้องสมุดมนุษย์” ตอบโจทย์ Generation Z” ใน SALIKA ของเราแห่งนี้

เป้าหมายเพื่อเผยแพร่แนวคิดการสร้างสรรค์ห้องสมุดรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้องสมุดรูปแบบใหม่ ที่จะมาตอบโจทย์ในเรื่องของ “การจัดการความรู้”
“ห้องสมุดมนุษย์” หรือ Human Library นั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่ง คือ Living Library หรือ “ห้องสมุดมีชีวิต” เพราะแม้ Human Library จะแปลตรงตัวว่า “ห้องสมุดมนุษย์” แต่ก็สามารถสื่อความถึงคำว่า “ห้องสมุดมีชีวิต” ได้ เนื่องจากผู้ใช้บริการจะได้พบปะกับผู้คนหลากอาชีพจากหลายวงการ ดังที่กล่าวมาข้างต้น
โดย “ห้องสมุดมนุษย์” มีความแตกต่างจากห้องสมุดทั่วไปเป็นอย่างมาก เพราะห้องสมุดทั่วไปจะเปิดให้บริการอ่านหนังสือ ยืมหนังสือ และคืนหนังสือ ส่วน “ห้องสมุดมนุษย์” จะเปิดให้บริการ “อ่านมนุษย์” หรือการนั่งพูดคุยกัน
อันที่จริง นอกจาก “ห้องสมุดมนุษย์” แล้ว โลกของเรายังมีห้องสมุดในทำนองนี้อีกมากมายหลายประเภท หรือที่เรียกกันว่า “ห้องสมุดพิเศษ”
เป็นต้นว่า “ห้องสมุดกฎหมาย” โดย “ห้องสมุดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก” คือ Law Library of Congress ของสหรัฐอเมริกา มีแหล่งข้อมูลประมาณ 2.65 ล้านรายการ รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับกฎหมายของสหรัฐอเมริกา และแหล่งข้อมูลทางกฎหมายสำหรับเขตอำนาจศาลทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกฎหมายที่ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของระบบกฎหมายแบบดั้งเดิมที่สุดในด้านของกฎหมายทั่วไปทางศาสนากฎหมายแพ่งจารีตประเพณีและสังคมนิยม
นอกจาก “ห้องสมุดกฎหมาย” ก็มี ห้องสมุดทางการแพทย์, ห้องสมุดฟิสิกส์, ห้องสมุดทหาร, ห้องสมุดดนตรี, ห้องสมุดการขนส่ง, ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์, ห้องสมุดทัณฑสถาน, ห้องสมุดข่าวสาร ซึ่งเก็บรวบรวมบทความข่าวจากหนังสือพิมพ์ นิตยสารและวารสาร, ห้องสมุดศิลปะการแสดง, ห้องสมุดศาสนศาสตร์ เป็นต้น
“วาฬมิงค์” หรือ Minke Whale
ล่าสุด มีการจัดตั้ง “ห้องสมุดพิเศษ” ขึ้นอีกหนึ่งประเภท นั่นคือ “ห้องสมุดรวมรวมเสียงสัตว์น้ำทั่วโลก” หรือที่ผมเรียกเองว่า “ห้องสมุดอุ๋ง” ซึ่งเลียนแบบเสียงแมวน้ำ ที่เรียกตามศัพท์วัยรุ่น
รายงานข่าวกล่าวว่า “พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดและผู้ชำนาญการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ 9 ประเทศ” กำลังวางแผนสำหรับการเก็บรวบรวมเสียงของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ เพื่อทำเป็น “ห้องสมุดแห่งเสียงสัตว์น้ำของโลก”
โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียเชื่อว่า เสียงของสัตว์ใต้ทะเล ไม่ว่าจะเป็น “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” “ปลา” และ “สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง” ซึ่งอาศัยอยู่ใต้น้ำ และในน้ำ จะช่วยให้พวกเขาสามารถศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับสภาวะของระบบนิเวศใต้ทะเลได้
ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร อาทิ อังกฤษ  จีน นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันจัดทำรายงานวิจัยเพื่อให้มีการก่อตั้ง “ห้องสมุดของโลกที่ทำหน้าที่จัดเก็บเสียงของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Ecology and Evolution
โดย “พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดและผู้ชำนาญการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ 9 ประเทศ” เชื่อว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลายในมหาสมุทร เป็นต้นว่า “วาฬหลังค่อม” จะมีการ “ปล่อยเสียง” ออกมา
เช่นเดียวกับ “ปลา” และ “สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ” แต่ในบรรดาปลา 34,000 ชนิดที่มีทั่วโลกนั้น มีการเก็บบันทึกไว้เพียง 1,000 ชนิดเท่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การร้องเพลง” ของ “แมวน้ำเครา” หรือ Bearded Seals และ “เสียงร้อง” ของ “วาฬมิงค์” หรือ Minke Whale เป็นส่วนเด่นของ Collection “เสียงสัตว์น้ำทั่วโลก” ที่จะมีการเก็บรวบรวมไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก!
“แมวน้ำเครา” หรือ Bearded Seals
ซึ่งที่ผ่านมานั้น ตัวอย่าง “เสียงของสัตว์น้ำ” เหล่านี้ มักจะถูกเก็บแบบกระจายกันอยู่ในห้องสมุดของสถาบันการศึกษา หรือองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสัตว์น้ำต่างๆ แต่ไม่เคยมีการเก็บจัดไว้อย่างเป็นรูปแบบในที่ที่เดียวมาก่อน
นอกจากนี้ “พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดและผู้ชำนาญการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ 9 ประเทศ” ยังได้มีการจัดตั้ง “ธนาคารข้อมูลสัตว์น้ำ” ซึ่งจะเป็นสถานที่เก็บข้อมูลสัตว์น้ำแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อนำ “บันทึกเสียงร้องของสัตว์ใต้น้ำ” เหล่านี้ ไปใช้วัดความหลากหลายทางชีวภาพ และสุขภาพของระบบนิเวศวิทยา
Dr. Miles Parsons นักวิจัยแห่ง “สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งชาติออสเตรเลีย” ในฐานะหัวหน้าทีมจัดตั้ง “ธนาคารข้อมูลเสียงสัตว์น้ำ” กล่าวว่า “เสียงของสัตว์” สามารถบ่งบอกสุขภาพของระบบนิเวศได้

“สภาพของเสียง สามารถช่วยบ่งบอกได้ว่าสิ่งแวดล้อมรอบๆ สถานที่เหล่านั้นเป็นเช่นไร และสัตว์ต่างๆ ในบริเวณนั้น มีคุณภาพชีวิตอย่างไร” Dr. Miles Parsons กระชุ่น

Dr. Miles Parsons กล่าวต่อไปว่า มลพิษ และภาวะโลกร้อน กำลังทำให้ “เสียงสะท้อนในน้ำ” เปลี่ยนแปลงไป
“เมื่อไม่นานมานี้ มีการศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างแนวปะการังเสื่อมโทรม กับแนวประการังสุขภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสำรวจความแตกต่างของสภาพของเสียงในพื้นที่ทั้งสอง” Dr. Miles Parsons กล่าว และว่า
“แม้จะเป็นแค่การตรวจดูเสียงสะท้อน ทว่า สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมากมาย” Dr. Miles Parsons สรุป
โดยขั้นตอน “การบันทึกเสียงสัตว์น้ำ” ทีมงานของ Dr. Miles Parsons จะใช้ “Microphone ใต้น้ำ” หรือ Hydrophone ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากเป็นเครื่องมือ
ซึ่งที่ผ่านมา ทีมนักดำน้ำของ “พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดและผู้ชำนาญการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ 9 ประเทศ” ได้ใช้ “กล้องใต้น้ำ” ในการบันทึก “เสียงกรีดร้องแหลม” และ “เสียงคราง” ของ “สัตว์โลกใต้น้ำ” เอาไว้เป็นจำนวนมากครับ