ตอนที่ 8 เลียบฝั่งไรน์
เช้าตรู่มากๆ ผู้นำทางพาเรานั่งรถตู้ด้วยกัน 4 คน อาคันตุกะจากสยาม 3 คนและผู้ดูแลคนนึง! จากทริเออร์มุ่งสู่กรุงบอนน์ ไปตามถนนเลียบฝั่งแม่น้ำโมเซล อากาศสดใส ท้องฟ้าโปร่ง สองข้างทางสวยงามสะอาดสะอ้าน เรื่องสิ่งแวดล้อมของบ้านเมืองนี่ต้องยกให้เยอรมัน
ผ่านแม่น้ำโมเซล ที่คะเนด้วยตาเปล่าบางช่วงกว้างถึงกว่า 400 เมตร บางช่วงก็แคบแต่ไม่น่าจะแคบกว่า 150 เมตรโดยประมาณ มีเรือบรรทุกสินค้าตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ล่องสวนทางมาเป็นระยะๆ มองไม่เห็นขยะหรือถุงพลาสติกลอยน้ำเลย ทั้งที่พยายามจับผิดแล้วก็ตาม
ทางรถยนต์จากทริเออร์ไปบอนน์ เป็นถนนเล็กๆ เลียบเลาะริมฝั่งแม่น้ำโมเซลที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำไรน์ ถ้าขับเรื่อยๆ จะใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ถนนไม่กว้าง เป็นแบบถนนท้องถิ่น (local road) ช่องทางเดียววิ่งสวนทางกัน บางช่วงผ่านเมืองเล็กๆ บางช่วงก็มองเห็นชุมชนอยู่ลิบๆ บางทีก็มีปราสาทโบราณตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา แม่น้ำอยู่ฝั่งขวา มีป่าไม้สลับกับชุมชนในฝั่งซ้าย บางช่วงเป็นทางขึ้นเขาผ่านอุทยาน ได้เห็นไม้เมืองหนาวหลากสีหลายพันธุ์
เป้าหมายการไปบอนน์ เจ้าภาพต้องการให้ไปเยี่ยมสำนักงานกลาง เอฟอีเอส พบกับ ดร.เวียร์ (Mr. Veil) ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการด้านการเมืองของเอฟอีเอส ที่ดูแลสโมสรนักการเมืองของพรรคเอสพีดี และตอน 4 โมงเย็น เชิญให้เข้าฟังปราศรัย รณรงค์หาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีเยอรมันจากพรรคเอสพีดี ศาสตราจารย์ ดร.เกสซีนส์ ชวานส์ (Prof.Dr.Gesine Schwan) ปัจจุบัน ดร.เกสซีนส์เป็นประธานมหาวิทยาลัยแห่งยุโรปและเป็นกรรมการคนสำคัญของ พรรค SPD จะปราศรัยประเด็นเรื่อง “การเมืองกับความไว้วางใจ” (Politics and Trust) จัดสโมสรนักการเมือง สำนักงานกลางเอฟอีเอส
ภาพที่เห็นตลอดทางออกจากทริเออร์ ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจสังคมที่นี่ได้มาก ร่องรอยความเป็นอยู่เดิมๆ ที่มีปราสาทเจ้าที่ดินตั้งอยู่ตรงกลาง มีพื้นที่ทำเกษตรอยู่รอบๆ ชี้บอกวิถีการผลิตที่ “เจ้าที่ดิน” เป็นผู้ทรงอิทธิพล เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของชาวไร่ชาวนา อดีตเป็นนักบวช-บาทหลวงหรือไม่ก็ขุนนาง! ชาวนา-ชาวไร่มีสภาพเป็นเพียงแรงงานในที่ดินของแต่ละตระกูลเจ้าที่ดิน! ผลผลิตจะถูกจัดสรรแบ่งปันเพียงเพื่ออยู่รอด ความมั่งคั่งอยู่ในมือของเจ้าที่ดินทั้งหมด
เมื่อสังคมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมช่วงศตวรรษที่ 17 รูปแบบการผลิตเปลี่ยนไป มีการใช้จักรกลเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม แรงงานในไร่นาก็เปลี่ยนไปอยู่ในโรงงานแทน เจ้าที่ดินส่วนหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นเจ้าของโรงงาน ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่กับนายทุน-เจ้าของโรงงานเช่นเดิม พัฒนาการของวิถีการผลิตที่เปลี่ยนแค่รูปแบบที่จิตวิญญาณยังคงเดิมนี้ คงเป็นมูลเหตุให้มาร์กซ์กับเองเกลล์ทนไม่ได้ จึงร่วมมือคิดค้นปรัชญาใหม่วางแนวทางการปฏิวัติสร้างโลกสังคมนิยมขึ้น!
สองข้างทางยังคงเห็นร่องรอยวิถีสังคมเดิมอยู่ มีตัวปราสาทและพื้นที่รอบๆ เป็นผู้ถ่ายทอดให้จินตนาการเห็นชีวิตดั้งเดิมได้ เยอรมันอนุรักษ์ปราสาทเหล่านี้ไว้เพื่อเรียนรู้คุณค่าของอดีต และใช้อดีตมาชี้อนาคต
ชุมชนและเมืองที่ผ่านมาดูเป็นระเบียบ สะอาด มีสภาพแวดล้อมดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับบ้านเมืองเรา!!! แต่ที่นี่คือเยอรมัน สร้างความสำเร็จจากการทุ่มเท ทำงานหนักวินัยเข้ม-ต่อเนื่องมานานนับศตวรรษด้านสิ่งแวดล้อม! คนเยอรมันถูกปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสาธารณะสูง คนที่นั่นไม่รู้สึกว่าสถานที่สาธารณะหรือผลประโยชน์สาธารณะเป็นเรื่องของ “รัฐ” หรือเป็นเรื่องของ “คนอื่น”
ผิดกับบ้านเราที่พื้นที่สาธารณะมักจะถูกทึ้งถูกทำลาย หรือไม่ก็ปล่อยปะละเลยขาดการดูแลเอาใจใส่ไม่ค่อยช่วยกันรักษา มักคิดกันว่าเป็นของเทศบาลบ้าง เป็นของรัฐบ้างฯ เวลาใช้ก็ทึ้งกันเต็มที่…พฤติกรรมเช่นนี้ไม่รู้เมื่อไรจะเปลี่ยนไป
เจ้าภาพจัดอาหารเช้าเตรียมรับเราที่ภัตตาคาร เป็นปราสาทโบราณตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำโมเซล เมื่อไปถึงก็ตะลึงตะลานทีเดียว ปราสาทโบราณนี้ดัดแปลงเป็นภัตตาคาร มีโต๊ะอาหารตั้งวางอยู่ตามห้องต่างๆ คงสถาปัตยกรรมการก่อสร้างไว้ในสภาพแบบเดิมเกือบทั้งหมด ประตูทางเข้าเป็นแผ่นไม้หนาหนักมาก ยึดติดกันด้วยเหล็กสาน มีส่วนผสมระหว่างปูนไม้และเหล็ก แข็งแรงบึกบึนเหมือนกับประตูเมืองโบราณที่นักรบโบราณเฝ้าอยู่!
อาหารเช้าเสิร์ฟด้วยมื้อเช้าสไตล์เยอรมันดั้งเดิม มีขนมปังนานาชนิด มีไส้กรอกชิ้นโตหลากหลายวางอยู่บนจานใหญ่ มีน้ำส้ม น้ำผลไม้ กาแฟ ไข่ ฯ ขนมปังและเครื่องเคียงแบบดอช์ย ที่นี่ไส้กรอกทำสดๆ เองทุกวัน การมาใช้บริการทานอาหารที่นี่ เจ้าภาพบอกว่าต้องจองล่วงหน้านานทีเดียว! นับเป็นอาหารเช้าดีเยี่ยมสมกับการเดินทางมาไกลเลย!
หลังอาหารเราเดินชมวิวย่อยอาหารที่เนินริมหน้าผาปราสาท มองลงไปเห็นแม่น้ำโมเซล สงบนิ่ง ป่าสองข้างทางโอบรัดสายน้ำไว้อบอุ่น หมอกควันกระจายตัวเป็นหย่อมๆ ถนนเลียบแม่น้ำมีรถวิ่งไม่มาก สูดหายใจรับอากาศสดๆ อย่างชุ่มปอด ทัศนียภาพและบรรยากาศเช่นนี้ ช่วยเติมพลังชีวิตได้มากโขเลย
เสร็จจากอาหารเช้าก็ออกเดินทางต่อมุ่งสู่บอร์น เมืองหลวงชั่วคราวของเยอรมนี ได้เห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามตลอดช่วงเดินทางสู่บอร์น
(อ่านต่อตอนที่ 9)














