Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.89

สกพอ. อบจ.ระยอง กรมประมง และ ททท. จับมือฟื้นฟูสัตว์ทะเล สร้างรายได้ให้ชุมชน

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมกับกรมประมง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ.ระยอง) ว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของ สกพอ. คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยว รวมถึงสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ อีอีซี การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง เพื่อให้เกิดระบบบริหารจัดการเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลอย่างยั่งยืน โดยไม่พึ่งพางบประมาณรัฐ แนวทางการดำเนินงานโครงการนี้ คือ สกพอ. และ อบจ.ระยอง จะสนับสนุนงบประมาณให้แก่ศูนย์วิจัยฯ เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตลูกสัตว์ทะเลของศูนย์วิจัยฯ เช่น การผลิต ลูกกุ้ง ลูกหอย ลูกปลากะพง จำนวน 2 ล้านตัว มีต้นทุนการเพาะพันธุ์ตัวละ 1 บาท ตั้งราคาจำหน่ายตัวละ 2 บาท ส่งผลให้มีรายได้ในปีที่ 2 จำนวน 4 ล้านบาท สามารถเพิ่มปริมาณลูกสัตว์ทะเลที่เพาะพันธุ์ได้เป็น 4, 8, 16, 32 ล้านตัวในปีที่ 2-5 ตามลำดับ ทั้งนี้ สกพอ. และ อบจ. ระยอง จะประสานงานกับชาวประมงชายฝั่ง สถานที่ท่องเที่ยว และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้นักเรียนนำไปจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวตัวละ 3 บาท (ถุงละ 60 บาท
มีลูกสัตว์ทะเลจำนวน 20 ตัว) ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ ผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 1 บาทต่อตัว ส่งผลให้มีรายได้ 2 ล้านบาทและทวีคูณเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะช่วยให้มีรายได้ถึง 32 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 5 ปี ซึ่งจะมีการประเมิน เพื่อศึกษาปริมาณสัตว์ที่ควรปล่อยสู่ทะเลเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ การที่ อบจ.ระยอง ร่วมสนับสนุนงบประมาณในการเพาะพันธุ์ด้วย 1 ล้านบาทในปีแรกนั้น ช่วยให้โครงการประสบความสำเร็จเร็วขึ้นอย่างมาก และจะมีลูกสัตว์ทะเลที่ถูกปล่อยสะสมในปีที่ 5 ถึงกว่า 64 ล้านตัวเลยทีเดียว เมื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักเรียนในพื้นที่มีรายได้จากการจำหน่ายลูกสัตว์ทะเลให้นักท่องเที่ยวแล้ว จะนำรายได้กลับมาซื้อลูกพันธุ์สัตว์ทะเลจากศูนย์วิจัยฯ เพื่อนำไปจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์โครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศในลักษณะที่เข้าใจง่าย เช่น กิน 2 ตัว ปล่อย 20 ตัว เป็นต้น

EEC HDC ร่วมมือเร่งหนุนการพัฒนาบุคลากรทุกมิติครบวงจร

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) แถลงหลังเสวนา EEC HDC talk ที่จัดเผยแพร่ออนไลน์สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้อุตสาหกรรมใน EEC ที่ต้องการยกระดับทักษะบุคลากรให้เข้าถึงการใช้สิทธิการพัฒนาบุคลากรของ EEC โมเดล type B การเสวนาครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญเจ้าของกิจการโดยตรงเข้าร่วม มีนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ฯ มุ่งสื่อถึงผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 41 แห่งใน EEC โดย ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธาน EIF – ประธานกลุ่ม บริษัท SNC และ ดร.ประพิณ อภินรเศรษฐ กรรมการผู้จัดการ บ.ยาวาด้า (ประเทศไทย) ได้เสนอภาพรวมการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องเร่งวางแผนพัฒนาการผลิต การบริการ และพัฒนาบุคลากร ฯ เพื่อยกระดับกิจการเข้าสู่การผลิต-บริการยุคใหม่ตามที่ EEC สนับสนุน ส่วนภาควิชาการมี รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ชี้ถึงโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว โดยมี ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล ดำเนินรายการ ในการเสวนานี้ประธาน EEC HDC ได้กล่าวเปิดและอธิบายรายละเอียดการพัฒนาบุคลากรให้กับผู้แทน  41 นิคมอุตสาหกรรมใน EEC  หลังจบการเสวนา ประธาน EEC HDC ได้แถลงงานของ HDC ว่าได้ร่วมมือพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายทุกกลุ่ม และกระตุ้นให้อุตสาหกรรมใหญ่ช่วยส่งเสริมสนับสนุน SMEs ลูกข่ายในซัพพลายเชนการผลิตด้วย ซึ่งสำนักงาน HDC ได้ประสานกับ IFC ธนาคารโลก ช่วยหนุนด้านเงินทุนที่อุตสาหกรรมต้องการ พร้อมกับจะใช้ช่องทางนี้เชื่อมกับผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีตามต้องการของอุตสาหกรรมจากทุกมุมโลกด้วย ขณะนี้ได้ทำงานกับ IFC เชื่อมประสานกลุ่ม BOSCH เทคโนโลยีชั้นสูงจากเยอรมันให้ร่วมงานกับ EECi และสำนักวิศวกรรม มทร.ตอ และยังประสานให้ IFC ร่วมมือกับ อบจ.ระยอง ในการจัดการขยะพิษที่มีเทคโนโลยีชั้นนำจากญี่ปุ่นและยุโรปเข้าร่วมมือ และดำเนินการเจรจาเรื่องเงินทุนการจัดการขยะพิษในเขตอุตสาหกรรมด้วย ปัจจุบัน EEC HDC ได้ปรับงานให้ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการทุกกลุ่มและทุกมิติ อุตสาหกรรมใดที่สนใจการพัฒนาบุคลากรและต้องการเงินทุนขนาดใหญ่ประสานโดยตรงได้ที่ สำนักงาน EEC HDC ที่ติดต่อ [email protected] หรือโทร 0843932799  

ตั้ง “คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์” ลุยตลาดผู้บริโภคชาวมุสลิม 2 พันล้านคน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เผยการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล ซึ่งล่าสุดมีมติให้จัดตั้ง “คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์” (Thailand Halal Taskforce) ขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนผ่านอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้า สร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารอันดับ 13 ของโลก จึงมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าฮาลาล จึงพร้อมเดินหน้าและเชื่อมั่นว่าจะเข้าถึงตลาดประชากรมุสลิมซึ่งมีจำนวนกว่า 2,000 ล้านคน รวมทั้งต่อยอดโครงการลงทุนเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรฮาลาล ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และสงขลา นายกรัฐมนตรีเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขยายความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนของไทยในต่างประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยมีศักยภาพและมีมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารฮาลาล จึงเชื่อมั่นว่าคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์นี้ จะเร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่าตลาดกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ และจะสามารถยกระดับความเชื่อมั่นเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

คอนเฟิร์ม! 1 เม.ย. นี้ เปิดบริการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศออนไลน์ 155 ประเทศ

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย 1 เมษายนนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมให้บริการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ หรือ e-PCT ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว พร้อมรับส่วนลดค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ สามารถเลือกจดทะเบียนได้กว่า 155 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นต้น ภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty : PCT) เพิ่มช่องทางการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ อำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้คนไทยได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตรในต่างประเทศได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ป้องกันการลอกเลียนแบบหรือการนำสิทธิบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อันสร้างแรงจูงใจให้เกิดการคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และการพัฒนาต่อยอดทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย รวมทั้งสนับสนุนนักประดิษฐ์ นักวิจัย นักคิดค้นสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยสามารถยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ https://pct.wipo.int/ePCT กรณีเป็นบุคคลธรรมดาจ่ายเพียง 4,100 – 4,900 บาท จากเดิม 5,300 บาท และนิติบุคคลจ่ายเพียง 41,000 – 49,000 บาท จากเดิม 53,000 บาท”

“ยูเครน” คาดเหตุขัดแย้งรัสเซียอาจทำเศรษฐกิจเสียหายกว่า 1 ล้านล้านดอลล์

(แฟ้มภาพซินหัว : นักดับเพลิงปฏิบัติงานบริเวณอาคารที่พังเสียหายในเมืองคาร์คิฟของยูเครน วันที่ 13 มี.ค. 2022) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว ระบุ เมื่อวันอังคาร (29 มี.ค.) สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์-ยูเครน อ้างอิงเดนิส ชมีคัล นายกรัฐมนตรียูเครน ซึ่งออกมาคาดการณ์ว่าความเสียหายทางอ้อมจากความขัดแย้งกับรัสเซีย อาจคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.5 ล้านล้านบาท) เมื่อพิจารณาถึงความสูญเสียในหลายปีต่อจากนี้ด้วย ชมีคัลคาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายโดยตรงที่เกิดจากการโจมตีอาคารสาธารณะ สะพาน ถนน โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและทางการทหารของยูเครน อยู่ที่ราว 2.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.05 ล้านล้านบาท) และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูเครนอาจจะลดลงร้อยละ 35 ในปีนี้ อนึ่ง จีดีพีของยูเครนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 ในปี 2021 หลังจากลดลงร้อยละ 3.8 ในปี 2020