Friday, August 28, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.96

พร้อมใช้! กฎกระทรวงมาตรฐานอุดมศึกษาฯยุคใหม่ พัฒนากำลังคนแข่งขันระดับโลก

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อว.ได้ประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศและการพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีความเชี่ยวชาญตามสาขาวิชาการหรือวิชาชีพที่ตนถนัด สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ โดยกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา ประกอบไปด้วย 5 เรื่อง ได้แก่ 1.มาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา 2.มาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา 3.มาตรฐานการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา 4.กำหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาอื่น และ 5.มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ทั้งนี้ กฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีผลใช้บังคับหลัง 180 วันจากวันที่ประกาศนี้ ด้าน ศ.นพ.ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว.เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานของรัฐบาลตามนโยบายปฏิรูปการอุดมศึกษายุคใหม่ อาทิ เรื่องแรก) มาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีการปรับให้การจัดตั้งและมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาสอดคล้องกับโลกยุคใหม่ เช่น ไม่เน้นสิ่งปลูกสร้างแต่เน้นด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย และยังมุ่งเน้นวัตถุประสงค์เดิมใน 4 เรื่อง คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัยและสร้างนวัตกรรม การบริการสังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม หรือ เรื่องที่สอง) มาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีการปรับเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ยกเลิกเกณฑ์กลางระยะเวลาเรียน การเทียบโอนหน่วยกิต การสะสมหน่วยกิต ซึ่งสามารถนำผลลัพธ์ในการเรียนรู้มาสะสมในคลังหน่วยกิตเพื่อขอรับคุณวุฒิหรือปริญญาได้ โดยไม่จำกัดเรื่องอายุ คุณวุฒิของผู้เรียน และระยะเวลาในการเรียน ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในระบบของหลักสูตรและตอบสนองต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น

ดีอีเอส หนุน EECmd ก้าวสู่ต้นแบบ Medical Valley แห่งแรกของประเทศ

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน THMMASAT EECmd Vision “Now and Next” (EECmd)  ซึ่งเป็นโครงการขับเคลื่อน “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์พัทยา” พร้อมก้าวสู่ต้นแบบ Medical Valley แห่งแรกของประเทศ  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มีการผลักดัน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) หรือ New Engine of Growth มีแผนยุทธศาสตร์ในการผลักดัน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในภูมิภาค ยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและด้านสาธารณสุข พัฒนาบุคลากรและมาตรฐานการให้บริการเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล “กระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมสนับสนุนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพันธมิตร EECmd ทั้ง 25 องค์กร ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในแผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี สร้างสังคมแห่งอนาคต พัฒนาระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ การวิจัย ค้นคว้า และต่อยอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ นำระบบดิจิทัลมาสนับสนุนบริการทางสุขภาพ สู่เป้าหมายเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้อย่างแท้จริง” ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว โดยภายในงานมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับองค์กรด้านการแพทย์และวิศวกรรมกลุ่ม Health Tech  ชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 25 หน่วยงาน รวมทั้งยังมีการจัดแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยี และนวัตกรรมสุขภาพที่ล้ำสมัย ณ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 

2 ผลงาน สวทช. “AI จัดการปัญหาเมือง-ปุ๋ยคีเลต” คว้ารางวัลผลงานวิจัยแห่งชาติที่มีผลกระทบสูง

ผลงาน “แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมืองผ่านระบบพูดคุยอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” ของ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม และทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ได้รับใบประกาศเกียรติคุณระดับดี สาขาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการมอบรางวัล ผลงานวิจัยแห่งชาติที่มีผลกระทบสูง ประจำปี 2565 Prime Minister’s TRIUP Award for Research Utilization with High Impact 2022 พร้อมเงินรางวัลจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.)  ผลงานดังกล่าวเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับแจ้งปัญหา พร้อมทั้งส่งตรงถึง ‘หน่วยงานผู้รับผิดชอบ’ ช่วยให้เจ้าหน้าที่แก้ปัญหาได้รวดเร็ว ปัญหาไม่ลุกลาม ตรงตามความต้องการของประชาชน ที่สำคัญตรวจสอบได้ และ อีกหนึ่งผลงาน “ปุ๋ยคีเลตธาตุอาหารเพื่อเร่งการเจริญของพืช” ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ระดับดี สาขาเทคโนโลยีขั้นสูง ผลงานโดย ดร.คมสันต์ สุทธิสินทอง และทีมวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ได้พัฒนา “สารคีเลตจุลธาตุอาหาร” ที่เตรียมจากกรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยย่อยขององค์ประกอบประเภทโปรตีนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ผ่านกระบวนการห่อหุ้มจุลธาตุอาหารในรูปแบบสารเชิงซ้อน ให้อยู่ในรูปที่ละลายน้ำได้ดี พร้อมพัฒนาให้สามารถห่อหุ้มจุลธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการยึดเกาะใบด้วยโมเลกุลขนาดใหญ่ สลายตัวได้ตามธรรมชาติ จึงสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่ได้ 20% ลดการใช้ปุ๋ยลง 50% ทั้ง 2 ผลงานถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) และเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ที่พัฒนาจากงานวิจัยมุ่งเป้าสู่การใช้ประโยชน์การแก้ไขปัญหาสำคัญ หรือการพัฒนาประเทศ ตามความประสงค์ของการสร้าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม

หวั่น “รัสเซีย-ยูเครน” ยืดเยื้อกระทบส่งออกไตรมาส 2 สูญรายได้ 1.5 แสนล้าน

การส่งออกของไทย
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. (สภาผู้ส่งออก) เปิดเผยผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย–ยูเครน และมาตรการตอบโต้ด้านการค้าและการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ว่า อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนภาคการผลิตทั้งจากราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ สรท. ประเมินว่าการส่งออกของไทย ปี 2565 จะยังเติบโตได้ที่ระดับ 5% ซึ่งคาดว่าการส่งออกในไตรมาสแรกจะสามารถเติบโตได้ที่ 8% เนื่องจากผู้ส่งออกมีคำสั่งซื้อไว้แล้วล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออกในไตรมาส 2 โดยอาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 132,000-165,000 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกของไทยในไตรมาสที่ 2 เติบโตที่ 2-4%

ไอเดียเก๋! Modpools เปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์เก่าเป็นสระว่ายน้ำ

เว็บไซต์ yankodesign.com นำเสนอไอเดียสุดเก๋ Modpools บริษัทของ Paul Rathnam ได้แปลงตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งให้เป็นสระน้ำในบ้านที่สามารถติดตั้งใต้ดิน เหนือพื้นดิน หรือที่ใดก็ได้ ช่วยให้บ้านของคุณมีชีวิตชีวาขึ้น จากเดิมที่เราคุ้นชินกับภาพการนำตู้คอนเทนเนอร์ไปทำร้านอาหาร บาร์ ออฟฟิศ ร้านค้าและอื่นๆ แต่เมื่อถูกดีไซน์ให้เป็นสระว่ายน้ำก็ดูสวยงามและมีเสน่ห์อย่างมาก แถมขนาดกำลังดี โดยนักออกแบบสร้างสรรค์ด้วยความยั่งยืนให้สระว่ายน้ำดังกล่าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเข้ากับสภาพบ้านทุกรูปแบบ สามารถกำหนดค่าในรูปทรงเรขาคณิตที่แตกต่างกัน เพื่อให้พอดีกับขนาดของสวนหรือลานบ้าน หรือการกำหนดค่าใดๆ ที่ต้องการในร่มหรือกลางแจ้ง สามารถตัดให้มีความยาว 20-40 ฟุต เพื่อให้พอดีกับขนาดหรือรูปร่างใดๆ ที่จำเป็นสำหรับการกำหนดค่าในสนามหลังบ้านหรือพื้นที่ส่วนอื่นๆของบ้าน สามารถเพิ่มอุณหภูมิได้ถึง 104 องศาฟาเรนไฮต์ ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือการติดตั้งในสถานที่สามารถทำได้ในเวลาเพียงวันเดียว