พูดได้ว่าใน ปี ค.ศ.2022 หรือ พ.ศ.2565 ที่เรากำลังอยู่กันในตอนนี้ เป็นยุคที่ทุกคนต้องปรับตัวอยู่กับความเปลี่ยนแปลง หรือต้องอยู่กับหลากหลายวิกฤตที่ยังคงอยู่ ตลอดจนต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ด้วยสถานะเช่นนี้เองที่ทำให้คำถามยอดฮิตที่เราถามกันมาทุกยุคทุกสมัยว่า “จะเตรียมตัวอย่างไรให้ได้งาน?” มีคำตอบที่เปลี่ยนไป เพราะใน องค์กรยุคใหม่ สมัยนี้ ก็มีความต้องการและความคาดหวังจากผู้สมัครงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้เช่นกัน
โดยปัจจัยแทรกแซงสำคัญที่มีผลต่อทำให้คำตอบของคำถามที่ว่า เตรียมตัวอย่างไรให้ได้งาน? เปลี่ยนไป หนีไม่พ้นการเกิดขึ้นของวิกฤตโควิด-19 ที่เป็นเหมือนตัวเร่งให้เกิด Digital Transformation หรือการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ รวมถึงการพัฒนาระบบดำเนินการภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าต่อไป และรองรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค

ดังนั้น เมื่อทุกภาคส่วน ต่างให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี ผลักดันให้องค์กรเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ และให้บรรลุเป้าหมายนี่เอง ที่ทำให้ องค์กรยุคใหม่ มีความต้องการบุคลากรที่มีศักยภาพในการทำงาน หรือมีทักษะใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์กับการทำงานในยุคนี้ในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก
และไม่ใช่แค่ความต้องการของ องค์กรยุคใหม่ เท่านั้นที่เปลี่ยนไป แต่มุมมองและทัศนคติของคนหางานยุคใหม่ ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยหลายคนหันมาให้ความสำคัญกับ Employer Value Proposition (EVP) หรือ คุณค่าในองค์กรที่พนักงานต้องการ และภาพลักษณ์ขององค์กร มากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ รูปแบบการทำงาน ความยืดหยุ่นของเวลา สถานที่หรือบรรยากาศในการทำงาน รวมถึงการตอบแทนคืนกลับให้สังคม สิ่งแวดล้อมขององค์กรนั้นๆ ด้วย
สะท้อนมุมมองจาก Jobsdb องค์กรยุคใหม่ มองหาอะไรในคนทำงาน ปี 2022
หนึ่งช่องทางที่ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่กำลังมองหางาน นั่นคือ เว็บไซต์หางาน ซึ่ง Jobsdb ก็เป็นหนึ่งแพลตฟอร์มที่ผู้หางานชาวไทยคุ้นเคยและต้องเคยเปิดเข้าไปหางานในเว็บไซต์นี้กันมาแล้วบ้าง ในวันนี้ ผู้บริหารของ Jobsdb จะได้มาแชร์มุมมองดีๆ เพื่อตอบคำถามว่า “จะเตรียมตัวอย่างไรให้ได้งาน?” ในยุคนี้ (รายงานข่าวเรื่อง ทักษะที่องค์กรต้องการในโลกยุคใหม่ เตรียมตัวอย่างไรให้ได้งาน ปี 2565 จากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์)

ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ให้คำตอบในเรื่องนี้จากมุมมองของ องค์กรยุคใหม่ว่า
“ความต้องการหลักขององค์กรยุคนี้ จะดูที่ประสบการณ์การทำงานที่สอดคล้องกับตำแหน่งที่รับ ความสามารถในการทำงาน ความเชี่ยวชาญพิเศษ ทักษะพิเศษที่มี เพื่อที่จะมาช่วยเสริมในตำแหน่งงานที่สมัคร และอีกเรื่องที่มีความสำคัญ คือ passion ในการทำงานว่าบุคคลนั้นมีเป้าหมายในการทำงานเป็นอย่างไร รวมถึงทัศนคติ และ E.Q. โดยจะมีคำถามที่สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ ในช่วงระหว่างที่สัมภาษณ์ได้”
นอกจากนี้ ทักษะการแก้ไขปัญหา หรือ (PROBLEM SOLVING SKILLS) ก็เป็นสิ่งสำคัญ และควรเพิ่มเติมในเรื่องของความรู้ ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ความรู้เกี่ยวกับองค์กร
ขณะที่ สำหรับบางตำแหน่งงาน อย่างเช่น พนักงานที่เป็นหน้าร้าน อาจจะต้องมีเรื่องของบุคลิกภาพ เข้ามาเสริมด้วย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์งานน่าจะมองหา

ส่วนทักษะที่ทุกคนต้องมี นอกเหนือจากความสามารถตามแต่ละวิชาชีพแล้ว ในยุคของการเปลี่ยนแปลงนี้ คุณดวงพร ชี้ว่าสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
Hard Skill คือ ทักษะด้านความรู้และเทคนิค เป็นทักษะความสามารถด้านอาชีพ หรือความชำนาญ ในการทำงานนั้นๆ เป็นสิ่งที่คงต้องมีและต้องใช้ เช่น ทักษะพื้นฐานทางด้านไอที Microsoft word powerpoint ทักษะทางด้านภาษา หรือทักษะในแง่ของการดูและวิเคราะห์ข้อมูล
Soft Skill หรือ ทักษะด้านสังคม ได้แก่ เรื่องของทักษะการสื่อสาร การพูดคุยกับคน การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึง ทักษะในการต่อรองเจรจา
Meta Skill เป็นทักษะที่ในยุคนี้ แต่ละคนควรจะมี นั่นคือ ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นต้องรู้จักและเข้าใจตัวเอง วิเคราะห์ให้ได้ว่าจุดแข็ง-จุดอ่อน ของตัวเองคืออะไร แล้วต้องหาอะไรมาเสริม
“อย่างในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการแก้ไขปัญหา การปรับตัวเองให้รู้จักเรียนรู้ไปตลอด เพราะเวลาที่เราได้เข้าไปทำงานแล้ว ต้องมีการหาความรู้ใหม่เพิ่มเติมต่อไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน พนักงานยุคนี้ยังต้องมีความยืดหยุ่นทางความคิด กล้าที่จะลองผิดลองถูก เรียนรู้จากสิ่งที่เคยทำผิดพลาด เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองต่อไป”
“นอกจากนั้น พนักงานต้องรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ที่ได้รับมอบหมายเป็นหลัก ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองกับงานให้เต็มที่ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของพลังบวก ที่จะนำเข้ามาสู่องค์กรและทีม เพราะว่าจริงๆ แล้ว ทุกๆ คน ไม่ใช่แค่สำหรับองค์กร เวลามีพลังบวกเข้ามา จะทำให้องค์กรมีความรู้สึกที่ดีขึ้น”
“แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในพนักงาน ก็สามารถพาทีมก้าวไปข้างหน้าได้ มีทักษะการแก้ไขปัญหาที่ดี สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ น่าจะเป็นตัวหลักที่บริษัททุกบริษัทอยากได้ ที่สำคัญคือ เรื่องของจริยธรรม อยากได้พนักงานที่ให้คุณค่าในด้านนี้ด้วย”
Q & A คำถามสำคัญ ที่ผู้สมัครงานยุคนี้ต้องรู้ และเตรียมก่อนไปสมัครงาน
ต่อมา คุณดวงพร ได้ตอบคำถามอย่างครอบคลุมในประเด็นเรื่องการเตรียมตัวเพื่อให้ได้งาน ดังนี้
Q : คำถามอะไรที่องค์รมักใช้ถามคนสมัครงาน?
A : ส่วนแรกเป็นคำถาม ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้สมัคร เรื่องประสบการณ์การทำงาน หรือให้เล่าประวัติตัวเองคร่าวๆ หรือทำไมถึงเลือกสมัครตำแหน่งนี้ ทำไมเลือกบริษัทนี้ แล้วคุณสมบัติที่คุณมีอยู่สามารถเอามาช่วยงานบริษัทได้อย่างไรบ้าง จุดอ่อน-จุดแข็งของคุณคืออะไร จะเป็นการถามลึกไปเรื่อยๆ เพื่อสอบถามข้อมูลว่า ผู้สมัครมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์กับตำแหน่งงานนี้หรือไม่
อีกส่วนหนึ่ง คือ คำถามเพื่อทดสอบวิสัยทัศน์ ทัศนคติ เพื่อประเมินพฤติกรรมว่า จะเข้ามาร่วมการทำงานกับทีมได้ไหม เรียกคำถามเซตนี้ว่าคำถามเชิงจิตวิทยา จะเป็นคำถามที่ถามไปถึงว่า เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นแล้ว คุณแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยคำถามเชิงจิตวิทยาพวกนี้ ก็จะใช้ตอบเรื่อง ทัศนคติ หรือ E.Q. ว่าเป็นยังไง โดยคำถามประเภทนี้ แบ่งได้เป็นอีก 2 กลุ่ม คือ เชิงพฤติกรรม และเชิงสถานการณ์
คำถามเชิงพฤติกรรม เช่น ให้ผู้สมัครเล่าให้ฟังถึงโปรเจกต์ที่คิดว่าชอบที่สุด หรือท้าทายที่สุดในการทำงานก่อนหน้านี้ว่าเป็นอย่างไร ส่วน คำถามเชิงสถานการณ์ เป็นคำถามในลักษณะว่า ถ้าทำงานไปแล้ว เจออุปสรรคจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เป็นต้น
Q : ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องสอบสัมภาษณ์?
ต้องศึกษาถึงการทำงานในตำแหน่งที่สมัครว่าเขาต้องการคนเข้าไปทำอะไร แล้วต้องการคนที่คุณสมบัติอะไรบ้าง จากนั้นมาดูว่า ตัวเราเองตอบโจทย์ในแง่ของคุณสมบัติ หรืออาจจะต้องไปเตรียมอะไรเพิ่มหรือไม่ ยิ่งถ้าเรามีเป้าว่าอยากจะสมัครงานตำแหน่งนี้ ลองไปดูเลยว่าเราจะเตรียมตัวทำให้ได้ Job description หรือมีคุณสมบัติตามที่เขาต้องการ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
สำหรับคนที่มีประสบการณ์มาแล้ว อาจจะเลือกงานในสายงานที่ตัวเองเคยทำอยู่ ต้องเตรียมตัวเพื่อตอบคำถามให้สอดคล้องกับหน้าที่การงานที่เราไปสมัคร
Q : ตอบคำถามแบบไหน ถึงถูกใจคนสัมภาษณ์?
A : การตอบคำถาม ต้องตอบข้อมูลจริงๆ โดยเริ่มต้นทักทายผู้สัมภาษณ์ ทำให้เราพูดคุยกันได้ง่ายๆ ต้องไม่เสียงแข็งทักทายผู้สัมภาษณ์ ยกตัวอย่างประกอบกับคำถามนั้นๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ให้คำตอบกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ควบคุมเวลา เพราะว่าเวลาเรามีอยู่ไม่เยอะ อย่าตอบสั้นเกินไป ตอบให้มีเนื้อหา แต่กระชับ เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เห็นภาพได้ว่าจะต้องทำอะไร

Q : เด็กจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ จะทำอย่างไรให้โดดเด่นเตะตา องค์กรยุคใหม่
A : ควรสร้าง Portfolio แฟ้มสะสมผลงานของตัวเองขึ้นมา วางแผนว่าจะขายจุดเด่นของตัวเองอย่างไร นอกจากจบมา เกรดเป็นอย่างไร ถ้ามีประสบการณ์ก็ต้องเน้นว่าประสบการณ์ที่เราเคยทำอะไรมา ที่ตอบโจทย์กับตำแหน่งนั้น
ถ้ายังไม่เคยมีประสบการณ์ ลองหาความรู้เพิ่มเติม ถ้าเคยฝึกงานก็ใส่ข้อมูลเข้าไปในเรซูเม่ เพื่อที่จะได้ให้เราชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่เราอยากจะไปทำคืออะไร หรือลองไปเรียนออนไลน์ สอบ certificate หาจุดเด่นเพิ่มเติมขึ้นมา
ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “ทักษะที่องค์กรต้องการในโลกยุคใหม่ เตรียมตัวอย่างไรให้ได้งาน ปี 2565” โดย Prapasorn Chalamram จากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์
อัปเดตทักษะที่จำเป็นทุกด้านในศตวรรษที่ 21
Mentorship Program การพัฒนาทุนมนุษย์ ทางเลือกทางรอด จากปัญหาขาดแคลนแรงงานมีทักษะ
S-Curve และ New S-Curve กับ “การจัดการเทคโนโลยี” ทักษะสำคัญในยุค 5G












