Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.111

“เกาหลีใต้” ติด 1 ใน 10 ลงทุน EEC สูงสุด สกพอ. ดึงกลุ่มนวัตกรรมขั้นสูงปักหมุด EECi

ดร.เพ็ชร ชินบุตร รองเลขาธิการสายงานการลงทุนและการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า ภาคเอกชนสาธารณรัฐเกาหลี เป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ลงทุนในพื้นที่ EEC มากที่สุด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี และยังสามารถขยายการลงทุนด้านนวัตกรรมในพื้นที่ EEC ได้ โดย เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนในเศรษฐกิจ BCG ล่าสุด สกพอ.ได้นำ Mr. MOON Seoung-Hyun เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย พร้อมคณะจาก Korea Trade-Investment Promotion, Bangkok (KOTRA) และ Korean Education Center (KEC) เดินทางเยือนเขตนวัตกรรม EECi เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมทั้งติดตามการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ เพื่อขยายความร่วมมือการพัฒนาระบบนิเวศน์การลงทุนด้านนวัตกรรมให้ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การส่งเสริมการลงทุน จนถึงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมี นายสุรชัย เหล่าพูลสุข ผู้อำนวยการโครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ดร. เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กำกับและดูแลเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ร่วมให้การต้อนรับ นอกจากนี้ ยังได้นำคณะฯ เดินทางเยือน สถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC เพื่อขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนาต่อไป

อว. ปลื้ม! มหาวิทยาลัยไทยติด Ranking โลกสูงถึง 122 สาขาวิชา

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงการจัดอันดับสถาบันการศึกษาทั่วโลกโดย Quacquarelli Symonds(QS) หรือ QS World University Rankings ซึ่งเป็นองค์กรการให้ข้อมูลในด้านการศึกษาและการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ผ่านระบบที่มีชื่อว่า QS World University Rankings ที่เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ ของโลก ประจำปี 2565 ได้ประกาศการจัดอันดับสาขาวิชาที่ติดอันดับโลก เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2565 ปรากฎว่ามหาวิทยาลัยของประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับในสาขาวิชาที่ติดอันดับโลก ถึง 122 สาขาวิชา หรือ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่ได้ 96 สาขา อีกจำนวน 26 สาขา ที่สำคัญมีสาขาวิชาที่สามารถขึ้นไปติดถึงอันดับ 47 ของโลกหรือ TOP 50 ของโลกได้ นั่นก็คือ สาขาด้านศิลปะการแสดง(Performing Arts) ของมหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ยังมี มหาวิทยาลัยไทยที่มีสาขาวิชาที่ติดอันดับเป็น 1 ใน 100 ของโลกหรือ TOP 100 ของโลก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดอันดับใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาด้านศิลปะการแสดง(Performing Arts) สาขาวิชาด้านวิศวกรรมปิโตรเลี่ยม (Engineering-Petroleum) สาขาวิชาด้านพัฒนศึกษา (Development Studies) และสาขาวิชาด้านนโยบายสังคมและการบริหาร (Social Policy & Administration) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ติดอันดับในด้านวิศวกรรมปิโตรเลี่ยม (Engineering-Petroleum) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ติดอันดับในสาขาวิชาด้านเกษตรศาสตร์และป่าไม้ (Agriculture & Forestry) และมหาวิทยาลัยมหิดล ติดอันดับในสาขาด้านวิชาเภสัชกรรมและเภสัชวิทยา (Pharmacy& Pharmacology)

“พาณิชย์” ดันแผนอีคอมเมิร์ซ ระยะ 2 ตั้งเป้าค้าออนไลน์ทะลุ 7 ล้านล้านบาท

ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการประชุมคณะกรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2565 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนว่า กระทรวงพาณิชย์และเลขานุการคณะกรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) แห่งชาติ ระยะที่ 2 ครอบคลุมปี 2566-2570 ตั้งเป้าให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อน e-commerce ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2570 จะมีมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ 7.1 ล้านล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10 นับจากปี 2564 ที่มีการสำรวจโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ล่าสุด โดยพบว่ามูลค่า e-Commerce ภายในประเทศไทยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4.01 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.08 จากปีก่อนหน้า (มูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ ปี 2563 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3.78 ล้านล้านบาท) สำหรับ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 2 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ของแผนไว้ทั้งสิ้น 4 ด้าน ได้แก่ 1. การพัฒนากำลังคน พลเมือง และผู้ประกอบการดิจิทัล (Competency Building) 2. การพัฒนาสภาพแวดล้อม และปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Ecosystem and Enabling Factors) 3. การยกระดับความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกรรมในอุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Trust and Security) และ 4. การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ และส่งเสริมการค้าออนไลน์ทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดน (Enhance and Promotion)

IHG Hotels & Resort เปิดตัวระบบสมาชิกใหม่ IHG One Rewards แห่งแรกในวงการโรงแรม

IHG Hotels & Resorts ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมจำนวนเกือบ 6,000 แห่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง เปิดตัวระบบสมาชิกที่ดีที่สุด อย่าง IHG One Rewards ที่ให้ความสำคัญกับแขกผู้เข้าพักเป็นอันดับหนึ่ง โดยการให้สิทธิประโยชน์ที่เต็มอิ่มยิ่งขึ้น และเพิ่มรูปแบบวิธีการเก็บสะสมคะแนน โดยทั้งหมดจะเชื่อมเข้าด้วยกันบนแอปพลิเคชันมือถือใหม่ครบจบในที่เดียว การปรับโฉมในครั้งนี้ ทำให้สมาชิกของ IHG One Rewards สามารถเข้าถึงการเข้าพักกับทั้ง 17 แบรนด์ของ IHG Hotels & Resort ที่มีการเพิ่มจำนวนพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น Luxury & Lifestyle ที่ใหญ่ที่สุดในโลก IHG One Rewards ถูกพัฒนาขึ้นจากคำติชมของแขกผู้เข้าพัก กลุ่มทีมงานของโรงแรม และกลุ่มเจ้าของโรงแรม โดยพัฒนาให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ และยังเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักสามารถควบคุมและกำหนดการเดินทางของพวกเขาได้ อีกทั้งยังตระหนักดีว่าไม่มีสมาชิกคนใดชอบเหมือนกันทุกอย่าง จึงอนุญาตให้แขกผู้เข้าพักเลือกเส้นทางการเดินทางได้ตามใจ และสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับพวกเขาได้ โดยสมาชิกปัจจุบันที่มีการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 จะได้รับการสะสมคะแนนด้วยวิธีการใหม่นี้ ซึ่งเริ่มปรับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 เมษายน 2565 และมีผลต่อบัญชีของสมาชิกทั้งหมดภายในวันที่ 17 เมษายน 2565 โดยสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกแบบเต็มรูปแบบอันรวมไปถึงการเปิดตัว Milestone Rewards จะพร้อมให้บริการสมาชิกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2565

เขย่าขวัญ! รัสเซียทดสอบยิง ‘ซาร์มัต’ ขีปนาวุธข้ามทวีปสำเร็จ

(ภาพจากทำเนียบเครมลิน : ภาพตัดจากคลิปวิดีโอของการทดสอบยิงขีปนาวุธซาร์มัต วันที่ 20 เม.ย. 2022) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว ระบุ เมื่อวันพุธ (20 เม.ย.) รัสเซียประกาศความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปซาร์มัต (Sarmat) ขณะความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ตะวันตกในประเด็นยูเครนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงจากไซโล ณ ฐานทดสอบคอสโมโดรมพเลเซ็ตสก์ ภูมิภาคอาคันเกลสค์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อ 15.12 น. ตามเวลามอสโก โดยหัวรบทดสอบเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่กำหนดในเขตทดสอบคูราบนคาบสมุทรคัมชัตคา และปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวหลังการทดสอบข้างต้นว่าขีปนาวุธใหม่นี้มีคุณสมบัติทางยุทธวิธีและทางเทคนิคสูงสุด และสามารถเอาชนะวิธีป้องกันขีปนาวุธที่ทันสมัยทั้งหมด รวมถึงจะเสริมศักยภาพการสู้รบของกองทัพรัสเซีย ปกป้องรัสเซียจากภัยคุกคามภายนอก และทำให้ผู้ที่พยายามคุกคามรัสเซียด้วยวาทกรรมดุเดือดและก้าวร้าวคิดทบทวนใหม่