Run skill School @ TU พร้อมปฏิรูปการศึกษาไทย สร้างสังคมไทยให้เป็น Lifelong Learning Social

ต้องยอมรับว่า วงการศึกษาไทยในตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ยืดหยุ่นและถูกทางมากขึ้นตามรอยนานาประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนากำลังคนคุณภาพแล้ว ยกตัวอย่าง การเกิดขึ้นของโครงการ ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ที่มาจาก แนวคิดการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Academic Credit Bank : Credit Bank) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน เพราะสามารถนําผลการเรียนรู้ที่ได้จากประสบการณ์การทํางาน อาชีพ หรือการฝึกอบรม ทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สะสมไว้มาเทียบโอนกันได้

หรือล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็ได้ดำเนินการลดเวลาเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษาลงจากเดิมที่ต้องเรียนหลักสูตร 4 ปีจบ มาเป็น 3 ปี หรือ 2 ปี เพื่อให้เรียนจบเร็วขึ้น เพราะสังคมและตลาดแรงงานต้องการมาก การใช้เวลาเรียนถึง 4 ปีจบถือว่านานเกินไป แต่จะมีการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาให้เข้มข้นขึ้นกับระยะเวลาที่เรียนสั้นลง
ดังนั้น ทุกโครงการและทุกโปรเจกต์ที่ยกตัวอย่างมา ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่กระบวนการปฏิรูปการศึกษาไทยจะค่อยๆ เกิดขึ้นได้ในแต่ละภาคส่วน และถ้าทุกโครงการนั้นสร้างผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นได้จริง เช่นนี้ย่อมเป็นการรื้อสร้างระบบการศึกษาไทยใหม่ และปลดล็อคแนวทาง กฎเกณฑ์ บางส่วนที่ไม่เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงหรือดิสรัปชั่นในหลากหลายด้านในยุคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากโครงการปฏิรูปการศึกษาในระดับประเทศที่กล่าวมา ในภาคสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ก็มีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อลดช่องว่าง ขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้มากขึ้น และหนึ่งในความสำเร็จที่เป็นต้นแบบที่น่าชื่นชม คือ การตั้ง Run skill School @ TU หรือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อตอบสนองนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทย ทั้งในรูปแบบของการ Reskill Upskill และสร้าง New skill ให้กับคนทุกเพศทุกวัยและทุกกลุ่มเป้าหมายโดยเท่าเทียมกัน
นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา
รองศาสตราจารย์ นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา
ทั้งนี้ อาจารย์ผู้เป็นเจ้าของแนวคิดก่อตั้ง Run skill School @ TU นี้ คือ รองศาสตราจารย์ นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ซึ่งมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการใช้ Run skill School เป็นกลไกในการชี้นำสังคม เปลี่ยนแนวคิดการศึกษาเดิม ที่เป็นตัวการขัดขวางการเข้าถึงการศึกษาแบบใหม่ ซึ่งจำขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปสู่ สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Life long Learning

รับรู้แนวคิดหลัก ก่อเกิด Run skill School @ TU สถาบันแห่งการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย

“เราต้องเปลี่ยน “ปัญหา” มาเป็น “ปัญญา” ปัญญาในการหาทางออกที่ดีต่อทุกฝ่าย” จากแนวคิดนี้ของ รศ.นพ.กัมมาล นี่เอง ที่ต่อยอดสู่หลากหลายโปรเจกต์ ปรับ เปลี่ยน ซ่อม สร้าง การศึกษาไทย เพื่อให้สามารถผลิตและพัฒนาบุคลากรตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ทันการณ์
และเมื่อถามถึงแนวคิดในการตั้ง Run skill School @ TU รศ.นพ.กัมมาล ระบุชัดเจนว่า
“เราต้องการสร้าง “สถาบันการเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย” เพราะถ้าพิจารณาเฉพาะเยาวชนในเจนนี้ พวกเขาก็ไม่ได้ต้องการเรียนเพียงเพื่อได้รับใบปริญญาอีกแล้ว เขาอยากมาเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ เรียนในสิ่งที่เขาอยากรู้ และต่อยอดไปทำงานหรือทำกิจการที่เขาชอบมากกว่า ซึ่งการเรียนนั้น ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารการันตีอย่าง ใบปริญญาบัตร อีกต่อไป”
“ด้วยเหตุนี้ การสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้” ที่ควรจะเป็นและเหมาะสมสำหรับสังคมไทยในยุคนี้ คือสร้างบรรยากาศให้ทุกคนได้เรียนรู้จากสถานที่จริง ลงมือทำจริง โยนโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงให้ผู้เรียนเพื่อฝึกและเปิดโอกาสให้เขาได้คิด เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาโจทย์นั้นๆ ไม่ใช่การเอาผู้เรียนมาอยู่ในห้องเรียนแล้วบรรยายด้วยชุดความรู้ที่ผู้เรียนจะได้รับเหมือนกันในรูปแบบเดิมอีกแล้ว”

เทรนด์การศึกษาไทย

“เพราะการสร้างผลลัพธ์ของการศึกษาที่ดี ต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิดและจะเกิดกระบวนการซึมซับและเรียนรู้เอง โดยการสอน ให้ความรู้นั้นอาจต้อง Custom made ในแต่ละกลุ่มผู้เรียนหรือแต่ละบุคคลมากขึ้น”
“หรือมาในกลุ่มผู้สูงวัย ก็ต้องยอมรับว่า ในบ้านเรายังคงมีค่านิยมเรื่อง การเกษียณอายุ เมื่ออายุ 60 ปีอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้ว คนในวัยนี้ยังสามารถทำงานต่อและใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ในการถ่ายทอดให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ได้ เพียงแค่อาจต้องเติมทักษะด้านดิจิทัล ไอที เพื่อให้เท่าทันเทรนด์เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เปลี่ยนไปในโลกนี้ด้วย”
“นอกจากนั้น ทางการแพทย์ ก็ยืนยันไปในทางเดียวกันด้วยว่า การที่คนในวัยสูงอายุ ยังคงได้ทำงานที่ถนัดอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในวัยที่เกษียณแล้ว นั่นเป็นผลดีต่อระบบสมอง เป็นการฝึกฝนระบบความจำไม่ให้เสื่อมไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย”
“ต่อมา ในกลุ่มคนทำงาน ก็ต้องเป็นการต่อยอดทักษะวิชาชีพที่เขามีในรูปแบบของ Upskill & Reskill พร้อมเพิ่มเติมทักษะที่สร้าง Digital Literacy ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่นนี้ได้”
“ยกตัวอย่าง ที่ผ่านมา เราได้เปิด หลักสูตรการบริหารระดับสูงเชิงบูรณาการทางการแพทย์ (บสพ.) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้น โดยในปีการศึกษานี้เปิดรับเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว”
“โดยกลุ่มเป้าหมายของหลักสูตรนี้ จากจำนวนผู้เรียนที่เราเปิดรับทั้งหมด 60 คน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 จะเป็นคุณหมอ โดยผู้เรียนในกลุ่มนี้จะมีความต้องการชัดเจน ว่าอยากต่อยอดประสบการณ์การเป็นหมอไปสู่การประกอบธุรกิจการแพทย์ ผู้เรียนกลุ่มนี้ก็จะได้เรียนรู้ศาสตร์ด้านการบริหารธุรกิจ ที่มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจทางการแพทย์จากหลักสูตรนี้”

“ส่วนที่ 2 เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เช่น พยาบาลที่เป็นอยู่ในระดับบริหาร หรือหัวหน้าฝ่ายต่างๆในโรงพยาบาลที่มีความสนใจเรื่องการบริหารธุรกิจการแพทย์ โดยบางท่านก็เป็นผู้ที่ทำธุรกิจทางการแพทย์อยู่แล้ว เช่น เจ้าของโรงงานผลิตยา หรือเจ้าของธุรกิจขายเครื่องมือแพทย์”
“ขณะที่ ส่วนที่ 3 คือผู้สนใจทั่วไป ที่เป็นนักธุรกิจ นักลงทุน แต่มีความสนใจในอุตสาหกรรมการแพทย์ ธุรกิจการแพทย์ เช่น ผู้ที่เป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการจะแตกโลน์ธุรกิจมาทางการสร้าง Wellness Center ซึ่งผู้เรียนในกลุ่มนี้ ก็จะมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนด้วยว่าอยากมาสร้าง Connection จากบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ามาเรียนในรุ่นเดียวกัน”

“ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ในการเรียนหลักสูตรนี้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้แบบ Active Learning ซึ่งก็สอดคล้องกับธรรมชาติของธุรกิจทางการแพทย์ ที่เป็นธุรกิจที่มีการพัฒนาไม่อยู่ตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง การเรียนรู้ที่นี่จึงเน้นการศึกษาดูงานในสถานประกอบการหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการแพทย์ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นหลัก ในรูปแบบของการไป Site Visit โดยเจ้าของสถานประกอบการนั้นจะมานำชมและตอบคำถาม แลกเปลี่ยนความรู้ กับผู้เรียนได้เลย”

“โดยล่าสุด หลักสูตร บสพ. นี้ก็เป็นอีกหนึ่งในหลักสูตรที่อยู่ในโปรเจกต์ Run skill School ของเราด้วย ซึ่งหลักสูตรนี้เป็นต้นแบบได้เป็นอย่างดี ถึงการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง และเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้น ที่ใช้เวลาเรียนไม่นานเหมือนระดับปริญญาโท แต่ผู้เรียนจะได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จจริง ทั้งยังได้รู้จักและเพิ่มคอนเนคชั่นคนที่ทำงานในแวดวงการแพทย์ ไม่ต่างกับสิ่งที่ได้รับจากการเรียนในระดับปริญญาโทเลย”

แชร์ความสำเร็จจากโครงการนำร่อง โครงการอบรมปั้นหมอ ของ RUN skill School @ TU

นอกจากนั้น ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ RUN skill School ยังได้จัดโครงการนำร่อง คือ โครงการอบรมปั้นหมอ Digital 4.0 Pre-medical and Digital Technology (Me-D) โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อเตรียมความพร้อม เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทางด้านการแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และวิศวกรรมทางการแพทย์
ทั้งนี้ ได้ใช้พื้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ฝึกภาคปฏิบัติ โดยมี รศ.นพ.กัมมาล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐดนย์ พรรณุเจริญวงษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา เป็นวิทยากรภาค Workshop ทางการแพทย์และวิศวกรรมทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมนำเสนอผลงานกลุ่ม ฝึกคิดกับ Problem Based Learning (PBL)
โดย รศ.นพ.กัมมาล ได้อธิบายที่มาเพิ่มเติมของโครงการนำร่องนี้ว่า “โครงการอบรมปั้นหมอ Digital 4.0 Pre-medical and Digital Technology (Me-D) มุ่งให้นักเรียนเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทางด้านการแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และวิศวกรรมทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ด้วยความเข้าใจแนวความคิด หลักการ ทักษะ และจริยธรรมที่ถูกต้อง และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดประยุกต์ใช้พัฒนาตนเองและสังคมอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมส่วนรวมในยุค Digital 4.0”

“ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรม คือ 7 วัน หรือ 42 ชั่วโมง ในภาคปฏิบัติได้แบ่ง workshop ออกเป็น 4 ฐาน เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ระดมสมองในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วไป ให้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตรงนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้สร้างเสริม creativity เพื่อต่อยอดให้เขาเติบโตไปเป็นนักนวัตกรที่สามารถสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ใช้จริง”
“โดยได้มีการยกตัวอย่างระบบ รพ.สต.อัจฉริยะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้แทนระบบคัดกรองสุขภาพที่มีในปัจจุบัน ที่เป็นระบบที่ลดการสัมผัสกับอุปกรณ์ต่างๆ และลดขั้นตอนการทำงานของบุคลากร ทำให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพของ Digital Health ในอนาคตด้วย”
“นอกจากนั้นในโครงการอบรมนี้ เรายังสอดแทรกเนื้อหาที่ช่วยกระตุ้นให้เหล่าว่าที่บุคลากรทางการแพทย์นี้ได้สร้างเสริม ความฉลาดทางอารมณ์ ที่ใช้ในการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขในอนาคตด้วย เพราะในยุคนี้ ผู้เป็นแพทย์และทำงานในแวดวงการนี้ ต้องไม่ใช่แค่ผู้ที่สามารถวินิจฉัยโรคทางกายให้ผู้ป่วยได้เท่านั้น แต่ต้องวินิจฉัยสภาวะอารมณ์ของผู้ป่วย ที่จะนำไปสู่อาการเจ็บป่วยทางจิตและทางกายเพิ่มเติมได้ด้วย”

ตามติดหลักสูตร & กิจกรรมดีๆ  “coming soon!” บ่มเพาะสกิลจำเป็นให้คนไทย โดย RUN skill School @ TU

เมื่อถามว่าในอนาคตอันใกล้ หรือภายในปี 2565 นี้ เราจะได้เห็นหลักสูตรหรือกิจกรรมอะไรที่จัดภายใต้โครงการ RUN skill School @ TU บ้าง รศ.นพ.กัมมาล ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
“ด้วยแนวคิดตั้งต้นที่ชัดเจนว่าเราอยากสร้าง สถาบันแห่งการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย ทำให้เราวางหลักสูตรและกิจกรรม รวมถึงโครงการระยะสั้นและระยะยาว ที่จะ launch ออกมาภายใต้ Run skill School ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย อาทิ”
  • จัด Thammasat Health Forum หรือ เสวนาที่นำเสนอหัวข้อที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสุขภาพของไทย เช่น การพูดคุย ระดมสมอง เรื่อง การวางระบบ Social Welfare หรือสวัสดิการเพื่อบริหารจัดการกลุ่มผู้สูงอายุที่เกษียณอายุแล้ว ซึ่งมีบทบาททำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย โดยเน้นการเปิดสอนในหลักสูตรที่สร้าง Digital literacy หรือ IT Literacy ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อค่อยๆ เปลี่ยนค่านิยม การเกษียณอายุที่อายุ 60 ปี ไป และสร้างคุณค่าให้กลุ่มผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้น
  • สร้างแพลตฟอร์มเพื่อลดขั้นตอนการพัฒนาออฟฟิศธุรกิจการแพทย์ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยได้เร็วขึ้น
  • ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และ องค์กรธุรกิจการแพทย์ เพื่อมาเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ร่วมคิดหลักสูตร กิจกรรม ที่เป็นประโยชน์ใน Run skill School
  • พัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้าง ล่ามทางการแพทย์ ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ขาดแคลน ตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจการแพย์ โดยวางแผนว่าจะพัฒนาร่วมกับ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อัปเดตแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในยุคนี้ในแง่มุมอื่นที่น่าสนใจ

เปลี่ยนมุมมองพัฒนา ระบบอุดมศึกษาไทย ด้วยกระบวนทัศน์ที่แตกต่าง ผ่าน L-E-N-S ใหม่ เคลียร์ชัดกว่าเดิม

การขับเคลื่อนการศึกษาที่กำลังเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกแวดล้อมยุคใหม่

ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ก้าวแห่งความสำเร็จปฏิวัติการศึกษาไทย