Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.132

EA ส่ง บ.ย่อย “กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช” ร่วมมือ สอวช.-บพข. สร้างมูลค่าเพิ่ม “ปาล์มน้ำมัน” ด้วยเทคโนโลยีเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า บจก. กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช (GTR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เซ็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจัดสรรทุนวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ รวมถึงสนับสนุนถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างตลาดนวัตกรรม ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ และพัฒนาแพลตฟอร์มทางนวัตกรรมในภาคการผลิตและภาคบริการทุน ขณะที่ บริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด หรือ GTR มีพันธกิจหลักในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของกลุ่ม EA โดยมีการสร้างมูลค่าเพิ่มกับวัตถุดิบทางเลือกให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงส่งผลให้บริษัทมุ่งเน้นการศึกษาสารโอลีโอเคมีคัลส์ที่ผลิตจากวัตถุดิบทางธรรมชาติอย่าง “ปาล์มน้ำมัน” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีความสำคัญด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน แต่ยังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำและความไม่แน่นอนของราคา ซึ่งส่งผลโดยตรงตั้งแต่ระดับเกษตรกรจนถึงระดับอุตสาหกรรม เนื่องจากขาดการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพและการพัฒนาด้านนวัตกรรมที่เหมาะสม ส่งผลให้บริษัทฯ ได้จัดทำแผนส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยกลุ่มเรื่องปาล์มน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยมีจุดมุ่งหมายเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อมุ่งตอบสนองการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาเร่งด่วน จึงทำให้เกิดความร่วมมือโครงการ “บพข.-GTR” ในครั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการร่วมวิจัยพัฒนาระหว่างรัฐและเอกชน อันจะสร้างคุณค่าเพิ่มและประสิทธิภาพการผลิตของอุตสาหกรรมภายในองค์ความรู้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เทคโนโลยีด้านอื่นๆ และวิศวกรรมมาบูรณาการและพัฒนาผ่านงานวิจัยที่เอกชนเห็นว่ามีศักยภาพทางการตลาดสามารถนำไปพัฒนาเพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ โดยดำเนินร่วมกับสอวช. บพข. ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรม สอดรับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม Bio-Circular-Green Economy ของประเทศไทย และพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างกันและกัน เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรม ภายใต้การนำองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม Bio-Circular-Green Economy ของประเทศไทย

ปตท. เปิดตัวโครงการ “ลมหายใจเพื่อน้อง” สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ช่วยน้องกลับโรงเรียน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา กลุ่ม ปตท. ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระภาครัฐจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ด้วยการจัดตั้งโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน” ในปี 2564 เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ระบบสาธารณสุข  อย่างไรก็ตาม โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้รายได้ในหลายครัวเรือนลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเรียนจำนวนมากมีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยเฉพาะในปีการศึกษา 2565 ที่กำลังจะเปิดนี้ ปตท. จึงได้ประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งโครงการ “ลมหายใจเพื่อน้อง” สนับสนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ  กสศ. โดยตั้งเป้าหมายมอบทุนการศึกษากว่า 150 ล้านบาท ให้แก่เยาวชนที่ครอบครัวมีรายได้น้อยและที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 จำนวนกว่า 60,000 คนทั่วประเทศ นำร่องเปิดกิจกรรม PTT Virtual Run โดยมีผู้บริหารและพนักงาน ปตท. เข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการวิ่งสะสมระยะทาง ภายใต้โครงการ “ลมหายใจเพื่อน้อง” ถือเป็นการแสดงพลัง ของผู้บริหารและพนักงาน ปตท. ที่เปรียบเสมือน PTT ambassador สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจ ช่วยเหลือสังคมในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านการศึกษา อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อม ร่วมกันเปิดกิจกรรม PTT Virtual Run ก่อนเชิญชวนประชาชนเริ่มเดิน-วิ่งสะสมระยะทางโดย 10 กิโลเมตร จะมีมูลค่าเป็นทุนการศึกษาจำนวน 2,500 บาท ซึ่งสามารถพาน้องกลับโรงเรียนได้ 1 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม PTT Virtual Run เดินวิ่งสะสมระยะทาง สามารถสมัครผ่านทาง www.ลมหายใจเพื่อน้อง.com  ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 30 มิถุนายนนี้  พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกจากก๊อดจิ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ศบค. ยืนยันยึดประกาศมาตรการสาธารณสุข ไม่ถอดหน้ากากเหมือนต่างประเทศ

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า กรณีที่มีหลายประเทศผ่อนคลายกิจกรรม กิจการ เปิดสถานบันเทิง รวมถึงไม่ใส่หน้ากากอนามัยนั้น ขอชี้แจงว่า เราไม่สามารถยึดประเทศใดเป็นต้นแบบได้ เพราะบริบทต่างกัน และแม้หลายประเทศจะผ่อนคลายแต่พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ซึ่งทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสูงขึ้นด้วย ดังนั้น เราต้องยึดประกาศ ศบค. และมาตรการสาธารณสุขเป็นหลัก โดยในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันที่ 20 พ.ค. จะมีการหารือถึงปัญหาและอุปสรรคหลังจากมีการเปิดด่านผ่านแดนถาวร ส่วนเรื่องระบบไทยแลนด์พาสยังคงมาตรการอยู่ และพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่มีการผ่อนคลายมาตรการมีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม โดยในการประชุม ศบค.วันดังกล่าวอาจมีหารือเรื่องไทยแลนด์พาสว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่

“คลัง” แจง ไฟเขียวนิติบุคคล “กัมพูชา-สปป.ลาว” ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในไทย

ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขออนุญาตให้ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทย และที่แก้ไขเพิ่มเติม นั้น กระทรวงการคลังขอเรียนว่า การพิจารณาให้นิติบุคคลต่างประเทศสามารถออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทยในแต่ละครั้ง กระทรวงการคลังได้พิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อตลาดการเงินและตลาดตราสารหนี้ไทยในภาพรวม อาทิ 1) ด้านเสถียรภาพของตลาดการเงินในประเทศ 2) ด้านผลกระทบต่อการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนไทย 3) ด้านการส่งเสริมให้นักลงทุนในประเทศมีตราสารหนี้ที่มีคุณภาพให้ลงทุน 4) ด้านการพัฒนาตลาดพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาท ในรอบการพิจารณาอนุญาตให้นิติบุคคลต่างประเทศออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทย รอบอนุญาตที่ 2/2565 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 – 31 มกราคม 2566 กระทรวงการคลังได้อนุญาตให้นิติบุคคลต่างประเทศ จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. Hattha Bank Plc. 2. บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (Xayaburi Power Company Limited: XPCL) 3. บริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว (มหาชน) (EDL Generation Public Company: EDL-Gen) ออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทยได้ภายในวันที่ 31 มกราคม 2566 โดยมีเงื่อนไขให้ใช้เงินที่ได้รับจากการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอสงวนสิทธิ์ในการระงับการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศไทย ในกรณีที่สถานภาพ สถานะการเงิน หรือการอื่นใดที่เกี่ยวข้องของผู้ได้รับอนุญาตมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินอย่างมีนัยสำคัญ หรือเมื่อผู้ได้รับอนุญาตมีการดำเนินการไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต

เกาหลีเหนือ ประกาศ “เหตุฉุกเฉินร้ายแรงระดับชาติ” หลังพบ ‘ผู้ป่วยโควิด-19’ รายแรก ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ

(ภาพจากสำนักข่าวกลางเกาหลี : คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เข้าร่วมการประชุมในกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี วันที่ 19 ม.ค. 2022) // www.xinhuathai.com
วันพฤหัสบดี (12 พ.ค.) สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) รายงานการยืนยันตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายแรกของประเทศในรอบกว่า 2 ปี สำนักข่าวฯ เผยว่าตัวอย่างสารคัดหลั่งข้างต้นถูกเก็บรวบรวมจากผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งในกรุงเปียงยางเมื่อวันอาทิตย์ (8 พ.ค.) โดยตรวจพบเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน สายพันธุ์ย่อยบีเอ.2 (BA.2) ที่แพร่เชื้อได้สูง สำนักข่าวซินหัว ระบุ KCNA เรียกการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายแรกของประเทศครั้งนี้ว่าเป็น “เหตุการณ์ฉุกเฉินระดับชาติร้ายแรงที่สุด” เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ สั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน แม้ว่าทางผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเชื่อว่ามีการติดเชื้อภายในประเทศเกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่ไม่มีการรายงานออกสู่สาธารณชนเท่านั้น