เปิดหน้าต่างส่องกัมพูชา 3 ปี กับการพัฒนา 3 ท่าเรือใหญ่ สู่ ‘ท่าเรือนานาชาติ’ วางเป้าสู่ประเทศรายได้สูง

กัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนใกล้ชิดกับไทย ซึ่งเมื่อก่อน ถ้าพูดถึงการพัฒนาประเทศ ผู้คนอาจคิดว่าเป็นรองไทยในหลายเรื่อง ทว่า ในวันนี้ เมื่อเราเปิดหน้าต่างส่องดูบ้านเมืองของประเทศที่อยู่ติดกับบ้านเราแห่งนี้ หลายคนอาจต้องตกตะลึงกับการพัฒนาที่ก้าวไปไม่หยุดยั้ง ยกตัวอย่าง การพัฒนา ท่าเรือนานาชาติ ที่กัมพูชาใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็สามารถพัฒนา 3 ท่าเรือใหญ่เพื่อขนน้ำมันและสินค้าที่ผลิตจากกัมพูชาออกสู่ชาวโลกได้แล้ว

โดย ท่าเรือล่าสุดที่เปิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ คือ ท่าเรือกัมปอต โดยเว็บไซต์พนมเปญโพสต์ ได้ระบุว่า ประเทศกัมพูชา ตั้งใจสร้าง ท่าเรือนานาชาติ เอนกประสงค์ แห่งใหม่ มูลค่าห้าหมื่นล้านบาทที่เมืองโบกอล จังหวัดกัมปอต โดยวางศิลาฤกษ์ไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งท่าเรืออเนกประสงค์แห่งนี้ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านติดทะเล มีที่ดินประมาณ 3,700 ไร่ ท่าเทียบเรือกินน้ำลึกถึง 15 เมตร สามารถรับเรือขนส่งสินค้าขนาดหนึ่งแสนตันได้ ซึ่งก็เป็นเรือแท๊งก์เกอร์ ขนาดใหญ่ ขนาดหนึ่งแสนตัน

ซุน จันทอล รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมกัมพูชา กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าท่าเรือนี้จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชาได้อย่างแน่นอน บรรลุเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศเติบโตไปสู่ประเทศรายได้สูงในปี 2050 โดยกัมพูชามีแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสร้างศูนย์โลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า และท่าเรือกัมปอต นี้ก็จะเป็นท่าเรือหลักที่จะเสริมขีดความสามารถของ ท่าเรือสีหนุวิลล์ ที่อยู่ไกลกัน และท่าเรือพนมเปญที่กำลังปรับปรุงเป็นท่าเรืออัตโนมัติในการขนส่งสินค้า ก็กำลังได้รับการพัฒนาควบคู่กันไปด้วยในขณะนี้”
นอกจากนั้น คาดว่า ท่าเรือกัมปอต จะเป็นท่าเรือหลักในการกระจายสินค้าทางการเกษตรออกไปยังต่างประเทศ ด้วยชัยภูมิที่ท่าเรือนี้อยู่ใกล้แม่น้ำบาสัก ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่เชื่อมระหว่างทะเลสาปเขมรและแม่น้ำโขงเข้าด้วยกัน
โดยการตั้งท่าเรือเพื่อขนถ่ายของเหลวและเชื้อเพลิงนี้ จริงๆแล้วมีความสำคัญมากในภูมิภาค อย่างในประเทศไทยเอง เรามีท่าเรือมาบตาพุด ที่ใช้ส่งสินค้าประเภทนี้ นอกจากนั้นยังมีท่าเรือในเมียนมา แต่ถ้าไม่มีท่าเรือในเมียนมา ท่าเรือกัมปอตในกัมพูชานี้จะเป็นท่าเรือสำคัญที่ใช้ในการขนถ่ายพลังงานไปที่จีนได้เลย ยิ่งถ้าเสริมสร้างเส้นทางรถไฟ เส้นทางการขนส่งทางถนน ให้เชื่อมไปถึง สปป.ลาว จะยิ่งเพิ่มศักยภาพให้ท่าเรือนี้ของกัมพูชาอย่างมาก

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาท่าเรือกัมปอตนี้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก เป็นการขอลงทุนสร้างที่ 6,800 ล้านบาท ที่จะเปิดให้บริการได้ในปี 2568 เบื้องต้นจะนำเรือที่มีโครงยกสินค้าขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ยกได้เฉพาะตู้คอนเทรนเนอร์ อาจยกรถยนต์หรือเครื่องจักรก็ได้ เอามาลงเทียบท่าก่อน และระยะต่อไปจะให้บริการขนส่งตู้สินค้าคอนเทรนเนอร์ ซึ่งจะให้บริการได้ในปี 2573 และจะให้บริการได้ 3 แสน – 6 แสน ตู้ทีเดียว
ด้าน เจีย โสภารา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงการจัดการที่ดิน การวางผังเมือง และการก่อสร้างกัมพูชา เปิดเผยว่าท่าเรือแห่งนี้จะสามารถขนถ่ายสินค้าของเหลวและสินค้าแห้งได้ครบพร้อมกัน โดยจะมีส่วนลดค่าขนส่งลงได้มาก และท่าเรือแห่งนี้ยังมีขนาดใหญ่ ทันสมัย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ให้บริการได้ทั้งเรือใหญ่และเรือเล็ก
นอกจากนั้น ประธานสมาคมโลจิสติกส์กัมพูชา ยังมองว่าท่าเรือกัมปอตเป็นท่าเรือใหญ่ระดับชาติที่สอดคล้องไปกับแผนการพัฒนาประเทศ เพราะท่าเรือนี้จะทำเงินให้ประเทศได้ดีกว่าท่าเรือสีหนุวิลล์อีก แถมใกล้กรุงพนมเปญ ใกล้แม่น้ำ และใกล้พื้นที่การค้าด้วย
ในฝั่งของนักวิจัยซึ่งเป็นราชบัณฑิตจากกัมพูชา มองว่าท่าเรือกัมปอตเป็นท่าเรือแบบบริการจุดเดียวหรือท่าเรือแบบ One stop service ทำเลที่ตั้งก็เหมาะสม เพราะใกล้แหล่งผลิตสินค้า ใช้ระบบท่าเรือขนส่งเทียบท่า จ่ายค่าบริการ ทั้งพิธีศุลกากร มีฝ่ายตรวจอนามัยพืชและสัตว์ คือ ณ ที่นี้ที่เดียว มีกระบวนการครบจบในที่เดียว ดังนั้น จึงรวดเร็วและสะดวกมาก

ทางการกัมพูชาได้บอกชัดเจนว่าจะหันมาให้ความสำคัญกับการการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าทางทะเล โดยจะพัฒนาท่าเรือใหญ่ให้เต็มศักยภาพ ที่ผ่านมา ภายใน 3-5 ปี เราเห็น 3 ท่าเรือ คือ ท่าเรือที่ดาราสาค ท่าเรือสีหนุวิลล์ และท่าเรือกัมปอตแห่งนี้ ซึ่งทั้ง 3 ท่าเรือนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ไกลกันเลย และพัฒนาโดยใช้เวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น นี่นับเป็นปัจจัยที่ท้าทายและท่าเรือนานาชาติ 3 แห่งที่กัมพูชานี้ ดูเหมือนจะเป็น ท่าเรือคู่แข่งที่สำคัญ ของท่าเรือใหญ่ของไทยอย่าง ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด ไม่น้อยเลย
นอกเหนือจากการเปิด ท่าเรือนานาชาติ เพื่อการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ดังที่กล่าวมาแล้ว กัมพูชายังเปิดท่าเรือท่องเที่ยว มูลค่า 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39.59 ล้านบาท) ในจังหวัดแกบทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในยุคหลังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
โดยในครั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมกัมพูชา แถลงข่าวว่าท่าเรือดังกล่าวก่อสร้างบนพื้นที่รวม 3,470 ตารางเมตร สามารถรองรับเรือสำราญที่บรรทุกผู้โดยสาร 150 คน จำนวน 3 ลำ และเรือท่องเที่ยวขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง

“ท่าเรือแห่งนี้เป็นหมุดหมายใหม่ของภาคการท่องเที่ยว หลังกัมพูชากลับมาเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดส โดยหวังว่าท่าเรือแห่งนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในยุคหลังโรคระบาดใหญ่”
รายงานระบุว่าท่าเรือท่องเที่ยวแห่งใหม่มีรูปทรงเหมือนปู และให้บริการแก่เกาะตวนซาย (Rabbit Island) มีส่วนต่อขยายจากแผ่นดินใหญ่สู่ทะเลราว 306 เมตร และกว้าง 68 เมตร
อนึ่ง การท่องเที่ยวเป็น 1 ใน 4 เสาหลักสนับสนุนเศรษฐกิจกัมพูชา โดยกัมพูชาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 6.61 ล้านคนในปี 2019 สร้างรายได้รวม 4.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 162.31 ล้านบาท) ทว่าโรคระบาดใหญ่ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 163,366 คน ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2021 ลดลงร้อยละ 87 จากช่วงเดียวกันของปี 2020
เพราะกัมพูชามีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นแนวชายฝั่งตามธรรมชาติทอดยาว 450 กิโลเมตร ผ่าน 4 จังหวัดทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ได้แก่ เกาะกง พระสีหนุ กัมปอต และแกบ

ที่มา : ถอดความจาก รายงานข่าวเรื่อง “กัมพูชามาแรง 3 ปี พัฒนา 3 ท่าเรือใหญ่ ล่าสุด ตั้งท่าเรือกัมปอต ” จาก TNN Online


เปิดหน้าต่างส่องดูการพัฒนาในกลุ่มประเทศ CLMV

รู้เขารู้เรา ย้อนรอยเส้นทาง นวัตกรรมสร้างชาติ เวียดนาม ให้ยืนหยัดฝ่าทุกวิกฤต

เขตเศรษฐกิจพิเศษ ‘ติละวา-เจ้าผิวก์’ เมียนมา..ไม่เหมือนเดิม! โอกาสของไทยในการเชื่อมสู่จีนและอินเดีย

มีโอกาสอะไร? รอผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ ‘เกาะกง-พระสีหนุ’ 2 จังหวัดดาวรุ่ง ตลาดน่าลงทุนแห่งใหม่ในกัมพูชา

ส่อง สปป.ลาว กับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ & โอกาสดีๆต่อเศรษฐกิจไทย

Previous article7 เทรนด์ ‘การผลิตและบรรจุภัณฑ์’ ที่ธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.138
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์