เนื่องในโอกาสที่ “วันคุ้มครองโลก” (Earth Day) คือทุกวันที่ 22 เมษายน ของทุกปีได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง
โดยในปีนี้ SALIKA ขอนำเสนอ Scoop เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำนวน 3 ตอนด้วยกัน
ประเดิมไปแล้วกับ รายงานฉบับล่าสุดของ “กองทุนสัตว์ป่าโลก” หรือ WWF (World Wildlife Fund)
โดยในตอนที่ 2 ขออนุญาตนำเสนอในประเด็น สภาวะโลกร้อน “นรก” ของคนเป็น “โรคภูมิแพ้”
เนื่องจาก “โลกร้อน” ส่วนทำให้เกิดละอองเกสรดอกไม้เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่ฤดูกาลของโรคภูมิแพ้ที่ยาวนานขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น เมื่อมนุษยชาติเข้าสู่ยุคสมัยแห่ง “สภาวะโลกร้อน” มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่มีภาวะแพ้ละอองเกสรดอกไม้ และแพ้อากาศ รวมถึงคนผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้
อาจต้องตระเตรียมเนื้อตระเตรียมตัวกันให้ดี!
เมื่อผลการวิจัยล่าสุดของสหรัฐอเมริกาตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ได้พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผิดธรรมชาติ จะส่งผลให้ปัจจัยก่อภูมิแพ้อย่างละอองเกสรดอกไม้มากขึ้น อีกทั้งยังยิ่งทำให้ฤดูกาลภูมิแพ้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
ดร. Yingxiao Zhang นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย กระชุ่นว่า ฤดูกาลของโรคภูมิแพ้กำลังแย่ลง และจะกินเวลายาวนานขึ้น เหมือนที่หลายคนตั้งข้อสังเกตในช่วงที่ผ่านมา
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผิดธรรมชาติ ได้ให้พืชพรรณธัญญาหาร เริ่มต้นผลิตละอองเกสรดอกไม้ได้เร็วขึ้น และมากขึ้น อีกทั้งยังมีทีท่าว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงเรื่อยๆ อีกด้วย” ดร. Yingxiao Zhang กล่าว และว่า
ตามปกติแล้ว “ฤดูกาลภูมิแพ้” ในสหรัฐอเมริกา มักจะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนมีนาคม แต่ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งมีอากาศอบอุ่น จะเริ่มต้นฤดูกาลภูมิแพ้ก่อนหน้านั้นประมาณหนึ่งเดือน
“หากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศผิดธรรมชาติจากสภาวะโลกร้อน ยังคงดำเนินต่อไปตามระดับในปัจจุบัน ฤดูกาลภูมิแพ้อาจจะเริ่มต้นขึ้นประมาณวันที่ 1 มกราคม ภายในปี ค.ศ. 2100” ดร. Yingxiao Zhang ระบุ
ในทางกลับกัน หากทั่วโลกสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก อันจะนำไปสู่การลดการเกิดสภาะโลกร้อนลงได้ อาการภูมิแพ้ต่างๆ ก็อาจจะเริ่มขึ้นตอนใกล้สิ้นเดือนมกราคม
ดร. Yingxiao Zhang กล่าวปิดท้ายว่า การไอ จาม และอาการน้ำมูกไหลที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ ส่งผลให้ผู้คนต้องหยุดงาน และใช้เงินไปกับการรักษาพยาบาลมากขึ้น ซึ่งการขาดงานดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาวอย่างแน่นอน
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีอาการตอบสนองต่อละอองเกสรจากหญ้าบางชนิดจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า” ดร. Yingxiao Zhang ทิ้งท้าย
ศาสตราจารย์ ดร. Amir Sapkota จากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ชี้ว่า “ฤดูภูมิแพ้” ที่ยาวนานขึ้นในอนาคต อาจทำให้เกิดปัญหามากมายตามมาได้
“ปัจจุบัน คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ และแพ้ละอองเกสรดอกไม้ มีราว 30% ในขณะที่สัดส่วนของเด็กเล็กในอเมริกา มีอาการแพ้ละอองเกสร อยู่ที่ประมาณ 40%” ศาสตราจารย์ ดร. Amir Sapkota กล่าว และว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาพรวม มีชาวอเมริกันอีกประมาณ 25 ล้านคนที่เป็นโรคหอบหืด ซึ่งอาจทำให้มีอาการหายใจลำบาก และ “ฤดูกาลภูมิแพ้” ก็จะส่งผลกระทบต่อคนกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ ศาสตราจารย์ ดร. Amir Sapkota สรุป
สอดคล้องกับ ศาสตราจารย์ Allison Steiner ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ เผยว่า ประชากรที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา จะประสบปัญหาเกี่ยวกับละอองเกสรดอกไม้มากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น
“ส่วนผู้ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ทุกวันนี้จะสังเกตุเห็นละอองเกสรของต้นออลเดอร์ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ส่วนประชากรในรัฐเท็กซัสที่มีความอ่อนไหวต่อละอองเกสรของต้นไซเปรส ก็จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างชัดเจนด้วยเช่นเดียวกัน”
ดร. Bill Anderegg นักชีววิทยาและนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ ปิดท้ายว่า การศึกษาครั้งนี้ สามารถสรุปได้ว่า ละอองเกสรดอกไม้ที่เพิ่มขึ้นครั้งต่อไปจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นสองเท่าจากที่เคยเพิ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1990
“งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกนชิ้นนี้มีความสำคัญมาก เพราะปริมาณละอองเกสรดอกไม้ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ” ดร. Bill Anderegg ปิดท้าย













