“4 ปีนับจากนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยขึ้นไปอีก” เบียร์ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครทีม “เรารักพัทยา” ว่าที่นายกเมืองพัทยาคนใหม่ โพสต์ความรู้สึกลงเฟซบุ๊ค หลังได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่ให้ชนะการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า “อยากขอบคุณทีมงานทุกคนที่ช่วยกันหาเสียงและเหนื่อยมากๆ ด้วยกันมาตลอดเวลา 60 วัน แต่จากนี้จะเหนื่อยขึ้นอีกเป็นเวลา 4 ปี”
คำกล่าวของ เบียร์ ปรเมศว์ คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่ว่านับจากนี้อีก 4 ปีจะเป็นปีที่เหนื่อยแสนสาหัสแน่นอน เพราะต้องสานต่องานเก่าถูกพัฒนาไว้อย่างดี ให้เดินหน้าต่อไปตามแผน โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ “นีโอพัทยา” ที่ถูกจุดขึ้นภายใต้การนำของ สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 เพื่อขับเคลื่อนพัทยายุคใหม่ให้มั่นคงระยะยาว โดย “นีโอพัทยา” วางแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ด้วยการจัดทำแผนแม่บทดิจิทัลพัทยาระยะ 5 ปี รองรับวิถีชีวิตยุคใหม่ เน้นความเป็นสมาร์ทซิตี้ นำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการเมืองพัทยาเป็นดิจิทัลออฟฟิศ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสะดวกรวดเร็ว มีช่องทาง LINE@PATTAYA CONNECT สื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค การพัฒนาเครือข่าย 5G การเชื่อมต่อข้อมูลจราจรและกล้องวงจรปิดตามเวลาจริง (Real time CCTV) ลดปัญหาจราจร เพิ่มความปลอดภัย เริ่มนำรถยนต์ไฟฟ้าทดลองวิ่งที่เกาะล้าน เพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมสู่การเป็น Green City และร่วมกับภาคเอกชนพัฒนาระบบ EV ให้ครอบคลุมทั้งเมือง

ในด้านการท่องเที่ยวอดีตนายกฯสนธยาก็ได้พัฒนาพัทยาสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญชายหาด และ วอล์คกิ้งสตรีท ถนนคนเดิน จนทำให้เศรษฐกิจเมืองพัทยาฟื้นตัวต่อเนื่องท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ด้วยอีเวนต์ท่องเที่ยวทุกๆ เดือน อาทิ พัทยามิวสิค เฟสติวัล เทศกาลพลุเมืองพัทยา 2564 งานเทศกาลปีใหม่ 2565 เงินสะพัดนับพันล้านบาท โรงแรมรีสอร์ทริมชายทะเลไปจนถึงเกาะล้านเต็มเกือบทั้งหมด เสียงตอบรับอย่างดีจากพ่อค้าแม่ค้า ร้านอาหาร บริการเตียงผ้าใบ วิสาหกิจชุมชนคนท้องถิ่น บอกว่าบรรยากาศพัทยากลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากได้รับผลกระทบรุนแรงจากโควิดมานานกว่าปี มีการพัฒนาพื้นที่ตลาดเก่าแก่ “ลานโพธิ์-นาเกลือ” สู่ตลาดอาหารทะเลระดับโลก ปรับปรุงสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ สนามเด็กเล่น สะพานและจุดชมทัศนียภาพ ปากคลองนาเกลือ และคลองนกยาง (สะพานยาว) ซึ่งเป็นป่าชายเลนผืนสุดท้ายเมืองพัทยา


ในด้านการแก้ปัญหาน้ำท่วม “นีโอพัทยา” ได้ขับเคลื่อนการลงทุนแบบบูรณาการ ลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่รวดเร็วภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซากหรือชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำ มีทีมฟื้นฟูสู่สภาพปกติทันที เยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าชุมชนนาเกลือ ชุมชนซอยแตงโม บัวขาว บงกช โซนพัทยากลาง ชุมชนถนนเทพประสิทธิ์และชุมชนซอยวัดบุญสัมพันธ์ หาดจอมเทียน และถนนสุขุมวิท ฯลฯ การปรับปรุงระบบระบายน้ำสายหลักและสายรอง ก่อสร้างท่อส่งแรงดันน้ำ ขยายท่อระบายน้ำให้ใหญ่ขึ้น สร้างสถานีสูบน้ำ การขยายพื้นที่รับน้ำเพิ่มเติม เพื่อผันน้ำออก และโครงการวางท่อระบายน้ำฝั่งตะวันออกของทางรถไฟจะแล้วเสร็จปี 2566 รวมถึงการรื้อถอนอาคารผู้ฝ่าฝืนรุกล้ำที่สาธารณะ บังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเด็ดขาด โดยมีเป้าหมายแก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จภายใน 5 ปีข้างหน้า

“นีโอพัทยา” ยังมีแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2566-2570) ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยา รถไฟฟ้ารางเบา (Tram Way) จะเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ซึ่งขณะนี้ได้ศึกษาเส้นทางในแต่ละเฟสและศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อยู่ในขั้นเตรียมการซึ่งมีผู้สนใจร่วมทุนจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายยกระดับการขนส่งเพื่อคนพัทยา นักท่องเที่ยว และประชาชนทุกระดับชั้น สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก เชื่อมโยงการเดินทางและเป็น feeder ร่วมกับระบบขนส่งมวลชนท้องถิ่นเมืองพัทยา เช่น รถสองแถว รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถแท็กซี่และรถประจำทาง ก้าวสู่มิติใหม่ในฐานะเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคตะวันออก

เมื่อมาตรฐานอดีตนายกฯสนธยาทำไว้แน่นขนาดนี้ เบียร์ ปรเมศวร์ ว่าที่นายกเมืองพัทยาคนใหม่จึงต้องดำเนินงานด้วยมาตรฐานเทียบเท่าของเดิมหรือดีกว่า ซึ่งนโยบายที่ทีม “เรารักพัทยา” ประกาศหาเสียงไว้คือ “Better Pattaya” ต่อยอด ต่อเนื่อง เพื่อเมืองพัทยาที่ดีขึ้น มุ่งเน้น 4 นโยบายสำคัญคือ 1. การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการสร้างรายได้ 2. ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งปัญหาน้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จ 3. สานต่อวิสัยทัศน์เมืองพัทยา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเกาะล้าน และการปรับภูมิทัศน์ชายหาด 4. การเตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากรในด้านเทคโนโลยี และการศึกษาเพื่อตอบโจทย์เมืองศูนย์กลางเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงการสานต่อวิสัยทัศน์โครงการ NEO PATTAYA โดยเฉพาะการพัฒนาถนนบนเกาะล้านทั้ง 15 เส้นทางและการก่อสร้างเตาเผาขยะให้สามารถกำจัดขยะได้ 50 ตันต่อวัน อีกทั้งเรื่องการพัฒนาท่าเทียบเรือ การจัดการภูมิทัศน์ต่างๆ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบริเวณชายหาดให้สวยงามรองรับนักท่องเที่ยว
จึงไม่แปลกที่ เบียร์ ปรเมศวร์ จะโพสต์ความมุ่งมั่นครั้งนี้ด้วยถ้อยคำว่า “ผมจะลบคำครหาเดินหน้าพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าผมตั้งใจจริงเพื่อเข้ามาทำให้พัทยาดีขึ้น และสร้าง4ปีนี้ให้เป็นปีที่ดีที่สุดของเมืองพัทยาให้ได้”
เขายังโพสต์ข้อความที่น่าสนใจอีกว่า
“ผมขอขอบคุณความไว้วางใจจากพี่น้องที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ที่เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญมาก เพราะเราไม่ได้เลือกตั้งนายกเมืองของเราเองมา 10 ปีแล้ว!! ขอบคุณสำหรับโอกาสที่มอบให้ผมและทีมสม.ทั้งหมด ขอบคุณที่เชื่อมั่นใน เบียร์ ปรเมศวร์ คนนี้ ผมจะทำหน้าที่นายกเมืองพัทยาให้เต็มที่ที่สุด จะเป็นผู้นำทัพที่ดีที่สุดให้สมกับความไว้ใจที่มอบให้กัน
อยากขอบคุณที่ปรึกษาพี่แป๊ะสนธยา และทีมงานรองนายก ทีมงานสมาชิกเมืองพัทยาทุกคน ที่ร่วมผนึกพลังในการทำเพื่อบ้านเมืองในครั้งนี้
อยากขอบคุณครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ทั้งที่อยู่ใกล้ไกลส่งกำลังใจมาไม่ขาดสาย
อยากขอบคุณทีมงานทุกคนที่ช่วยกันหาเสียงและเหนื่อยมากๆ ด้วยกันมาตลอดเวลา 60 วัน แต่จากนี้ จะเหนื่อยขึ้นอีกเป็นเวลา 4 ปี เพราะเราต้องลุยให้สุดและเต็มที่เพื่อฟื้นพัทยาให้คืนชีพเร็วที่สุด (ไม่ได้ขู่ทีมงานนะ 555+)
อยากขอบคุณสื่อมวลชน สื่อโซเชียล ต่างๆ ขอบคุณทุกสื่อ ทั้งที่เสนอในด้านดีหรือด้านโจมตี ผมก็ขอบคุณครับ เพราะมันช่วยเป็นแรงผลักดันให้ผมต้องสู้ขึ้นไปอีกได้จริงๆ
ผมจะทำงานให้คนพัทยาทั้งที่เลือกผมและไม่เลือกผม ผมยังขอย้ำว่าผมและทีมสามารถทำงานได้กับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย รวมถึงขอบคุณผู้สมัครทุกกลุ่มด้วยที่ตั้งใจมาพัฒนาพัทยาเช่นกันนะครับ
และที่ลืมไม่ได้เลย ผมขอกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวพัทยา ที่มอบความกรุณาให้ผมได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยาในครั้งนี้ และขอบคุณที่เลือกสมาชิกเมืองพัทยาเบอร์ 1-6 ยกทีมด้วยนะครับ
ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อส่วนรวม เพื่อทุกคน
ผมจะลบคำครหาเดินหน้าพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าผมตั้งใจจริงเพื่อเข้ามาทำให้พัทยาดีขึ้น และสร้าง 4 ปีนี้ให้เป็นปีที่ดีที่สุดของเมืองพัทยาให้ได้
ยุคสมัยเปลี่ยน การเมืองก็เปลี่ยน การทำงานเพื่อบ้านเมืองก็เปลี่ยน แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือ ผมรักพัทยาครับ
ขอบคุณทุกคนจากใจจริง ไม่รู้ว่าต้องกล่าวขอบคุณอีกกี่พันหมื่นครั้งถึงจะพอ เอาเป็นว่าผมจะตอบแทนพี่น้องทุกคนในบ้านพัทยาหลังนี้ให้สมกับที่เลือกผมมาเป็นนายกนะครับ ผมพร้อม Start แล้วครับ
ขอแฮชแทค #นายกเบียร์พัทยา เพื่อรวบรวมเรื่องราวของผมจากทุกคนไว้ในแฮชแทคนี้นะครับ”












