ตามไปฟัง 3 ผู้นำองค์กรไทยสะท้อนทรรศนะความยั่งยืนในเวที World Economic forum 2022

เพิ่งปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับงานประชุมประจำปี World Economic forum 2022 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในปีนี้มี ผู้นำองค์กรไทย ตั้งใจเดินทางไปร่วมงานประชุมนี้ไม่น้อย และนี่ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ซีอีโอไทยจะได้ไปแสดงทรรศนะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับซีอีโอระดับโลก และเผยความก้าวหน้าในการพัฒนาองค์กรไทยตามเทรนด์การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ ESG ที่ย่อมาจาก ปัจจัยแต่ละด้านที่คนทำธุรกิจยุคนี้ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และ หลักธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ (Governance)

เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงความประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในการประชุม World Economic forum 2022 และมุมมองของผู้นำองค์กรไทยต่อการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เราได้ถอดความจากรายงานข่าวในรายการเศรษฐกิจ Insight ที่นำเสนอทาง Youtube : TNN Online ซึ่งได้ส่งผู้สื่อข่าวไปรีวิวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในงานนี้ พร้อมกับสัมภาษณ์ผู้นำองค์กรไทยที่ไปร่วมงานนี้กัน
ภายในงานปีนี้ มีผู้บริหารจากทั่วทุกมุมโลกพร้อมใจเดินทางมาร่วมงานประชุมระดับโลกนี้ โดยปกติงานนี้จะจัดในเดือน มกราคมของทุกปี ซึ่งในช่วงนั้นวิกฤตโควิดยังไม่คลี่คลาย คณะกรรมการจัดงานประชุม ประจำปี World Economic forum 2022 จึงเลื่อนมาจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ก็มีผู้บริหารชาวไทยไปแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแต่ละอุตสาหกรรมที่ทำอยู่

ทั้งนี้ ในงานประชุมประจำปี World Economic forum 2022 จะเป็นงานใหญ่ระดับโลกที่หลายภาคส่วนรอคอย เพราะจะรวบรวมเอาผู้นำระดับโลกทั้งจากภาครัฐและเอกชน ผู้นำระดับสูง ตลอดจนบุคคลสำคัญของโลก มารวมตัวกันที่นี่ในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งตลอดงานประชุมนี้จะเกิดประเด็นต่างๆมากมายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม
แม้จะเป็นที่รู้กันว่าคนที่มาร่วมงงานประชุมระดับโลกนี้จะเป็นผู้ที่มาจากซีกโลกฝั่งตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็มีตัวแทนภาคธุรกิจทางฝั่งโลกตะวันออกหรือทางเอเชียมาร่วมงานนี้ด้วย อย่างในปีนี้ ประเทศไทยเอง ก็มีผู้นำองค์กรระดับประเทศเดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย ทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่ม ปตท. กลุ่มบางจาก กลุ่มไทยเบฟ อินโดรามาเวนเจอร์ และบิทคับ
จากการได้พูดคุยกับหนึ่งในผู้บริหารที่มาร่วมงานประชุมนี้ ยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งนอกจากจะได้รับเชิญมาร่วมประชุมยังได้รับคัดเลือกให้เป็น Young global leader to the class of 2022 ด้วย ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้ผู้บริหารยุคใหม่ และเป็นหนึ่งในหกชาติอาเซียนที่ได้รับรางวัลนี้ ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจและการให้ความสำคัญกับการเดินทางมาร่วมงาน World Economic forum 2022 ในปีนี้ และอัปเดตถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ อินโดรามา เวนเจอร์ส ด้วยว่า
ยาช โลเฮีย
ยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)
“อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้เป็นสมาชิกของ WEF มานานแล้ว และผมตัดสินใจมาที่นี่เพื่อที่จะพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้นำระดับโลกทั้งภาครัฐและเอกชน และถือโอกาสนี้ในการแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ 2030 และการพัฒนาที่ยั่งยืนของเรา โดยเมื่อต้นปี 2565 ที่ผ่านมานี้เองที่เราได้ประกาศ วิสัยทัศน์ 2030 ซึ่งประกอบด้วย การรีไซเคิลขวด PET ให้ได้ 1.5 ล้านตัน ภายในปี 2030 และเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบชีวภาพให้สูงขึ้นเป็น 25 เปอร์เซ็นต์”
“ดังนั้นการมาร่วมงานประชุม WEF 2022 นี้ ก็เพื่อพบปะกับภาคเอกชนและภาครัฐ เพราะเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งส่วนตัวผมเองก็คาดหวังว่าจะได้เรียนรู้ประสบการณ์จากคนต่างอุตสาหกรรมในงานนี้ เพื่อให้เห็นโมเดลธุรกิจใหม่ๆที่นำสู่การทำงานในโลกอนาคต และได้นำวิธีคิดจากต่างอุตสาหกรรมมาปรับใช้กับธุรกิจของเรา”
“เพราะเราเชื่อว่าในตอนนี้การปรับเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการทำธุรกิจแบบเดิมจะเน้นการทำธุรกิจแบบแต่ละบริษัทก็ทำกิจการของตนเอง ต่างคนต่างทำ แต่การทำธุรกิจในอนาคตจะต้องเป็นรูปแบบของการเป็นพันธมิตร เป็นหุ้นส่วน และร่วมมือกัน ดังนั้นจึงต้องหาหนทางที่จะทำงานร่วมมือกับบริษัทอื่นเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน จับมือทำงานกับพันธมิตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะกับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน บริษัทจัดการของเสีย เจ้าของแบรนด์ ผู้บริโภค ที่จะมาร่วมมือกัน เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Vision 2030 ของเรา”
“และในความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่ทวิภาคี หรือเพียงแค่สองฝ่าย แต่อาจต้องเป็นแบบไตรภาคีหรือสามฝ่าย หรือมากกว่านั้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงและผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยไปด้วยกัน”
นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยกับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง บิทคับ ผู้บริหารไทยที่มาร่วมประชุมและได้รับเชิญให้บรรยายในเรื่อง Decentralization และ Decentralize finance
จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง บิทคับ
“ในงานประชุม WEF 2022 ได้มีการพูดถึงหลายประเด็นที่สำคัญ ที่เป็นปรากฎการณ์เศรษฐกิจโลก อย่างล่าสุดได้พูดถึง ภาวะเงินเฟ้อ หรือ Inflation ในสหรัฐฯ ที่ขึ้นถึง 7-8 เปอร์เซ็นต์ ที่ทางสหรัฐก็ต้องปรับมาตรการรับมือ ที่เรียกว่า Contractionary Monetary Policy หรือการใช้นโยบายการเงินแบบหดตัวเพื่อลดปริมาณเงินในระบบ คุมระดับเงินเฟ้อไม่ให้ขึ้นสูงจนเกินไป ซึ่งปรากฎการณ์นี้ทำให้หุ้นต่างๆลง ส่งผลต่อคริปโตที่ลดลงด้วยเช่นกัน”
“แต่ถ้ามองในระยะยาว วิกฤตนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้น คือ Infrastructure Builder ที่เพิ่มขึ้น อย่างการเดินทางมาที่นี่ก็ได้เจอกับแหล่งเงินทุนระดับโลกที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งก็ได้แชร์ประสบการณ์ว่าได้ซุ่มสร้างระบบอยู่ และธีมที่คิดว่าคนพูดถึงกันมากคือ เรื่อง กรีน แบบ From brown to Green อย่างจากการที่ไปฟังการบรรยายในตอนเช้า ที่เป็นฝั่งของ China Investment Outlook ก็จะได้ข้อมูลว่า 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนโฟกัสแค่การเจริญเติบโตทางเศรษกิจของประเทศ แต่ตอนนี้มีความสำคัญที่เพิ่มขึ้น คือ การโฟกัสที่ Quality growth หรือการเติบโตอย่างมีคุณภาพด้วย”
“โดย Quality growth ในที่นี้ คือ การมองเรื่อง Sustainability เรื่องของ Decarbonization เรื่องของ Carbon credit หรือเรื่องของภาวะโลกร้อน แม้แต่เรื่องของราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางการจีนก็พยายามที่จะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลงมา เพื่อทำให้ค่าครองชีพของคนในประเทศสมดุลกับการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของผู้คน นี่เรียกว่าเป็นภาพรวมที่ดูถึง Quality growth”
“หรือสำหรับ Microsoft ก็ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่าภายในปี 2030 ต้องมี Zero carbon neutrality ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลแทบทุกประเทศให้ความสำคัญ ดังนั้น เทรนด์ ESG Carbon Neutrality และ Green Economy จะเป็น Growth sector หรือกลไกพัฒนาการเจริญเติบโตด้านใหม่ของคนไทยเลยก็ว่าได้ นี่คือสิ่งที่ผมสรุปได้จากการจับเทรนด์การบรรยายจากที่ประชุมในวันนี้”

“สรุปแล้ว ธีมที่ผู้นำระดับโลกคุยกันที่นี่ในงานประชุม WEF 2022 ในปีนี้ มีอยู่ 4-5 อย่างหลักๆ นั่นคือ Green Economy,  Decarbonization, Quality growth, ESG และการหามูลค่าจาก Carbon credit ดังนั้น ถ้าเมืองไทยจะมีผู้ริเริ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับการสร้าง Green economy ได้ ก็ย่อมจะเป็น Growth sector ที่สำคัญ เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยได้”
“นอกจากนั้น ยังต้องมีการคิดค้น ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมสีเขียว ที่ในตอนนี้ปัจจัยเรื่องราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญแรกที่ต้องดู แต่ผู้บริโภค หรือผู้ที่ต้องการใช้ จะเลือกจากคุณภาพและวัสดุที่ใช้ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นแล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ไป ประเทศไทยจำเป็นต้องสนับสนุน Green economy อย่างเต็มกำลัง”
ต่อมา เป็นผู้นำองค์กรธุรกิจไทยอีกท่านหนึ่ง นั่นคือ สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย ที่มีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลกมานานแล้ว ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการกำหนดยุทธศาสตร์ความยั่งยืน เป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานขององค์กร นอกจากนี้ยังจัดทำรายงานความยั่งยืนขององค์กร และให้การสนับสนุนการพัฒนาตามเป้าหมายความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติทั้ง 17 ประการมาตลอด
สุภกิต เจียรวนนท์
สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์
โดยในโอกาสที่ได้เข้าร่วม WEF 2022 นี้ คุณสุภกิต ได้ให้ความสำคัญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก กับปัจจัยรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจ และสิ่งสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก็คือความมั่นคงทางอาหาร ที่คุณสุภกิตได้เข้าร่วมเสวนาในเรื่องความมั่นคงของอาหารโลก การใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมอาหารและรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านอาหาร ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่คำนึงถึงการผลิตที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อส่งออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลกอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ในโอกาสนี้ ทางผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้พูดคุยกับผู้บริหารและซีอีโอในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของทางเครือฯ และแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจระดับโลกที่เข้มแข็งด้วย

นี่ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ผู้ทางธุรกิจของไทย ได้เดินทางมาร่วมในงานประชุม WEF 2022 ในครั้งนี้ ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ความร่วมมือ และอัปเดตเทรนด์การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยซึ่งต้องเอาไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถ้าทำได้ย่อมขับเคลื่อน “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ในไทยให้เกิดขึ้นได้จริงด้วย

รอบรู้เรื่องทุกประเด็นโลกที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศไทย

ส่องแนวโน้ม “เงินเฟ้อ” ทั่วโลก “เวเนซุเอลา” นำโด่ง “ไทย” ไม่แย่ อัตราเงินเฟ้อต่ำสุดอันดับ 9 ในกลุ่มประเทศ Upper Middle-Income

มาตรการซีโร่โควิด จะปิดกั้นอนาคต ทุเรียนไทยไปจีน จริงหรือ?

4 สินค้าเมกะเทรนด์ปีเสือขายดีที่สุดบนโลกออนไลน์

Previous articleGig Workers แรงงานยุคใหม่ที่ไม่ใช่พนักงานประจำ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.152
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์