Wednesday, August 26, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.153

ปตท. นำร่อง “ระยอง-ชลบุรี” สร้างต้นแบบเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์

นายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) นับเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยจำเป็นต้องอาศัยการผลักดันและมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน ประกอบกับเจตนารมณ์ของประเทศไทยด้านเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 กลุ่ม ปตท. ในฐานะองค์กรด้านพลังงานของประเทศ เราตระหนักและยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบวิสัยทัศน์ Powering Life with Future Energy and Beyond โดยกำหนดเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของประเทศ ผ่านความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีภายใต้คณะกรรมการเทคโนโลยีกลุ่ม ปตท. (PTT Group Technology Committee: GTC) ในการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกันในกลุ่ม ปตท. โดยจะนำร่องศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) ในรูปแบบ CCS Hub Model ซึ่ง CCS เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการกักเก็บ CO2 จากกระบวนการผลิตได้ในระดับหลายล้านตันต่อปี และนำไปกักเก็บในชั้นธรณีที่มีศักยภาพและเหมาะสมแบบปลอดภัยและถาวร โดยไม่มีการปล่อยกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้อีก โดยจะเริ่มศึกษาในพื้นที่ปฏิบัติการกลุ่ม ปตท. จังหวัดระยองและชลบุรี ความร่วมมือนี้นับเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลสู่ระดับประเทศได้ในอนาคตเพื่อช่วยขับเคลื่อนองค์กรและประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ซีร่า ออโตเมชั่น ผนึกกำลัง AMA ยกระดับทักษะแรงงานรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ NeEC

นายพรพจน์ คงสงค์ ผู้อำนวยการ AMA
วันนี้ (2 มิ.ย.) บริษัท ซีร่า ออโตเมชั่น แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมเอไอ CiRA Core และเป็นบริษัทในเครือ ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ได้ลงนามบักทึกความเข้าใจกับ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและเมคคาทรอนิกส์ (AMA) จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดำเนินการฝึกอบรมแรงงานให้มีความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี ในมิติด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรม รองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor: NeEC – Bioeconomy) ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และหนองคาย ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นายพรพจน์ คงสงค์ ผู้อำนวยการ AMA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้แรงงานในภาคอีสานโดยเฉพาะในขอนแก่นได้พัฒนาฝีมือเข้าสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งซีร่าคอร์มีบุคลากร วัสดุอุกรณ์ต่างๆที่จะเข้ามาช่วยเหลือสถาบันหลายด้าน ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิมไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมการเกษตรที่ซีร่าคอร์มีเครื่องมือในการคำนวณรูปแบบของผลผลิตว่าควรดูแลรักษาหรือเก็บเกี่ยวในช่วงไหน อย่างไร สามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมต่างๆได้ ขณะเดียวกันก็ยังมีโปรแกรมใหม่ๆไปช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมชิ้นส่วน อุตสาหกรรมโลจิสติกส์  พร้อมกับยกระดับแรงงานให้มีศักยภาพและรายได้สูงขึ้น โดยการร่วมมือครั้งนี้เราเปิดโอกาสให้ทุกอุตสาหกรรมในพื้นที่ส่งบุคลากรเข้ามาอบรมเพิ่มทักษะได้อย่างเต็มที่

อมตะส่งสัญญาณบวกหลังรัฐเปิดประเทศ ลุยโซลาร์ผลิตไฟช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนพลังงาน

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากมาตรการของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับนักท่องเที่ยวและคนไทยที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยกเลิกระบบ Test and Go โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป มั่นใจว่าจะทำให้เกิดการผ่อนคลายการค้าการลงทุนมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเงื่อนไขและมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของประเทศที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย เพราะความเข้มข้นของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ดังนั้นคงมองที่มาตรการของไทยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เชื่อว่าหลายประเทศ เมื่อนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเดินทางกลับจากไทยแล้วต้องเข้าสู่เกณฑ์การกักตัวตามมาตรการสาธารณสุข ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนในปี 2565 ถือว่ามีความผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จะมียอดผู้เสียชีวิตอยู่ในเกณฑ์มากกว่า 100 คนต่อวัน แต่จะพบว่าภาคการผลิตในนิคมฯ ยังมีการลงทุนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนใหม่ๆจะชะลอการตัดสินใจเข้ามาลงทุน เพราะต้องรอสถานการณ์การแพร่ระบาด และมาตรการผ่อนคลายทางสาธารณสุข ทั้งนี้ จากวิกฤติการแพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา นับเป็นตัวเร่งที่สำคัญ ทำให้หลายบริษัทมีการปรับตัว โดยการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และยังคงเชื่อว่าการพัฒนาจะยังไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบระหว่างรัสเซียและยูเครน เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ภาคการผลิตต้องนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนค่าพลังงาน ในส่วนกลุ่มอมตะได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานและบริษัทในเครือ ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการใช้พลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์) เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ในรูปแบบต่างๆ เพื่อป้อนให้กับโรงงานที่มีอยู่ ทั้ง 2 นิคมฯ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานรวมกันเกือบ 2,000 โรงงาน ในนิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี และ นิคมฯ อมตะซิตี้ระยอง

ดีอีเอส ย้ำ PDPA คุ้มครอง ประชาชนถ่ายรูปและโพสต์ได้เเต่ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส)
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ที่มีผลบังคับใช้แล้วว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของเราก็คือข้อมูลที่เราไปติดต่อธุรกิจ ติดต่อร้านค้าต่างๆ เราก็จะให้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ในการทำธุรกรรม ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย คือ ร้านค้าหรือธุรกิจที่เก็บข้อมูลของเราจะต้องเก็บให้ดี ห้ามให้รั่วไหล หรือห้ามเอาไปขาย หรือเอาไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งอันนี้มีความผิดตามกฎหมายนี้ ส่วนที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ขอเรียนว่าการที่เราไปถ่ายภาพแล้วไปติดบุคคลอื่นเข้ามาในภาพ ซึ่งเราไม่รู้จักแล้วติดโดยบังเอิญ อันนี้ไม่มีความผิด แม้ว่าเราจะเอาภาพนั้นไปโพสต์ ไปใช้ในเรื่องส่วนตัว ถ้าไม่ได้ไปทำให้เค้าเสียหาย ไม่ได้ตั้งใจไปให้เค้าเกิดความเสื่อมเสีย มันไม่มีความผิด อันนี้ไม่ถือว่าเป็นความผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเรื่องกล้องวงจรปิดที่เราติดไว้ที่บ้าน แล้วไปติดภาพของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ถ้าเราไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์ในทางที่มิชอบ เป็นข้อมูลที่เราเก็บไว้เพื่อป้องกันอาชญากรรมก็ไม่มีความผิด

นักวิทย์พิสูจน์ ‘หูชั้นกลาง’ มนุษย์วิวัฒนาการมาจาก ‘เหงือกปลา’

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่เล่นกับลูกวาฬเพชฌฆาตที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซี่ยงไฮ้ ไห่ชาง เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 31 พ.ค. 2022) // www.xinhuathai.com
ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งจัดทำโดยคณะนักวิทยาศาสตร์จากจีน สวีเดน และสหราชอาณาจักร พบว่าหูชั้นกลางของมนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากเหงือกปลา ไก้จื้อคุน นักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน และผู้เขียนบทความ “วิวัฒนาการของช่องหายใจตั้งแต่ปลาไม่มีขากรรไกรจนถึงสัตว์สี่เท้า” (The Evolution of the Spiracular Region From Jawless Fish to Tetrapods) กล่าวว่ามีหลักฐานตัวอ่อนและฟอสซิลที่เพียงพอจะยืนยันว่าหูชั้นกลางของมนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากช่องหายใจของปลา ทว่าที่มาของช่องหายใจนั้นสร้างความงงงวยแก่เหล่านักวิชาการมานานกว่า 100 ปีแล้ว โดยคณะนักวิทยาศาสตร์จีนได้ค้นพบเบาะแสของความลึกลับดังกล่าวในฟอสซิลที่ขุดพบในมณฑลเจ้อเจียงและอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ซึ่งเป็นหลักฐานทางกายวิภาคและซากดึกดำบรรพ์ว่า ต้นกำเนิดช่องหายใจของสัตว์มีกระดูกสันหลังมาจากเหงือก ฟอสซิลดังกล่าวถูกนำไปยังสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนสวิส ไลท์ ซอร์ส (Swiss Light Source) ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทำการสแกนแบบไม่ทำลายและการสร้างขึ้นใหม่แบบ 3 มิติ ไก้กล่าวว่าการค้นพบข้างต้นอธิบายเหตุผลว่าทำไมหูและปากของมนุษย์จึงเชื่อมโยงกัน เนื่องจากทางเดินหายใจยุคโบราณเริ่มจากปากของปลาจนถึงเหงือก โดยสิ่งนี้เป็นส่วนที่หลงเหลือของปลาที่มีวิวัฒนาการจากเมื่อกว่า 400 ล้านปีก่อน ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube)