หากเราจะจัดอันดับ “ยอดเขาที่มีความสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” แล้ว
“คากาโบ ราซี” (Hkakabo Razi) คือยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ใน ASEAN ที่ความสูง 5,881 เมตร เมืองปูดาโอ รัฐกะชีน ประเทศพม่า

อันดับ 2 ได้แก่ “คินาบาลู” (Kinabalu) สูง 4,095.2 เมตร อยู่ที่รัฐซาบาร์ ประเทศมาเลเซีย

อันดับ 3 คือ “ฟานซีปัน” (Fansipan) ซึ่งได้รับตำแหน่ง “ยอดภูเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน” ด้วยความสูง 3,143 เมตร โดยได้ฉายาว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” ตั้งอยู่บนเทือกเขา Hoang Lien ในเมืองซาปา จังหวัดลาวก่าย ในประเทศเวียดนาม

อันดับ 4 ได้แก่ “ภูเบี้ย” (Phou Bia) ตั้งอยู่ที่แขวงเชียงขวาง สปป.ลาว มีความสูงประมาณ 2,820 เมตร

และ “ดอยอินทนนท์” (Doi Inthanon) จังหวัดเชียงใหม่ของไทย มาเป็นอันดับ 5 ที่ความสูง 2,599 เมตร

ดังที่กล่าวไป ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามของ ASEAN ก็คือยอดเขา Fansipan
ซึ่งได้รับตำแหน่งภูเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน ด้วยความสูง 3,143 เมตร จึงได้ฉายาว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” โดย Fansipan ตั้งอยู่บนเทือกเขา Hoang Lien ในเมืองซาปา จังหวัดลาวก่าย ในประเทศเวียดนาม
แน่นอนว่า ยอดเขา Fansipan สูงจากระดับน้ำทะเล 3.143 กม. ในวันที่ไร้หมอก เราจะมองเห็น Fansipan ได้อย่างชัดเจน ทว่า วันใดหมอกหนา Fansipan จะถูกสายหมอกกลืนหายวับไปกับตา

การเดินทางมาเมือง “ซาปา” มาไม่ยาก เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาจากเมืองไทยเส้นทางสายอีสานเพื่อข้ามไปฝั่งลาวและเข้าสู่เวียดนามเหนือ ระยะทางเพียง 1,000 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น
หรือจะซึมซับบรรยากาศการนั่งรถไฟเวียดนาม ก็สามารถจับรถไฟสายฮานอย-ลาวก่าย และมาต่อรถจากลาวก่ายมาที่ตีนเขา Fansipan ในเมือง “ซาปา” ได้เลย
หรือจะบินก็ยิ่งง่าย เพราะมีสายการบิน Low Cost มากมาย ที่บินตรงจาก “สุวรรณภูมิ” สู่เวียดนามใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง
Fansipan มีบริการกระเช้าขึ้นภูสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่ต้องการเดิน บริเวณที่เรียกว่า Fansipan Legend เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2559
โดยรัฐบาลเวียดนามมีหลักการว่า Fansipan เป็นภูเขาของชาวเวียดนามทุกคน ฉะนั้นทุกคนจะต้องมีโอกาสได้ขึ้นไปเดินเล่นอย่างเท่าเทียมกัน
ทีมสถาปนิกจาก Austria Germany และ Switzerland ได้ร่วมกันออกแบบกระเช้าไฟฟ้าขึ้น Fansipan โดยใช้เวลาในการสำรวจเส้นทาง และก่อสร้าง สิริรวมทั้งสิ้นเป็นเวลา 2 ปี ก็แล้วเสร็จ
เส้นทางกระเช้าขึ้น Fansipan มีระยะทาง 6292.5 เมตร ใช้เวลา 15 นาทีต่อเที่ยว
จึงถือว่า กระเช้าสายนี้ “เป็นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก”
สภาพของเก๋งกระเช้า ประกอบสร้างจากกระจกรอบห้องโดยสาร ทำให้เราสามารถมองเห็นวิว “ซาปา” แบบ Panorama 360 องศา
ดังนั้น เมื่อมองลงไปสองข้างทางจะเห็นหมู่บ้าน และนาขั้นบันได ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ “ซาปา” ได้อย่างชัดเจน
โดยมี “สายหมอก”, “ดอกไม้” และ “ขุนเขา” เป็นฉากตะหง่านปราการหลังอยู่ไกลลิบ
นอกจากนี้ ยังมี “แมกไม้” “สายน้ำ” “ลำธาร” “แก่งหิน” และ “น้ำตก” เรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง
บริเวณสถานีขึ้นลงกระเช้า อุดมไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกจำนวนมาก
Landmark สำหรับถ่ายรูป บน Fansipan ในวันที่อุณหภูมิลดต่ำลงถึง 5 องศา มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ ก็คือ ประตูจีน Tam Quan Gate และศาลเจ้า Bich Van
ซึ่งถือจุด Selfie ที่สำคัญในยุค Social Media และจัดเป็น Center Point สำหรับนัดหมาย หรือหลงทางมาตั้งหลักตรงนี้ก่อนก็ยังได้
ส่งท้ายด้วยเรื่องราวของ “ซาปา”
“ซาปา” คือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดลาวก่าย ประเทศเวียดนาม อยู่ห่างจาก “ฮานอย” ระยะทางประมาณ 400 กม.
“ซาปา” มีพรมแดนด้านทิศเหนือติดกับประเทศจีน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา จึงมีชาวเขาเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่ อาทิ ม้ง ไททรงดำ เป็นต้น
“ซาปา” คือเมืองทางผ่านของแม่น้ำแดง ที่ล่องลงมาจากจีนไหลผ่านเวียดนามไปออกยังอ่าวตังเกี๋ย
“ซาปา” จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะยุคฝรั่งเศสล่าอาณานิคมจนยึดครองอินโดจีนทั้งหมด
“ซาปา” ถูกใช้เป็นเมืองตากอากาศของทหารฝรั่งเศส เพราะ “ซาปา” มีสภาพอากาศเย็นสลับฝนตลอดทั้งปี แม้แต่ช่วงฤดูร้อนตอนกลางคืน อุณหภูมิจะต่ำราว 10 กว่าองศาเท่านั้น
ปัจจุบัน “ซาปา” มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทุกมุมโลก ด้วยมนต์ขลังเมืองแห่ง “สายหมอก” และ “ดอกไม้” ที่สำคัญก็คือ “ซาปา” เป็นเมืองที่มี “ภูเขาสูงที่สุดในอินโดจีน”
นั่นก็คือ Fansipan นั่นเองครับ
















