ประเทศไหนบ้างที่ใช้จ่ายค่าขนส่งสาธารณะมากที่สุดในโลก

การสร้างและทำให้เครือข่ายการขนส่งสาธารณะมีความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และราคาถูก เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น นี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้คนที่อยู่อาศัยในชนบท เนื่องจากเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกมักจะมีโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสาธารณะที่ดีอยู่แล้ว แต่เมืองและหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไป หากบ้านไหนไม่มียานพาหนะเป็นของตัวเอง ก็มักจะต้องพึ่งพาครัวเรือนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ในการเดินทาง ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศที่แร้นแค้นหรือกำลังพัฒนาเท่านั้น หากแต่ก็เกิดกับหลายประเทศในยุโรปด้วย


ยุโรปยืนหนึ่ง นำโดยสวิตเซอร์แลนด์ ในฐานะประเทศที่มีค่าใข้จ่ายขนส่งสาธารณะโดยเแลี่ยต่อเดือนต่อคนมากที่สุดในโลก ประจำปี 2022
ข้อมูลจาก Statista Mobility Market Outlook รายงานว่าผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะของสวิตเซอร์แลนด์โดยเฉลี่ยจ่ายค่าโดยสารประมาณ 46 ดอลลาร์สหรัฐฯ​ (ราว 1,627 บาท) สำหรับการเชื่อมต่อในท้องถิ่นและในภูมิภาคโดยรถไฟหรือรถบัสต่อเดือน
ส่วน 4 ใน 7 อันดับที่ เหลือใน 8 อันดับแรก เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก โดยเดนมาร์กและสวีเดนเป็นผู้นำกลุ่มนี้ ใช้จ่ายค่าโดยสารสำหรับขนส่งสาธารณะเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 44 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,556 บาท) และ 42 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,485 บาท) ตามลำดับ
อีกด้านหนึ่งคือประเทศในเอเชียและแอฟริกา เช่น ปากีสถาน ไนจีเรีย เคนยา และอินเดีย รายได้ของขนส่งสาธารณะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 35 บาท) ต่อเดือนต่อคนเท่านั้น
ในขณะที่บริษัทขนส่งมวลชนของจีนและไทยมีรายได้จากผู้ใช้ประมาณ 3 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 106 บาท) ต่อเดือน ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อยู่ในอันดับที่ 17 และ 21 จาก 45 ประเทศที่ทำการวิเคราะห์ โดยมีรายได้ต่อผู้ใช้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 21 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 742 บาท) และ 17 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 600 บาท) ตามลำดับ

ขนส่งสาธารณะ

โดยรวมแล้ว ภาคการขนส่งสาธารณะจะสร้างรายได้ประมาณ 261,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 9.2 ล้านล้านบาท) ทั่วโลกในปี 2022 เพิ่มขึ้น 21% หลังจากการตกต่ำที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2021 และคาดว่าจะมีผู้ใช้ขนส่งสาธารณะทั่วโลกอยู่ที่ 4,504.3 ล้านคนภายในปี 2026
ทั้งนี้ เมื่อเอ่ยถึงภาคการขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นจะหมายถึงระบบขนส่งมวลชนที่ใช้เพื่อขนส่งผู้คนในชีวิตประจำวันทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางรถไฟ และบางครั้งทางอากาศ (เคเบิลคาร์) สำหรับการขนส่งในท้องถิ่นและระดับภูมิภาค ในส่วนนี้ จะพิจารณารายได้ที่เกิดจากการขายตั๋วจากบริษัทขนส่งมวลชน เช่น BVG (Berlin Transport Company), TfL (Transport for London) และ Toei ของโตเกียว หรือหากเป็นของไทยก็เช่น บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM

BTS

โดยผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะขายตั๋วแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม หรือตั๋วแบบจำกัดเวลาสูงสุดหนึ่งปี และภาคส่วนนี้ไม่ได้รวมถึงการขนส่งสาธารณะทางไกลระดับประเทศ
ระบบขนส่งสาธารณะมีประโยชน์ในการสร้างความมั่นใจว่าเมืองและปริมณฑลจะกลายเป็นหรือยังคงเป็นศูนย์กลางของการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม เชื่อมโยงธุรกิจต่างๆ กับแหล่งแรงงานและครัวเรือน สำนักงาน หรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
รูปแบบการคมนาคมสาธารณะ เช่น รถประจำทาง รถไฟฟ้ารางเบา และรถไฟใต้ดิน เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากช่วยปรับปรุงการสัญจรของประชากรทั้งหมดในเมืองหรือภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขนส่งสาธารณะ

การขนส่งสาธารณะไม่เพียงแต่มีความสำคัญในการจัดหาวิธีการเดินทางไปทำงานและทั่วภูมิภาคโดยทั่วไปให้กับแรงงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ระดับความแออัดกระจายตัวได้ดีขึ้น และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หากผู้คนเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากกว่าการขับรถ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รายได้ของอุตสาหกรรมการขนส่งสาธารณะนั้นถือว่าน้อยมาก โดยในปี 2022 ผู้ผลิตรถยนต์คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 70 ล้านล้านบาท) ทั่วโลก ด้วยการจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้ประมาณ 73.4 ล้านคัน ในจำนวนนี้มี SUV ขนาดเล็ก 20 ล้านคัน และรถยนต์ขนาดกลาง 14 ล้านคัน

ที่มา : Europeans Pay the Most for Public Transport