
นายกฯ หนุนปลูกไม้มีค่าใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้จริง สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อแล้ว 137 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายปลูกไม้มีค่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และสามารถใช้เป็นหลักประกันกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าได้เดินหน้าให้ความความรู้กับผู้นำและผู้บริหารกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างความรับรู้เกี่ยวกับไม้ยืนต้นที่มีค่า อาทิ สัก พะยูง มะค่า ตะเคียนทอง กฤษณา เหลืองปรีดี กัลปพฤกษ์ นางพญาเสือโคร่ง จำปีสิรินธร เป็นต้น ให้ใช้ประโยชน์จากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรและประชาชนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ระบุว่า สถิติการจดทะเบียนการนำต้นไม้มาเป็นหลักประกัน มีทั้งสิ้น 1.46 แสนต้น เป็นจำนวนเงินค้ำประกันกว่า 137 ล้านบาท ทั้งนี้ แบ่งเป็นยื่นกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 318 ต้น จำนวนเงินค้ำประกัน 3 ล้านกว่าบาท ยื่นกับธนาคารกรุงไทย จำนวน 23,000 ต้น จำนวนเงินค้ำประกัน 128 ล้านบาท และยื่นกับพิโกไฟแนนซ์ จำนวนต้นไม้ 1.2 แสนต้น จำนวนเงินค้ำประกัน 6 ล้านบาท รวมต้นไม้ที่นำมาเป็นหลักประกัน เช่น สัก มะขาม มะเกลือ ยอป่า มะม่วง ไม้แดง ยาง ประดู่ป่า ประดู่บ้า มะหาด พะยอม เต็ง ตะแบกนา มะขามเทศ ตะกู พฤกษ์ ทุเรียน ขนุน โดยขณะนี้มีผู้ปลูกไม้มีค่าบนที่ดินของตนเองมากขึ้น หลังจากทราบว่าสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อเพื่อต่อยอดธุรกิจหรือใช้สอยในชีวิตประจำวันได้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร 0 2547 4944

เปิดแล้ว! เที่ยวบินไทย-จีน 2 รอบต่อสัปดาห์ หนุนสัญญาณท่องเที่ยวไทย

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน เปิดให้สายการบินสัญชาติไทย สามารถทำการบินระหว่างประเทศไทยและจีนได้แล้วเบื้องต้น 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเริ่มจากเปิดให้ประชาชนในกลุ่มนักธุรกิจ นักเรียนและนักศึกษาก่อน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลจีนได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศแล้ว จึงถือเป็นสัญญาณดีในการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมา กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นกลุ่มหลักที่สร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวประเทศไทย จึงเชื่อว่าหลังจากนี้ทางการจีนจะเริ่มทยอยเปิดการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้นตามลำดับ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมความพร้อมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลัง ตามที่คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก หลังจากที่ไทยได้ผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ โดยยกเลิกระบบ Thailand Pass สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะในเริ่มวันที่ 1 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป จึงต้องเน้นย้ำเพื่อสร้างความรับรู้สำหรับชาวต่างชาติ พร้อมกับมีมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางมากขึ้น

เงินเยนอ่อนค่าต่ำสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ ฉุดส่งออกไทยไปญี่ปุ่นหดตัว 0.6%

เงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าต่ำสุดในรอบกว่า 24 ปี ทำให้การนำเข้าสินค้าของญี่ปุ่นมีราคาสูงขึ้นโดยเปรียบเทียบ ส่งผลทางตรงต่อการส่งออกของไทยอย่างจำกัด เนื่องด้วยแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2.1 ในปีนี้ ประกอบกับสินค้าไทยกว่าร้อยละ 80 เป็นสินค้าบริโภคและสินค้าเพื่อการผลิตที่จำเป็น ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ผู้บริโภคอาจชะลอการซื้อออกไป อีกทั้งค่าเงินบาทของไทยเสียเปรียบคู่แข่งในเอเชีย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าภาพรวมจะทำให้สินค้าไทยเสียประโยชน์ 500-800 ล้านดอลลาร์ฯ การส่งออกไทยไปญี่ปุ่นตลอดปี 2565 หดตัวร้อยละ 0.6 ขณะที่ผลทางอ้อมอานิสงส์ให้การนำเข้าไทยจากญี่ปุ่นได้ประโยชน์ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าขั้นกลางเพื่อการผลิต อาทิ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ผลบวกดังกล่าวหนุนให้มูลค่านำเข้าช่วงที่เหลือของปีเร่งตัว แต่ด้วยฐานที่สูงในปีก่อนทำให้การนำเข้าปี 2565 ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.4 โดยสุทธิแล้วปีนี้ไทยยังคงขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นที่ราว 1.0 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับสกุลเงินที่ใช้ชำระค่าสินค้าระหว่างไทย-ญี่ปุ่นด้วย ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของนำเข้าและส่งออกยังคงชำระด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

ดีอีเอส เตือน! มิจฉาชีพปั้นโพรไฟล์ อ้างชื่อ เฟสบุ๊ค ก.ล.ต. และบริษัทใหญ่ หลอกลงทุน
นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพออนไลน์ เริ่มหันมาใช้ข่าวปลอมเพื่อหลอกลวงคนมาลงทุน มีทั้งการอ้างชื่อแพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลก อ้างชื่อ ก.ล.ต. และบริษัทใหญ่ หวังสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งอยากขอความร่วมมือจากประชาชนว่าเมื่อพบข่าวลักษณะนี้ที่ส่งต่อๆ กันมาทางโซเชียล อย่าหลงเชื่อ เพื่อจะได้ไม่เกิดความสูญเสียทรัพย์สิน ขณะที่การสรุปผลมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 17-23 มิ.ย. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบจำนวนข้อความที่เข้ามา 11,715,307 ข้อความ หลังการคัดกรองแล้วมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 274 ข้อความ รวมจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 127 เรื่อง ทั้งนี้ ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เรื่อง Facebook และ Line เชิญชวนเปิดพอร์ตลงทุน ได้รับใบรับรอง/อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับ 2 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ โฆษณาบนFacebook เชิญชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง อันดับ 3 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมรับเงินพิเศษ 1,000 บาท กดเงินสดใช้ได้ เงินเข้า 18 มิ.ย.65 อันดับ 4 ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน ได้รับเงินเยียวยา 15,000 บาท อันดับ 5 เล่นมือถือในที่มืดนาน ทำให้เป็นมะเร็งตาหรือตาบอดถาวร อันดับ 6 ใช้นิ้วนวดบริเวณรอบดวงตา ช่วยทำให้สายตาดีขึ้น อันดับ 7 กระเทียมโทน สามารถรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร อันดับ 8 กรมสรรพากรเริ่มเก็บภาษีทุกวัด อันดับ 9 มัสยิดเกิน 100 แห่งทั่วเมืองเชียงใหม่ และอันดับ10 ธ. ออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ ให้ยืม 30,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,500 บาท ผ่านไลน์ @667etrrp เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียล อย่าหลงเชื่อในทันที ไม่ส่งหรือแชร์ ควรตรวจสอบให้รอบด้านก่อน หรือแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป

บ้าน-อาคาร-ออฟฟิศ 200,000 หลังในอังกฤษเสี่ยงจมน้ำทะเลภายในปี 2050

เว็บไซต์ The Guardian ระบุการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะทำให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลและบ้านประมาณ 200,000 หลังในอังกฤษตกอยู่ในความเสี่ยงภายใน 30 ปี ข้อมูลใหม่ชี้ให้เห็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้น บ้านเหล่านี้เป็นบ้านที่อาจไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะจะมีราคาแพงมากในการทำกำแพงกันทะเลและการป้องกันชายฝั่งอื่นๆ ดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวทั้งหมดจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากย้ายไปยังพื้นที่ห่างไกลจากชายฝั่ง เซอร์เจมส์ เบแวน หัวหน้าสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศอังกฤษ เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดว่า พื้นที่ที่มีความเสี่ยงจมน้ำสูงสุดได้แก่ North Somerset, Sedgemoor, Wyre และ Swale โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 ระดับน้ำทะเลในอังกฤษจะสูงขึ้นประมาณ 35 เซนติเมตร เนื่องด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนผิดปกติอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ พอล เซเยอร์ส ผู้เขียนงานวิจัยฉบับนี้ ประเมินไว้ว่าครัวเรือนและธุรกิจจำนวนกว่า 2 แสนแห่งในอังกฤษ ซึ่งมีมูลค่าราวหมื่นล้านปอนด์เสี่ยงต่อความเสียหายอย่างมาก แต่สำหรับเมืองใหญ่ๆ ที่อยู่บนชายฝั่งบางแห่งยังพอมีโอกาสป้องกันความเสียหายได้อยู่บ้าง จิม ฮอลล์ ศาสตราจารย์ด้านความเสี่ยงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า “เราจำเป็นต้องสนทนาอย่างตรงไปตรงมากับชุมชนชายฝั่งทะเล ว่าจะไม่สามารถปกป้องบ้านและธุรกิจทุกหลังได้ จากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กำลังมาเร็วกว่าที่เราคิด และเราจำเป็นต้องวางแผนในตอนนี้ว่าเราจะปรับตัวอย่างไร ซึ่งรวมถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์ระดับประเทศในการตัดสินใจว่าจะจัดการชายฝั่งอย่างยั่งยืนในอนาคตอย่างไร”
Post Views: 1,394