ในฐานะที่ผู้เขียนเคยเป็นนักข่าวและคอลัมนิสต์ ทั้งหนังสือพิมพ์รายวันและนิตยสารมา 25 ปี (ปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์)
คราใดที่เห็นข่าวว่ามี “หนังสือพิมพ์” หรือ “นิตยสาร” ที่คุ้นเคย ทั้งของไทยและต่างประเทศ ทยอยปิดตัวไปทีละเล่มสองเล่ม ทำให้รู้สึกเศร้าใจลึกๆ
เกี่ยวกับประเด็นนี้ นักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นเชิงสรุปฟันธง ว่าการปิดตัวของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่เป็น “สื่อกระดาษ” เป็นผลมาจากการเกิดขึ้นของ Social Media และ Digital Media
โดยส่วนตัว ผมคิดว่า Social Media และ Digital Media ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ “นิตยสาร” และ “หนังสือพิมพ์” ปิดตัว เหมือนที่หลายคนได้วิเคราะห์ และสรุปเหมารวมเอาแบบง่ายๆ

เพราะ “หนังสือพิมพ์” และ “นิตยสาร” ที่ปิดตัวไป ส่วนใหญ่มีระบบ e-Magazine และใช้ Social Media สื่อสารกับคนอ่านกันมา เรียกได้ว่ายาวนานพอสมควร ก่อนจะปิดตัว
นิตยสารไทยหลายเล่ม มี e-Magazine มี e-Book มีทั้งแบบที่ให้อ่านได้บนมือถือ iOS และ Android มี Facebook Twitter YouTube Instagram
สรุปก็คือ Social Media และ Digital Media ไม่ใช่ปัญหาหลักที่ทำให้ “หนังสือพิมพ์” หรือ “นิตยสาร” จำนวนมากปิดตัวลงไป
Generation ต่างหากที่เป็นปัญหาครับ!
เป็นเพราะ Generation ที่แตกต่าง และหลากหลาย เป็นเพราะ Generation ที่เปลี่ยนแปลงรสนิยมอย่างรวดเร็ว ทั้งคนเขียน และคนอ่าน

การโยก Content ไปสู่ Electronics Platform แม้จะไม่ใช่สูตรสำเร็จ หรือเป็นคำตอบของปัญหาทั้งหมด แต่ก็ดูเหมือนจะยังเป็นทางออก หรือ “ถนนสายเดียว” ที่วงการ “นิตยสาร” หรือ “หนังสือพิมพ์” กำลังเดินไปในห้วงยามนี้
ย้ำอีกที และ Digital Media ไม่ใช่ปัญหาหลักที่ทำให้ “หนังสือพิมพ์” และ “นิตยสาร” จำนวนมากทยอยปิดตัว
“รสนิยม” และ Generation ที่เปลี่ยนไปของคนอ่านต่างหาก คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้นิตยสารจำนวนมากปิดตัว
อีกกระแสหนึ่ง ซึ่งเห็นหลายคนออกมาบอกว่า เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้คนอ่านมีกำลังซื้อลดลง ข้อนี้ก็เป็นตรรกะที่ผิดพลาดเช่นกัน
เพราะ “นิตยสาร” หรือ “หนังสือพิมพ์” ที่ทยอยปิดตัวไป ส่วนใหญ่เป็น “นิตยสาร” ที่ทำให้ชนชั้นกลางที่มีรสนิยม และชนชั้นสูงที่ไม่เดือดร้อนเรื่องการทำมาหากิน หรือมีเวลาว่างในชีวิตมาก ซื้ออ่าน
ขณะที่นิตยสารของชนชั้นล่าง ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารดาราละคร นิตยสารบันเทิง หรือนิตยสารพระเครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นิตยสารหวย” ยังมีที่ยืนบนแผง และยอดขายยังไม่ตก
หันไปดูสถานการณ์ “หนังสือพิมพ์ระดับโลก” กันบ้าง
วิทยาลัยวารสารศาสตร์ Medill School of Journalism, Media and Integrated Marketing Communications มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ได้ออกมาระบุว่า ธุรกิจหนังสือพิมพ์ในสหรัฐอเมริกา ปิดตัวลงเฉลี่ยสัปดาห์ละสองฉบับ หรือราว 3 วันต่อ 1 หัว!
ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา มี “หนังสือพิมพ์” 6,377 ฉบับ (นับจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2022) ซึ่งลดลงจากการสำรวจเมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่มี “หนังสือพิมพ์” มากถึง 8,891 ฉบับ
ซึ่งหากนับตั้งแต่สิ้นปี ค.ศ. 2019 จนถึงทุกวันนี้ มี “หนังสือพิมพ์” ปิดตัวไปแล้ว 360 ฉบับ โดยมี 336 ฉบับที่เป็น “หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น” หรือ “หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์”
อธิการบดีวิทยาลัยวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ธเวิสเทิร์น ชี้ว่า ขณะนี้ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา มี “ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์” ประมาณ 31,000 คน ลดลงจากปี ค.ศ. 2006 ที่มี “ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์” 75,000 คน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้ของ “ธุรกิจหนังสือพิมพ์” ในปัจจุบันเหลือเพียง 21,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ลดลงจาก 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในปี ค.ศ. 2006
นอกจากนี้ จำนวน “หนังสือพิมพ์รายวัน” ที่ “จำหน่าย 7 วันต่อสัปดาห์” มียอดขายลดลงอย่างมาก และมีแนวโน้มปิดตัวในเร็ววันนี้

โดย “หนังสือพิมพ์” 40 ฉบับ จาก 100 ฉบับ “ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ” ได้เริ่มตีพิมพ์ “หนังสือพิมพ์ฉบับ Digital” อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีสัญญาณการ “ควบรวมกิจการหนังสือพิมพ์” มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สื่อระดับภูมิภาค” ที่เริ่มออก Shopping “หัวหนังสือพิมพ์” ขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง และ “หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น” อย่างเงียบๆ
ทุกวันนี้ “หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์” จำนวนน้อยกว่า 1 ใน 3 จากทั้งหมด 5,147 ฉบับในสหรัฐอเมริกาได้ประกาศปิดตัวลงอย่างถาวร!
โดยหลงเหลือ “หนังสือพิมพ์เก่าแก่” เพียง 12 ฉบับ รวมถึง “หนังสือพิมพ์รายวันในเมืองใหญ่” และ “หนังสือพิมพ์ระดับภูมิภาค” อีกราว 150 ฉบับ ที่เป็น “หนังสือพิมพ์” ที่ “เจ้าของหนังสือพิมพ์” คือผู้ที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นที่นั้นๆ อย่างแท้จริง!
ขอต้อนรับเข้าสู่ยุค Digital Newspaper เต็มรูปแบบครับ!












