“อีอีซี” โล่ง! 4 โครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าครบ “ไฮสปีด” สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา รฟท. ได้พื้นที่ 100%
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 3/2565 วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2565 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ กพอ. เป็นประธาน รับทราบ ความก้าวหน้าภารกิจขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุุน
รัฐ-เอกชน (PPP) ได้แก่ 1) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ส่งมอบพื้นที่ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา งานสาธารณูปโภครื้อเสร็จและรฟท.ได้พื้นที่ครบ 100% เอกชนเข้าพื้นที่เตรียมก่อสร้าง เช่น งานสร้างถนน งานก่อสร้างโรงหล่อชิ้นงานโครงสร้าง ดำเนินการแล้วเสร็จและเริ่มก่อสร้างต่อเนื่อง โดยส่วนเชื่อมสุวรรณภูมิ ถึงอู่ตะเภา คาดว่าจะเปิดบริการปี 2569 2) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ส่วนภาครัฐ กองทัพเรือได้ออกแบบทางวิ่งที่ 2 เสร็จเรียบร้อย งานปรับถมดินลานจอดศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแล้วเสร็จ 100% และงานปรับถมดินทางวิ่งที่ 2 ก้าวหน้าเกิน 80% และเอกชนคู่สัญญาเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจและเตรียมก่อสร้างแล้วตามแผนงาน ในส่วนของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ EHIA ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมจัดทำประชาพิจารณ์ในเดือนสิงหาคม และการปรับปรุงรายงานเพื่อนำเสนอ ครม. เดือนกันยายน 2565 โดยการก่อสร้างโครงการฯ ระยะที่ 1 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2568 ซึ่งจะสอดคล้องกับการฟื้นตัวการเดินทางทางอากาศเพื่อท่องเที่ยวทั่วโลก ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องหลังจากนี้ ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย 3) โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เริ่มงานออกแบบก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและงานออกแบบท่าเรือก๊าซแล้ว โดยขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและช่วงงานถมทะเล พร้อมจัดตั้งมูลนิธิกองทุนฯ ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบตามข้อกำหนด EHIA เรียบร้อย สำหรับท่าเรือมาบตาพุด ช่วงที่ 1 ท่าเรือสินค้าเหลวและพื้นที่คลังสินค้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 และ 4) โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มต้นการก่อสร้างงานทางทะเล และการจัดทำ EHIA สำหรับท่าเทียบเรือ F จะอนุมัติภายในเดือนสิงหาคม 2566 โดยงานสาธารณูปโภคและท่าเทียบเรือ F1 คาดว่าจะเปิดบริการได้ในปี 2568
อว. ลงนาม 7 มหาวิทยาลัย 9 อุตสาหกรรม ต่อยอดหลักสูตร “อีอีซี โมเดล” สร้างคนด้วยประสบการณ์จริง ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2565 สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดประชุมวิชาการที่โรงแรมสุโกศล และลงนามความร่วมมือระหว่าง 7 มหาวิทยาลัย กับ 9 อุตสาหกรรม หลังจากได้มีปฏิบัติการสร้างความร่วมมือกันในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อมุ่งขับเคลื่อนการผลิตบุคลากรและการอุดมศึกษายุคใหม่ในทางปฏิบัติ ให้ตอบโจทย์การเรียนรู้ที่ได้พัฒนาต่อยอดจากการศึกษา อีอีซี โมเดล ซึ่งเป็นการนำร่องความร่วมมือครั้งสำคัญรับการปลดล็อคหลายมิติฯ ซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.ได้เร่งขับเคลื่อนตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับสร้างการเรียนการสอนและระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ ก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบระเบียบเก่าๆ เดิมๆ และปลดล็อคมาตรฐานหลักสูตรที่ซับซ้อนยุ่งยากแบบเดิมสู่การศึกษายุคใหม่ สนองตอบสิ่งแวดล้อมใหม่ในศตวรรษที่ 21 ประธาน EEC HDC ดร.อภิชาต ทองอยู่ กล่าวถึงการศึกษาแบบอีอีซี โมเดล ว่า ถูกพัฒนาปรับให้เหมาะกับยุคสมัย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่วันนี้ ซึ่งนอกจากจะมีการพัฒนาในแบบเต็มหลักสูตรแล้ว ยังมีการพัฒนาการฝึกอบรมระยะสั้นโดยให้ภาคอุตสาหกรรมร่วมออกแบบหลักสูตรเพื่อให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมทั้งมีการปรับสิ่งแวดล้อมการศึกษาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหลักสูตรและโมดูล การทำเครดิตแบงก์ การจัดการเรียนตลอดชีวิต และการปรับฐานการศึกษาระดับพื้นฐาน ฯลฯ สามารถตอบโจทย์ทั้งปริมาณ-คุณภาพ-ทักษะ-ความรู้-ความสามารถที่จำเป็นต่อการพัฒนาสร้างความก้าวหน้ายุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน
เตือน! อย่าซื้อกินเอง ยารักษาโควิดเกลื่อนตลาดมืด BA.4 BA.5 กทม. พุ่ง 72%
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานขณะนี้พบกระแสมีการโฆษณา แอบอ้างขายยารักษาอาการป่วยโรคโควิด-19 ในตลาดมืดหรือการจำหน่ายนอกระบบที่ผิดกฎหมาย เช่น โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อซื้อยามารับประทานด้วยตัวเองโดยไม่อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ซึ่งมีความน่ากังวลว่าการใช้ยาโดยไม่มีแพทย์สั่งอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ทั้งการใช้ยาที่มากเกินขนาดและอาจทำให้เกิดการดื้อยา หรือทำให้เกิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ๆ หากติดเชื้อโควิด-19 ขอให้เข้าสู่การรักษาตามระบบเพื่อความปลอดภัย เพราะการกินยาโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อาจทำให้เกิดอันตราย โดยแพทย์จะประเมินอาการผู้ป่วยเพื่อสั่งจ่ายยาตามแนวทางเวชปฏิบัติทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร ฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ หรือแพ็กซ์โลวิด ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความคืบหน้าการติดตามสายพันธุ์เชื้อโควิด-19 ว่า ในกลุ่มผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ พบติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 เป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 3 ใน 4 ของผู้เดินทาง ส่วนการติดเชื้อในไทย พบติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย กทม.พบถึง 72% ส่วนในภูมิภาค พบ 34.7% เรียกว่าพบ BA.4 และ BA.5 เพิ่มมากขึ้น ยกเว้นเขตสุขภาพที่ 3 ที่ยังไม่ค่อยพบ ซึ่งคาดว่าการติดเชื้อและการแพร่จะเป็นในลักษณะจากเมืองสู่ชนบท ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 จะทำให้ป่วยหนัก หรือมีอาการรุนแรงหรือไม่นั้น จากการติดตามพบว่าในพื้นที่ กทม. พบคนติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรง 72% แต่พบว่ามีผู้ที่มีอาการรุนแรง ปอดอักเสบ นอน รพ. ใส่ท่อหายใจ และเสียชีวิต พบถึง 13 คน หรือคิดเป็น 77% ส่วนในระดับภูมิภาค พบในจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ มีอาการไม่รุนแรง 309 คน ส่วนคนที่มีอาการรุนแรงพบ 45 คน หรือคิดเป็น 46.67% ดังนั้น ในส่วนของความรุนแรงของ BA.4 และ BA.5 น่าจะมากกว่า BA.2
“ริชมอนทส์” ตอกย้ำแบรนด์อสังหาฯระดับโลก คว้า 4 รางวัลใหญ่ Asia Pacific Property Awards
ริชมอนทส์ บริษัทในเครือของ คริสตี้ส์ อินเตอร์เนชันแนล เรียลเอสเตท ตัวแทนนายหน้าการขายอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ชั้นนำของประเทศไทย คว้า 4 รางวัลใหญ่จากเวที Asia Pacific Property Awards 2022-23 ที่มีบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม โดยรางวัลทั้ง 4 เกิดขึ้นจากการตัดสินผลงานด้านการขาย การตลาด และการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นเครื่องหมายแสดงการเติบโตของริชมอนทส์ ในการเป็นผู้นำแบบรอบด้านในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทิม สเคพวิงตัน กรรมการผู้จัดการ ริชมอนทส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลทั้งสี่ประเภท และเราอยากจะขอบคุณทีมงานทุกคนสำหรับความพยายาม และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุน ผลงานอันโดดเด่นของทีมการตลาดแม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทายภายใต้การบริหารของ นายเปรม นารูลา ทำให้ ริชมอนทส์ ยังคงอยู่ในระดับแนวหน้าของการขายและการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่” สำหรับ Asia Pacific Property Awards ตัดสินโดยคณะกรรมการอิสระที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กว่า 80 ท่าน การตัดสินมุ่งเน้นไปที่การออกแบบ คุณภาพ บริการ นวัตกรรม ความคิดริเริ่ม และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก ลอร์ด เคทเนส (Lord Caithness), ลอร์ด เบสท์ (Lord Best) และ ลอร์ด เวเวอร์ลีย์ (Lord Waverley) เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งทั้ง 3 ท่านดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาขุนนางในรัฐสภาอังกฤษอีกด้วย นับเป็นรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด ทั้งเป็นรางวัลที่ถูกยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาค โดยการประกาศรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นมายาวนานกว่า 29 ปี ครอบคลุมมากกว่า 45 ประเภท โดยถูกจัดขึ้นในหลากหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นอาระเบีย ยุโรป แอฟริกา แคนาดา อเมริกากลางและใต้ แคริบเบียน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเอเชียแปซิฟิก ซึ่งผู้ชนะในแต่ละภูมิภาคจะได้รับการเสนอชื่อเพื่อชิงรางวัลระดับนานาชาติต่อไป
‘แคลิฟอร์เนีย’ จ่อบังคับสวมแมสก์ในร่มอีกครั้ง หลังพบป่วยโควิดพุ่ง





















