Drone Ship “เรืออัจฉริยะสุดล้ำ” ส่ง “จีน” ผงาด “ราชันย์น่านน้ำโลก”

“จีน” เปิดตัว Drone Ship “เรืออัจฉริยะสุดล้ำ” บรรจุความสามารถพิเศษไว้เต็มลำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินเรือแบบไร้คนขับ หรือ Drone

แม้ “ทางการจีน” จะระบุว่า จุดประสงค์หลักของเรือลำนี้คือการค้นคว้าวิจัย แต่ “นักวิเคราะห์เรื่องจีน” ที่จับตาดูสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด กลับมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป
โดยช่วงที่ผ่านมา “ทางการจีน” ได้แสดงแสนยานุภาพผ่าน “เรือวิจัยบรรทุกโดรนอัจฉริยะลำแรก” ภายใต้ชื่อ “จูไห่หยุน” ซึ่งมีเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินเรือแบบไร้คนขับ หรือ Drone
รวมทั้งความสามารถในหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ได้!
โดย “จูไห่หยุน” ได้เริ่มทดสอบเดินเรือในทะเล และคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการภายในสิ้นปีนี้ เพื่อสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเล และการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลของจีนในอนาคต

ซึ่ง “จูไห่หยุน” ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา ซึ่ง “ทางการจีน” ระบุว่า จุดประสงค์ของเรือลำนี้ คือ “การเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นคว้าวิจัยทางทะเล และพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล”
ผ่านหน่วยงาน Southern Marine Science & Engineering Guangdong Laboratory ของ “ทางการจีน” ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมทางไกล “จูไห่หยุน” เรือขนาด 88.5 เมตร จากฝั่งที่ตั้งอยู่ในเมืองจูไห่
“จูไห่หยุน” เป็นหนึ่งในยานสำรวจน้ำลึก ที่บรรทุกอุปกรณ์ล้ำสมัยของ “จีน” ซึ่ง “ทางการปักกิ่ง” หวังว่าจะช่วยให้ “กองทัพปลดปล่อยประชาชน” หรือ People’s Liberation Army-Navy ได้เปรียบชาติอื่นๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีข้อพิพาทอาณาเขตทางทะเลในภูมิภาคต่างๆ
อย่างไรก็ดี บรรดา “นักวิเคราะห์เรื่องจีน” ต่างกำลังจับตาเทคโนโลยีทางทะเลของ “จีน” ล่าสุดนี้ ว่าสะท้อนถึงความพยายามของ “จีน” ในการแสดงความแข็งแกร่งในมหาสมุทรแปซิฟิกมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ เมื่อปี ค.ศ. 2017 นักวิทยาศาสตร์จีนได้พัฒนายานสำรวจน้ำลึก และโครงข่ายการสำรวจใต้ทะเล เพื่อการค้นคว้าวิจัยทางทะเล และระบบเซนเซอร์ที่สามารถตรวจจับพิกัดของเรือดำน้ำของศัตรูได้
ซึ่งเหล่า “นักวิเคราะห์เรื่องจีน” ในตอนนั้น ต่างพากันมองว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ มี “มิติด้านการทหาร” มากกว่า “มิติการสำรวจวิจัยทางทะเล”

ศาสตราจารย์ ดร. Jeff Kingston อาจารย์ด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Temple University ในประเทศญี่ปุ่น ชี้ว่า ขณะนี้ หลายประเทศรู้สึกกังวลกับการพัฒนาเทคโนโลยีทางทะเลของ “จีน”
“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นข้อถกเถียงที่พูดถึงกันมานาน และในตอนนี้จีนได้เริ่มมีการใช้ Drone เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าเดิมหลายเท่า” ศาสตราจารย์ ดร. Jeff Kingston กระชุ่น
P.T. Katoch อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกิจการข้อมูลของกองทัพบกอินเดีย ชี้ว่า “สถาบันสมุทรศาสตร์ของจีน” ใช้ “Drone ใต้น้ำ” เพื่อเก็บข้อมูลทางภูมิศาสตร์ และน่านน้ำของประเทศอื่นๆ เพื่อประโยชน์ทางทหาร
“จีนอาจใช้ Drone ในการตรวจจับ และติดตามการเคลื่อนไหวเรือดำน้ำของศัตรูเพื่อการโจมตีได้อีกด้วย” P.T. Katoch ระบุ
สอดคล้องกับ ศาสตราจารย์ ดร. Alexander Huang อาจารย์ด้านยุทธศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Tamkang University ในไต้หวัน กล่าวว่า ขีดความสามารถของเทคโนโลยีทางน่านน้ำของจีนเหนือกว่าทุกชาติในแถบอินโด-แปซิฟิก ยกเว้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
“การที่รัฐปักกิ่ง อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่เกือบ 90% ของทะเลจีนใต้ แม้ บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามและไต้หวัน จะออกมาโต้กลับว่าพื้นที่ข้างต้นไม่ใช่ของจีนก็ตาม” ศาสตราจารย์ ดร. Alexander Huang กล่าว และว่า
ทุกวันนี้ ไม่มีรัฐบาลไหนที่ไม่เห็นความสำคัญ และคุณค่าของทรัพยากรทางทะเลในบริเวณดังกล่าว ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เส้นทางการเดินเรือบรรทุกสินค้าและการประมง
This satellite image from Maxar Technologies shows construction of China’s Type 003 aircraft carrier at the Jiangnan Shipyard northeast of Shanghai, China, May 31, 2022. // www.voathai.com
“ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนเปิดการเดินเรือบริเวณน่านน้ำดังกล่าวให้ทุกชาติใช้เพื่อประโยชน์โดยรวม” ศาสตราจารย์ ดร. Alexander Huang ทิ้งท้าย
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จากทางการจีน ได้ออกมาแถลงถึงกรณีดังกล่าว ว่าเทคโนโลยีทางทะเล ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อการค้นคว้าวิจัย หรือการดึงเอาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมาใช้เท่านั้น
Aaron Jed Rabena นักวิเคราะห์แห่งสถาบัน ISEAS ของสิงคโปร์ อธิบายว่า จีนต้องการให้ทุกคนเห็นถึงบทบาทการเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาตร์ และเทคโนโลยี ในอินโดแปซิฟิก
“อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการวิจัยที่ก้าวล้ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้จีนอยู่เหนือประเทศอื่นในด้านการทหาร” Aaron Jed Rabena สรุป
เช่นเดียวกับ ศาสตราจารย์ ดร. Alexander Huang ที่ได้ออกมาเตือนว่า แม้จีนจะประสบความสำเร็จในการสร้างนวตกรรม และความเปรียบทางการทหารจากเทคโนโลยีด้านการวิจัยที่ล้ำสมัย
“แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จีนจะสามารถมีปฏิบัติการเต็มรูปแบบทางทหารที่ได้เปรียบกว่าชาติอื่นได้” ศาสตราจารย์ ดร. Alexander Huang สรุป
an airstrip, structures and buildings on China’s man-made Subi Reef in the Spratly chain of islands in the South China Sea are seen from a Philippine Air Force C-130 transport plane of the Philippine Air Force. // www.voathai.com
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา หลายชาติ ได้พยายามคานอำนาจ และอิทธิพลของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fumio Kishida นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประกาศในที่การประชุมด้านความมั่นคงประจำปีที่สิงคโปร์ Shangri-la Dialogue
ว่า “ญี่ปุ่นจะเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพในอีกห้าปี และจะผลักดันการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของประเทศอีกด้วย”
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ปี ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้อนุมัติข้อตกลงขายชิ้นส่วนเรือรบให้แก่ไต้หวันมูลค่ารวม 120 ล้านดอลลาร์
ซึ่งทาง “กระทรวงกลาโหมไต้หวัน” ระบุว่า จะสามารถช่วยให้ “ไต้หวัน” เตรียมพร้อมรับมือกับ “จีน” ได้เพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอาณาบริเวณน่านน้ำที่ใกล้กับ “ไต้หวัน” ได้
ขณะเดียวกัน ทางด้าน “ฟิลิปปินส์” และ “มาเลเซีย” ก็ได้ประกาศที่จะพัฒนา “กองทัพเรือ” ให้มีความทันสมัยขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจาก “การคุกคามจากภายนอก”
ซึ่งก็คือ “จีน” นั่นเอง!