NEWS DIGESTสาลิกาคาบข่าว Vol.193By salika - July 12, 2022FacebookXPinterestLINE กพอ. คาดเมืองใหม่อัจฉริยะในอีอีซี สร้างงาน 2 แสนตำแหน่ง กระตุ้นจีดีพี 2 ล้านล้านรายงานมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 3/2565 ได้อนุมัติร่างแผนแม่บทและแผนการดำเนินงานโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหญ่น่าอยู่อัจฉริยะ พร้อมมอบหมายให้ สกพอ. จัดทำรายละเอียดการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ เสนอ กบอ. และ พพอ. เพื่อพิจารณาต่อไป สำหรับร่างแผนแม่บทโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลยุทธศาสตร์ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยพื้นที่โครงการฯ ประมาณ 14,619 ไร่ ตั้งอยู่ในตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี อยู่ในเขต สปก. ระยะเวลาพัฒนาโครงการ 10 ปี เงินลงทุนโครงการ ประมาณ 1.34 ล้านล้านบาท โครงการลงทุนประกอบด้วย ภาครัฐลงทุนเรื่องที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการส่วนกลาง โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็นโซนเพื่อให้เอกชนหรือรัฐวิสาหกิจเช่าที่ดินหรือร่วมลงทุนหรือลงทุนในกิจการด้านระบบสาธารณูปโภค หรือเอกชนเช่าพื้นที่ลงทุนด้านพื้นที่พาณิชย์ ทั้งนี้ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการสร้างเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะของ EEC คือสามารถรองรับประชากรได้ 350,000 คน ภายในปี 2575 รวมทั้งสร้างงานทางตรงไม่น้อยกว่า 200,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2575 และมีมูลค่าการจ้างงานกว่า 1.2 ล้านล้านบาท มีธุรกิจและบริการมาตรฐานสากล มีวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ประมาณ 150-300 กิจการ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย สะดวกสบาย มีระบบโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อระบบโครงข่ายคมนาคมอัจฉริยะที่สะดวกรวดเร็ว มีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ครบถ้วน ตลอดจนเกิดประโยชน์กับประเทศไทยโดยรวม และจะมีเมืองรองที่ทันสมัย มีเมืองใหม่แห่งอนาคต เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองเน้นความน่าอยู่ กระตุ้นการขยายตัว GDP เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 10 ปี สินทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา 50 ปี จะมีมูลค่าเพิ่มประมาณ 5 เท่าGISTDA เชื่อมกลุ่มทุนยุโรป EAC ยกระดับธุรกิจอวกาศไทยสู่ space economyสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดบ้านต้อนรับ มิสเตอร์ปิแอร์ จาร์ฟ ประธานกลุ่ม European Aerospace Committee (EAC) จากสมาคมการค้าไทย-ยุโรป และหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย พร้อมด้วยผู้ประกอบการด้านการบินและอวกาศจากกลุ่มประเทศยุโรป เยี่ยมชมการดำเนินงานด้านกิจการอวกาศในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA และกลุ่มผู้บริหารร่วมให้การต้อนรับและนำชมความพร้อมภายใน GISTDA ซึ่งวันนี้ประเทศไทย ไม่ได้มองเพียงเรื่องของอวกาศเป็นแค่ลักษณะงานวิจัย แต่จะร่วมยกระดับเป็น space economy ขึ้นมาให้ได้ ซึ่งในปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศแล้ว ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาตรวจร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น เรื่องของการเกิดธุรกิจและการลงทุน จะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจอวกาศในประเทศไทยได้จริง “ธุรกิจอวกาศในประเทศไทยกำลังเติบโตไปได้ด้วยดี ยังสามารถต่อยอดและผลักดันได้อีกมากมายหลายด้าน ทั้งนี้ในด้านของการผลิตและบริการที่เกิดขึ้นจากข้อมูลดาวเทียมและอวกาศ บริษัทในกลุ่มยุโรปจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศไทยต่อไป” มิสเตอร์ปิแอร์ จาร์ฟ ประธานกลุ่ม EAC กล่าวปตท. ควัก 3 พันล้านเข้ากองทุนน้ำมัน แบ่งเบาภาระประชาชนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ปตท. มีมติอนุมัติสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนจากสถานการณ์วิกฤต เป็นจำนวนเงินเดือนละ 1,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท สนับสนุนภาครัฐในการแบ่งเบาภาระค่าพลังงานของประชาชน รวมทั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ปตท. ได้ช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนค่าครองชีพด้านพลังงานให้แก่ประชาชนไปแล้วกว่า 14,800 ล้านบาท ทั้งนี้ ปตท. ในฐานะบริษัทมหาชนและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจตระหนักถึงผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้านพลังงาน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและภาคประชาชนของประเทศในวงกว้าง จึงได้ช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ ให้ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม (LPG) แก่ผู้มีรายได้น้อยที่เป็นร้านค้าหาบเร่ แผงลอยอาหาร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การตรึงราคาขายปลีกช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้รถ NGV ส่วนบุคคล และผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการ จัดหาน้ำมันดิบเพื่อเพิ่มปริมาณสำรอง ตลอดจนช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ ปตท. ยังได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือสังคมจากวิกฤตโควิด ในโครงการลมหายใจเดียวกันกว่า 1,046 ล้านบาท ‘ไทยจับมือจีน’ ลุยใช้ประโยชน์จาก RCEP ดันเชื่อมเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถ้อยแถลงกับผู้บริหารระดับสูงของจีนและอาเซียน ในการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ ครั้งที่ 12 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ภายหลังความตกลง RCEP มีผลบังคับใช้ ซึ่งมีไทยเป็นประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือรอบอ่าวเป่ยปู้ และมีจีนเป็นภาคี โดยสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของไทยในฐานะที่เป็นประธานการประชุม RCEP ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปี 2562 และผลักดันให้ความตกลง RCEP ได้สรุปผลการเจรจาและกลายมาเป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ช่วยยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในภูมิภาค เพิ่มโอกาสและความสามารถในการแข่งขันของไทย รวมทั้งเพิ่มทางเลือกในการสรรหาวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการ เพื่อป้อนเข้าสู่ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยกรอบความร่วมมือรอบอ่าวเป่ยปู้ ถือเป็นกรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคที่สำคัญระหว่างอาเซียนและจีน ประกอบด้วยสมาชิก 3 มณฑลของจีน ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง มณฑลไห่หนาน และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และสมาชิกอาเซียน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย บรูไนฯ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณรอบอ่าวเป่ยปู้ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางการคมนาคมทางทะเล ซึ่งจะสร้างโอกาสในการขยายตลาดของไทยสู่ภูมิภาคจีนตะวันตกและภูมิภาคอื่นๆ ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ไทยมีความร่วมมือกับจีน อาทิ ข้อตกลงท่าเรือพี่น้องระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับท่าเรือชินโจว ซึ่งนำมาสู่การเปิดเส้นทางเดินเรือจากไทยมุ่งตรงสู่อ่าวเป่ยปู้ ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าสู่ตลาดของจีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและผลไม้ให้สามารถส่งออกได้รวดเร็วขึ้น“ปูติน” ออกกฎหมายใหม่เปิดช่องให้ชาวยูเครนขอสัญชาติรัสเซียแบบเร่งด่วนได้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามในพระราชกฤษฎีกาเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) ขยายช่องทางเร่งด่วนในการขอสัญชาติรัสเซียให้กับพลเมืองยูเครนทุกคน โดยระบุว่า พลเมืองทั้งหมดของยูเครนสามารถได้รับสิทธิ์ในการสมัครเข้าเป็นพลเมืองของสหพันธรัฐรัสเซียได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในรัสเซีย ไม่ต้องแสดงฐานะการเงิน และไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบภาษารัสเซีย ถือเป็นการขยายผลจากก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลมอสโกอนุมัติการขอสัญชาติรัสเซียให้เฉพาะประชาชนในพื้นที่ขัดแย้งของภูมิภาคดอนบาส ในภาคตะวันออกของยูเครน นั่นคือ “สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์” และ “สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์” และผู้คนในภูมิภาคเคอร์ซอนและซาโปริซเซียที่ถูกรัสเซียยึดไปเท่านั้นที่สามารถยื่นขอสัญชาติรัสเซียแบบเร่งด่วนได้ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2562 ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้ยื่นเอกสารขอรับหนังสือเดินทางและสัญชาติรัสเซียเป็นจำนวนมากกว่า 800,000 คนแล้ว ด้านยูเครนได้ออกมาประณามการออกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวของรัสเซียว่า เป็นการละเมิดอธิปไตยของยูเครน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ Post Views: 1,229