ในยุคนี้สิ่งที่ได้รับการพูดถึงไปไม่น้อยกว่าเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัลล้ำยุค เห็นจะเป็น ซอฟพาวเวอร์ ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา มีการให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับการนำ Soft power มาปรับแปลงเป็นเครื่องมือการตลาดที่มีความสำคัญ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ของชาวไทย มากมาย
โดยมีการให้นิยามของ ซอฟพาวเวอร์ ไว้ให้หลายคนเห็นภาพว่า “Soft Power” (อำนาจละมุน) หมายถึง ความสามารถในการชักจูงใจ ทำให้ผู้อื่นมีความพึงพอใจหรือเต็มใจเปลี่ยนพฤติกรรม ยอมรับ คล้อยตามสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้อำนาจ
ทั้งนี้ กลไกหลักที่สำคัญในการใช้ Soft Power คือ การสร้างความดึงดูดใจต่อผู้อื่น และผลจากการใช้ Soft Power ต้องเกิดจากการดึงดูดใจที่ชักจูงให้คล้อยตามโดยปราศจากการคุกคามหรือการแลกเปลี่ยนสิ่งใด ซึ่งแตกต่างจากการใช้อำนาจแบบดั้งเดิม คือ อำนาจเชิงบังคับขู่เข็ญ หรือ Hard Power เช่น การใช้อำนาจทางการทหารและการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจซึ่งมุ่งคุกคามผู้อื่น
และแน่นอนว่า เมื่อพูดถึง ซอฟพาวเวอร์ ขึ้นมาทีไร ก็เห็นจะต้องยกตัวอย่างของประเทศที่เป็นแบบอย่างในเรื่องนี้อย่าง ประเทศเกาหลีใต้ มาประกอบด้วยทุกครั้ง เพราะพูดได้ว่า เกาหลีใต้ ใช้พลังของ ซอฟพาวเวอร์ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างชาติ ก็คงจะไม่ผิดนัก
ไทยพร้อมจับมือเป็นพันธมิตร เดินตามรอยเกาหลี ใช้ ซอฟพาวเวอร์ สร้างชาติ
เพราะสาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาหลีใต้ ให้ความสำคัญกับ Soft Power เป็นอย่างมากภายหลังจากเกิดวิกฤตการเงินของเอเชียเมื่อปี 2540 เกาหลีใต้ได้ยกเครื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศใหม่ จากเดิมที่เน้นการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เปลี่ยนเป็นการส่งเสริมสินค้าวัฒนธรรมสมัยนิยมเพื่อเป็นการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และยังเป็นการสร้างความภูมิใจในความเป็นชาติของตนเองอีกด้วย
นอกจากนั้น เกาหลีใต้ยังได้เน้นใช้ Soft Power ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อยกระดับสถานะของประเทศ และได้มีการดำเนินงานภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการต่างๆ เช่น คณะกรรมการของประธานาธิบดีว่าด้วยภาพลักษณ์ของชาติขึ้น เพื่อรับผิดชอบบูรณาการนโยบาย Soft Power ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งรัฐบาลได้มีการผลักดันและสนับสนุนอย่างจริงจังโดยผลักดันแผนนโยบายฟื้นฟูวัฒนธรรม (Hallyu Industry Support Development Plan) ซึ่งใช้วัฒนธรรมเกาหลีและความเป็นเกาหลีควบคู่ไปกับการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ

โดยการใช้สินค้า และการบริการของเกาหลีเป็นตัวส่งออก ซึ่งได้ผลดีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอุตสาหกรรมหลักที่เกาหลีใต้ใช้เป็นเครื่องมือ เช่น สื่อบันเทิงประเภทละคร K-drama และเพลง K-Pop ที่มีศิลปินซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย
จากความโดดเด่นในฐานะต้นแบบในการใช้ซอฟพาวเวอร์สร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจ ล่าสุดจึงได้เกิดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการค้า หรือมินิเอฟทีเอ ระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) และ Busan Economic Promotion Agency (BEPA) ประเทศเกาหลี โดยมีอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้ลงนาม ฝ่ายไทย และ จิน ยางฮยอน ประธาน BEPA เป็นผู้ลงนามฝ่ายประเทศเกาหลี ความร่วมมือในครั้งนี้กับประเทศเกาหลีที่ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ดำเนินนโยบายการค้าระหว่าง ประเทศเชิงรุก โดยเร่งรัดการเจรจาทุกระดับเพื่อขยายการค้าของไทยไปยังตลาดโลกในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะ ความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรทั้งเมืองหลักและเมืองรองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง

เปิดนโยบายใช้ ซอฟพาวเวอร์ไทย ดันเศรษฐกิจให้โตได้ต่อเนื่อง
ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในโอกาสนี้ว่า
“ตามแผนการขับเคลื่อน Soft Power ได้แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1. อาหารไทย 2. สินค้าสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทย 3. ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น ภาพยนตร์ เกม แอนิเมชัน 4. ธุรกิจ Wellness Medical Services (WMS) เช่น สมุนไพร สปา สุขภาพความงาม 5. แบรนด์ประเทศไทย และ 6. ผู้ประกอบการยุคใหม่
“โดยได้กำหนด โครงการสนับสนุนไว้ถึง 32 โครงการ งบประมาณ 149.3812 ล้านบาท เป้าหมายมูลค่าการค้า 3,632 ล้านบาท รูปแบบการขับเคลื่อน ซึ่งจะดำเนินการโดย
บ่มเพาะผู้ประกอบการยุคใหม่ให้มี Mindset ด้าน Soft Power ปลูกฝังแนวคิดให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรภาครัฐในการนำ Soft Power ไปปรับใช้
พัฒนาสินค้าสร้างสรรค์อัตลักษณ์ไทย โดยการผลักดันการพัฒนาสินค้าและบริการโดยสอดแทรกความเป็นไทยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการ
ขยายตลาดสินค้าอาหารไทย อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์และธุรกิจบริการ WMS โดยจะส่งเสริมการขายในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์
ประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ประเทศไทย ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ประเทศไทยผ่านการรับรองสินค้าและบริการเป็นเอกลักษณ์และได้มาตรฐาน
“นอกจากนั้น ยังได้ตั้งเป้าว่าภายหลังการลงนามในครั้งนี้ มูลค่าการส่งออกจากไทยไปเกาหลีจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี (นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึง พ.ศ. 2567) พร้อมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งผลักดันซอฟพาวเวอร์ของไทย ที่มีจุดเด่นในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และวัฒนธรรม โดยปูซานตั้งเป้าเป็นเมืองอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ จะมีการจัดงานภาพยนตร์นานาชาติและงานแสดงสินค้าเกมส์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะได้ใช้ความร่วมมือด้านการค้าผ่านซอฟพาวเวอร์อย่างเป็นรูปธรรม”
ชี้ช่องทางการเติบโตของ สินค้าไทย ในตลาดเกาหลี
ด้าน มูน ซึง ฮย็อน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงโอกาสที่สินค้าไทยจะไปบุกเบิกในตลาดเกาหลีว่า
“เมื่อปี 2562 มี ชาวเกาหลีกว่า 1.9 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยและปี 2564 มูลค่าการค้าสองประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์ จึงเชื่อว่ามินิ เอฟทีเอ นี้จะเป็นบันใดอีกขั้นหนึ่งในการยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
“เพราะนครปูซานนั้นเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศเกาหลี อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ ทําให้ปูซานมีโครงสร้าง พื้นฐานที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้นครปูซานกับกรุงเทพ ยังได้ตกลงเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันตั้งแต่ปี 2554”
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมของไทย ที่จะได้รับโอกาสทางการค้ามากยิ่งขึ้น หากพิจารณาจากข้อมูลการค้าจะพบว่า ปี 2564 เกาหลีเป็นตลาดส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อันดับ 2 ของไทย มูลค่า 2,900 ล้านบาท และเป็นตลาดส่งออก ผลิตภัณฑ์ยาง อันดับ 5 ของไทย มูลค่า 2,000 ล้านบาท อีกทั้งการส่งออกผลไม้ไทยไป เกาหลี ยังเป็นอันดับ 5 มีมูลค่า 1,300 ล้านบาท เป็นต้น”
“ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่ขยายตัวได้ดี เช่น อาหาร น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และสินค้า เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น รวมถึงขยายความร่วมมือด้านสินค้าอาหารทะเล ภาพยนตร์ เกมส์ ไม้และชิ้นส่วน เพิ่มขึ้น โดยเน้นการทำออนไลน์บิสซิเนสและเบกกิ้งส่งความรู้ด้านการค้า เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ และทำให้ประกอบการไทยก้าวสู่การค้าสากลได้อย่างยั่งยืน”
หลากหลายมุมมองเกี่ยวกับการใช้ Soft power ต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจไทย
Soft power ไทย เมื่อกระแสมาแล้ว อย่าให้จางหายไป ต่อยอดอย่างไรถึงจะสร้างมูลค่าได้
Performing Arts วิชาศิลปะการแสดงไทย ติดท็อป 50 โลก ต่อยอด soft power ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่
5 Soft power แบบไทยๆ ความหวังในการดัน ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ให้โดดเด่นในสายตาชาวโลก














