ถึงวันนี้ความปลอดภัยด้านพลังงานของอียูในฤดูหนาว อัตราเงินเฟ้อ และการลดค่าเงินที่ไปสัมพันธ์กับการส่งมอบแก๊สโดยรัสเซีย สร้างความวิตกและนำไปสู่การถดถอยทางเศรษฐกิจของอียู โดยเฉพาะเยอรมัน หากไม่ได้รับแก๊สจากรัสเซียก็อาจจะถอยหลังกลับไปสู่การเป็นประเทศกำลังพัฒนา และหากอียูไม่สามารถใช้แก๊สราคาถูกได้ ก็จะทำให้เป็นการเร่งอัตราเงินเฟ้อรุนแรง
พร้อมทั้งการลดกำลังการผลิตจากตัวเลขราคาแก๊สที่อียูสามารถนำมาใช้ในการผลิตและความร้อนในครัวเรือน ที่มีราคาประมาณ 700 เหรียญสหรัฐต่อพันลูกบาศ์กเมตร แต่บัดนี้ราคาทะยานไปถึง 1,700 เหรียญสหรัฐต่อพันลูกบาศ์กเมตร และยังไม่มีความแน่นอนว่าเยอรมันสามารถที่จะสำรองได้ถึงร้อยละ 80 ก่อนเดือนตุลาคมหรือไม่ แก๊สจากแหล่งอื่นๆ ก็ไม่มีบทบาทเหมือนแก๊สจากรัสเซียที่จะเสริมกำลังสำรองได้ ในไม่ช้าอียูโดยเฉพาะเยอรมันอาจต้องเปิดการเจรจาและใช้ท่อแก๊ส Nord stream 2 อย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ นั้นคือหนทางเดียวที่จะออกจากวิกฤต ในขณะที่หากแก๊สไม่สามารถส่งมอบได้ ราคาก็คาดว่าจะสูงขึ้นถึง 3,000 เหรียญสหรัฐต่อพันลูกบาศ์กเมตร
ทำไมเศรษฐกิจการเมืองของอียูมีความอ่อนแออย่างมาก ไม่เหมือนกับตำแหน่งของจีดีพีตนเองในอันดับโลก?
หากเราพิจารณาเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและอียู เห็นได้ชัดเจนว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการสูงกว่าร้อยละ 70 ของจีดีพี ในขณะที่เศรษฐกิจรัสเซียนั้นอยู่บนฐานการผลิตทรัพยากรธรรมชาติเป็นสำคัญ เมื่อดูตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่ารัสเซียเป็นผู้จัดหาพลังงาน เหล็ก โลหะ ปุ๋ย และอื่นๆ (แม้แต่ขวดเบียร์ เมล็ดผักชี) แก่อียู การผลิตของรัสเซียมีความเกี่ยวข้องกับอียูในฐานะที่เป็นกึ่งกลางทางของห่วงโซ่อุปทาน
อย่างเช่น เตาหลอมแก้ว 11 เตาของบริษัท Wiegand Glas ซึ่งเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันมานานกว่าทศวรรษ หากหยุดและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จะมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน
ศูนย์รวมสารเคมีที่ใหญ่ที่สุดของ BASF ในเยอรมนีและทั่วโลก ในเมืองลุดวิกส์ฮาเฟิน ซึ่งรวมถึงโรงงาน 200 แห่ง อาจต้องปิดตัวลงเนื่องจากการขาดแคลนแก๊สและต้นทุนที่สูง
BMW ซึ่งมีอุตสาหกรรมคิดเป็น 37% ของปริมาณการใช้แก๊สของเยอรมนี ต้องปิดการผลิตหากไม่มีแก๊สของรัสเซีย ในขณะที่อียูนั้นเกี่ยวข้องกับรัสเซียในการจัดหาอุปกรณ์อะไหล่ด้านยานยนต์ เครื่องบิน ชิฟในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และอื่นๆ แต่ภาคการบริการของยุโรปส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในภาคบริการและให้บริการตนเอง
ดังนั้นการผลิตของรัสเซียแก่อียูสามารถทำงานได้โดยตนเอง แทบจะไม่มีชาวยุโรปและชาวอเมริกันอยู่เลย แม้ว่าในอดีต ธุรกิจของสหรัฐและอียูสามารถจ่ายเป็นเงินดอลลาร์และยูโรได้ แต่ในปัจจุบันต้องจ่ายเป็นเงินรูเบิล ปัญหาคือธนาคารกลางทั้งสองแห่งนี้สามารถพิมพ์เงินในการชำระหนี้ แต่ต้องมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินรูเบิลเพื่อการชำระค่าสินค้าจากรัสเซีย ถ้าหากสหรัฐและอียูชำระค่าสินค้ารัสเซียด้วยเงินสกุลเดียวกันกับที่ใช้ชำระค่าบริการของตนเอง ภาคบริการของตนเองจะเริ่มหดตัวลงในที่สุด ดังนั้นเพื่อรองรับภาคบริการภายในประเทศและชำระค่าสินค้าที่มาจากภายนอกไปพร้อมๆ กัน จึงต้องพิมพ์เงินที่สหรัฐฯและอียูจ่ายให้กับรัสเซียและซัพพลายเออร์รายอื่นๆ ปัญหาคือสหรัฐและอียูจะต้องจัดหาสิ่งตอบแทนแก่รัสเซียถ้าจะใช้เงินที่พิมพ์ออกมา
ก่อนหน้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ การปฎิบัติการพิเศษทางทหารอียูได้จัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีและสินค้าที่ระบุก่อนหน้านี้แก่รัสเซีย สำหรับการบริโภคและการลงทุนในการผลิต โดยโอนการผลิตจากประเทศของตนไปยังรัสเซีย และรับเงินสำหรับสิ่งนี้ในรูปของการชำระเงินค่าอุปกรณ์และเทคโนโลยี ดังนั้นเมื่อรัสเซียมีโครงการทดแทนการนำเข้าและพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ความต้องการสินค้าในกลุ่มดังกล่าวลดลง และราคาสินค้าลดลงด้วย ทำให้รายได้ส่วนนี้ที่เกิดจากการผลิตสินค้าจริงของอียูและสหรัฐจึงลดลงอย่างมากจากมาตรการคว่ำบาตร ส่งผลทำให้รัสเซียมียอดเกินดุลการค้าที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน และค่าเงินรูเบิลแข็งที่สุด
ตรงนี้จะบอกอะไร?
คือต้องการจะบอกว่า ผลจากสงครามคว่ำบาตรนั้นเป็นที่ชัดเจนว่าการพึ่งพาวัตถุดิบของรัสเซียในอียูนั้นสูงกว่าการพึ่งพาสินค้าอียูในรัสเซียมาก รัสเซียสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนสินค้าของตนเองที่ทดแทนสินค้าจากอียูและสหรัฐได้เกือบทั้งหมด ดังนั้นการคว่ำบาตรแทบไม่มีผลใดๆ เลย รัสเซียสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยการผลิตเองเพื่อทดแทนการนำเข้า
แต่ในขณะเดียวกัน การพิมพ์เงินโดยไม่กำหนดขอบเขตเพื่อตอบสนองต่อการบริโภคให้ผลที่แตกต่างกัน คือ เร่งอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ทำให้ระบบเครดิตหยุดทำงาน และการผลิตมากเกินไป วงจรอายุสินค้าที่สั้นลง อายุการใช้งานที่ต่ำเกินจริง หากติดตามการเปลี่ยนแปลงของต้นศตรรษที่ 21 ความต้องการสินค้าจำนวนมากถูกกระตุ้นโดยวิธีการโฆษณา ที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อของที่ไม่ต้องการเลย การโฆษณาเรียกร้องให้อัปเดตสิ่งต่างๆ มีบ่อยเกินความจำเป็น และเพื่อให้ง่ายขึ้น มีการคิดค้นสินเชื่อผู้บริโภค บัตรเครดิต ผ่อนชำระ โปรโมชั่น การขายทำให้การใช้เงินทุนในฐานะการกระจายความเสี่ยงของการผลิตสินค้าด้อยมูลค่าลงไป
อย่างที่เราเห็น อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางในยุโรปติดลบ หมายถึงทุนการเงินได้หยุดหน้าที่ในการทำงาน และเศรษฐกิจของยุโรปที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบนี้ทำงานบนพื้นฐานของการขาดทุน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมค่าเงินอียูถึงร่วงลงและอาจต่ำกว่าดอลลาร์ ภารกิจของทุนนั้นต้องหากำไรและการสะสมทุน หากไม่สามารถทำได้ ก็ทำให้ทุนในระบบนั้นล้นเกินและเข้าสู่โลกาวินาศตามมา
ทางออกตรงนึ้ควรทำอย่างไร?
จะเห็นว่าในความเป็นจริง สินทรัพย์ของเศรษฐกิจขั้วหนึ่งอย่างรัสเซียมีวัตถุดิบ และจีนมีอุตสาหกรรมของตนเอง ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่แท้จริง แสดงให้เห็นจากการที่สงครามคว่ำบาตรของแองโกลแซกซอนต้องการควบคุมราคาพลังงานให้อยู่ในมือของตนเอง ในขณะที่อีกขั้วหนึ่ง สินทรัพย์ของสหรัฐและอียูอยู่ในภาคการบริการและเงินดิจิทัลเป็นสำคัญ แม้ว่าภาคการบริการมีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าและการบริโภคในตัวสินค้า แต่ไม่ได้อยู่ในส่วนของกระบวนการผลิตอย่าง Googles, GPMorgans, ธนาคาร ทนายความ และอื่นๆ ที่ไม่ได้ผลิตอะไรเลย แต่ถูกสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อสูบเงินออกจากผู้ผลิตสินค้าเท่านั้น และทำให้ราคาสินค้าสูงไปโดยปริยาย
ราคาสินค้าต่อหน่วยที่สูงขึ้นของอียูและสหรัฐ GDP ก็จะมากขึ้นด้วย แต่จำนวนสินค้าเท่าเดิม !!! หน่วยงานจัดอันดับของจีดีพีไม่ได้อธิบายในเรื่องนี้ว่าต้นทุนสินค้ากำหนดจากอะไร
ยกตัวอย่าง คนอบขนมปังของรัสเซียและคนอบขนมปังในสหรัฐฯ อบคนละ 100 ก้อน สำหรับรัสเซียจะเป็น 100 x 39 รูเบิล = 3900 รูเบิล = 72$ ส่วนในสหรัฐจะเป็น 100 x 2$ = 200$
ผลผลิตของคนทำขนมปังชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า! แต่ได้ปริมาณที่เท่ากัน มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาจากไหนหากคิดในภาพรวมของจีดีพี?
นั้นคือความอ่อนแอที่เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเงินดิจิตอลแลกเปลี่ยนกับพลังงานอย่างแก๊ส กล่าวคือไม่ใช่เงินที่ทำให้สินค้าสมราคาอย่างแม่นยำ ในทางกลับกัน เพราะสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมดเป็นมูลค่าที่แสดงถึงแรงงานมนุษย์ที่เป็นรูปธรรม แรงงานมนุษย์แต่ละรัฐจึงสามารถวัดมูลค่าของตนเองด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างแม่นยำ อย่างรัสเซียวัดด้วยพลังงานไฟฟ้า เราอาจวัดด้วยราคายาง น้ำมันปาล์ม และไข่ไก่ แต่แองโกลแซกซอนวัดมูลค่าด้วยเงิน เงินจึงกลายเป็นตัววัดมูลค่าในรูปแบบที่จำเป็นของการแสดงตัวของการวัดมูลค่าที่มีอยู่ในสินค้าโภคภัณฑ์ ซี่งนับว่าประหลาดอย่างมาก เพราะสินค้าต้องมีเวลาและแรงงานด้วยจึงจะถูกต้อง ยกตัวอย่างคือ แก๊ส ในฐานะสินค้าที่มีราคาถูกกว่าอัลบั้มของศิลปินเพลงป๊อปเกาหลี เนื่องจากความแตกต่างของชั่วโมงการทำงานในการผลิตและหน่วยที่เทียบเคียงได้ แต่แก๊สมีมูลค่าการใช้งานมากกว่าอัลบั้มเพลงอย่างไม่มีที่เปรียบ ตรรกะที่ป่วยนี้ทำให้เกิดระบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นแทนที่ระบบเดิมอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ และนี้นำไปสู่เส้นทางของเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นตัวเลือกที่มีอนาคตกว่า

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย













