หักล้าง “เทคโนโลยี Cryosleep” ของ NASA “นักวิทยาศาสตร์” ยืนยัน “มนุษย์จำศีลไม่ได้”

เชื่อว่าแฟนพันธุ์แท้ SALIKA ได้ยินคำว่า “กบจำศีล” “หมีจำศีล” “เต่าจำศีล” “ปลาจำศีล” กระทั่ง “ค้างคาวจำศีล” และ “นกจำศีล” กันมามากมาย แต่คงไม่เคยผ่านหูคำว่า “มนุษย์จำศีล” มาก่อน

เหตุผลก็คือ ไม่ว่าจะเป็น “กบ” “หมี” “เต่า” “ปลา” “ค้างคาว” หรือ “นก” พวกมันสามารถ “จำศีล” ได้จริงๆ ขณะที่ ไม่เคยมี “มนุษย์จำศีล” มาก่อน เพราะ “มนุษย์” เรานั้น “จำศีล” ไม่ได้นั่นเอง
ทว่า ในช่วงที่ผ่านมา NASA (The National Aeronautics and Space Administration) หรือ “องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ” ได้พยายามทดลองค้นหาเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์ไม่ต้องสูญเสียพลังงาน และความเสื่อมสภาพของร่างกาย
ด้วยการทำให้หลับใน Cryosleep Capsule หรือที่รู้จักกันว่า “จำศีล” เพื่อให้มนุษย์เข้าสู่ภาวะการหลับลึกตลอด 180 วันตามระยะเดินทางจากโลกสู่ดาวอังคาร

การเดินทางในอวกาศ

โดย Cryosleep Capsule มีรูปร่างหน้าตาเหมือนในนวนิยายแนววิทยาศาสตร์ และภาพยนตร์ Sci-fi คือมีลักษณะคล้ายโลงศพ (โลงแก้ว) แล้วให้ “นักบินอวกาศ” ลงไปนอนเพื่อ “จำศีล”
คุณสมบัติของ Cryosleep Capsule คือสร้างสภาวะหยุดนิ่ง ไม่มีการฝัน โดยเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านไป คล้ายการเพิ่งตื่นจากการนอนหลับธรรมดา
เนื่องจากภายใน Cryosleep Capsule จะมีการควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำจนถึงจุดเยือกแข็ง คล้ายการ Knock กุ้ง
“มนุษย์อวกาศ” ที่ “จำศีล” ใน Cryosleep Capsule ไม่ต้องกินอาหาร แต่จะมีการให้สารอาหารเล็กน้อยผ่านทางสายยาง และมีการต่อท่อสำหรับขับถ่าย

Cryosleep Capsule

และเช่นเดียวกับ “องค์การอวกาศยุโรป” หรือ ESA (European Space Agency) ที่ก็มีโครงการศึกษาการ “จำศีล” ของมนุษย์สำหรับการเดินทางในอวกาศเช่นเดียวกับ NASA เช่นกัน
ซึ่งก่อนหน้านี้นักอวกาศวิทยาจำนวนมากเห็นตรงกันว่า วิธีเดินทางในห้วงอวกาศแบบ “จำศีล” ดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง และอาจทำได้จริงในอนาคตอันใกล้
แต่เทคโนโลยี “จำศีล” ทั้งหมด ทั้ง NASA และ ESA หรือบรรดานักอวกาศวิทยาทั้งหลาย ได้ถูกหักล้างโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ จาก Pontificia Universidad Católica de Puerto Rico และทีมนักวิจัยของ “สถาบันสหัสวรรษเพื่อชีววิทยาบูรณาการแห่งประเทศชิลี” หรือ Fundación Instituto de Biología Integrativa
ที่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสาร Proceedings of the Royal Society B ที่ชี้ว่า กลไกการเผาผลาญของมนุษย์ ไม่สามารถทำให้ร่างกายประหยัดพลังงานได้เพียงพอ จนทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ระหว่างการเดินทางสู่ห้วงอวกาศที่ยาวนานได้
ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คำนวณทางคณิตศาสตร์และเปรียบเทียบทฤษฎีทางชีววิทยาว่าด้วยอัตราการเผาผลาญใช้พลังงาน หรือ Metabolism ที่เกิดขึ้นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่อมวลกาย 1 กรัม ขณะที่พวกมันกำลัง “จำศีล” ตามฤดูกาลในธรรมชาติ

Cryosleep Capsule

ทีมนักวิจัยพบว่า แม้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกขนาด จะมีอัตราการเผาผลาญเท่ากันในช่วงเวลาดังกล่าว ทว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตัวเล็กกว่า สามารถประหยัดพลังงานจากการ “จำศีล” ได้มากกว่าสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่าอย่างมากมายมหาศาล
อาทิ หนูจิ๋ว Monito del monte ในอเมริกาใต้ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของมนุษย์ สามารถประหยัดพลังงานขณะ “จำศีล” ได้ถึง 76% ขณะที่หมี Grizzly หนัก 180 กิโลกรัม ไม่อาจประหยัดพลังงานขณะ “จำศีล” ได้เลย แถมยังสูญเสียพลังงานที่สะสมไว้ พูดง่ายๆ ว่าขาดทุนติดลบไปถึง 124% อีกด้วย
ผลคำนวณและเปรียบเทียบนี้ ชี้ว่า หมีไม่ได้หลับ “จำศีล” เพื่อประหยัดพลังงานนั่นเอง
แปลไทยเป็นไทยก็คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อีกชนิดหนึ่งซึ่งใกล้เคียงกับหมี Grizzly ก็คือ “มนุษย์” ก็ไม่สามารถประหยัดพลังงานในภาวะดังกล่าวได้เช่นกัน เมื่อพิจารณาจาก “ลูกหมี Grizzly” ที่มีน้ำหนักใกล้เคียงมนุษย์คือเฉลี่ย 75 กิโลกรัม มีอัตราการประหยัดพลังงานในภาวะจำศีลที่ 0%
มนุษย์จำศีล
สิ่งที่ทีมนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยแห่งอเมริกาใต้พยายามบอกกับเราก็คือ ระหว่างที่มนุษย์ “จำศีล” ในห้วงอวกาศ จะสูญเสียไขมันในร่างกายไปวันละ 6.3 กรัม เพื่อให้ระดับการเผาผลาญขั้นต่ำคงที่ และร่างกายสามารถทนอยู่ในภาวะหนาวเย็น และระดับออกซิเจนที่ต่ำได้
สรุปก็คือ หากยังฝืนทำการทดลองตามทฤษฎีของทั้ง NASA และ ESA มนุษย์อวกาศจะสูญเสียมวลกายจนถึงขั้นวิกฤต และเสียชีวิตได้!
นักวิชาการจากอเมริกาใต้ทีมนี้หวังว่า ผลการศึกษาดังกล่าว จะช่วยให้บรรดาทีมงานในโครงการท่องอวกาศ ทั้งของ NASA และของ ESA เร่งตระหนักถึงอุปสรรคสำคัญทางชีววิทยาของมนุษย์ ซึ่งอาจนำไปสู่แนวทางแก้ปัญหาเรื่องการใช้พลังงานในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไปในอนาคต
ก็เป็นอันว่า เรื่องราวของการ Hibernate หรือ “จำศีล” ของมนุษย์เพื่อเดินทางสู่ห้วงอวกาศแบบในนวนิยาย Sci-fi หรือภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ ไม่สามารถทำได้!
เพราะร่างกายคนเราไม่สามารถประหยัดพลังงานได้เลยในภาวะ “จำศีล” แถมการนอนหลับพักผ่อนแบบปกติธรรมดา ยังสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าเสียอีก!