เส้นทางสายไหม…เป้าหมายเหนือสงคราม

ค่ำคืนวันที่ 2 ส.ค. 2565 เป็นหนึ่งห้วงเวลาที่ทั่วโลกคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เมื่อเครื่องบินของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ บ่ายหน้ามุ่งสู่เกาะไต้หวัน ทั้งที่มีสัญญาณจากฝ่ายจีน คัดค้านการเดินทางเยือนไต้หวันของเพโลซี โดยจีนเตือนว่าจะออกมาตรการตอบโต้หากนางเพโลซีเดินทางเยือนไต้หวัน พร้อมจัดการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงบริเวณชายฝั่งของมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามกับเกาะไต้หวัน


ก่อนหน้านี้ เรื่องดูเหมือนจะจบลงด้วยดี เมื่อหมายกำหนดการเยือนไต้หวันล่าสุดของเพโลซี (31 ก.ค. 2565) ที่แถลงการณ์โดยสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เปิดเผยว่า เพโลซี จะเป็นตัวแทนสภาคองเกรสสหรัฐเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ในเอเชียอย่างน้อย 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยไม่ได้เอ่ยถึงไต้หวันแต่อย่างใด
ขณะที่ก่อนหน้าแถลงการณ์ดังกล่าวจะออกมา การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กับประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ก็เป็นไปด้วยดี โดยจีนย้ำจุดยืนการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีนกับไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยว ซึ่งเป็นเจตจำนงของชาวจีนกว่า 1.4 พันล้านคน ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับจีนไม่เพียงให้ประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทุกประเทศด้วย

แต่ในที่สุดนางเพโลซีก็เดินทางไปถึงไต้หวันจนได้ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการให้เกียรติต่อความมุ่งมั่นของสหรัฐที่จะสนับสนุนประชาธิปไตยในไต้หวัน
เกือบจะในเวลาเดียวกับที่ล้อเครื่องบินของนางเพโลซีแตะรันเวย์ กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ประณามการเดินทางดังกล่าว โดยระบุว่าการละเมิดหลักการจีนเดียว รวมทั้งละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของจีนครั้งนี้ สหรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นทั้งหมด
หลายฝ่ายประเมินว่า การเดินทางไปไต้หวันของนางเพโลซี แม้จะเอ่ยอ้างการสนับสนุนประชาธิปไตยในไต้หวัน แต่เหตุผลแท้จริงน่าจะเป็นการยั่วยุจีน เพื่อทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างจีนและสหรัฐ หากการเผชิญหน้าครั้งนี้บานปลายกลายเป็นสงคราม จะคุ้มค่าหรือไม่กับนโยบาย “One Belt One Road” (OBOR) หรือ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21” ของจีนที่ลงทุนลงแรงอย่างมหาศาลก่อนหน้านี้
สี จิ้นผิง สร้างโครงการนี้ด้วยการเรียกร้องให้โลกร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ ประกอบด้วยเส้นทางหลัก 2 เส้นคือ
1. Silk Road Economic Belt คือเส้นทางขนส่งทางบกที่จะเชื่อมจีนและยุโรปเข้าด้วยกัน ด้วยโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนเข้าไปยังส่วนลึกของเอเชียกลาง เชื่อมสู่ตะวันออกกลาง ผ่านตลาดสำคัญอย่าง คาซัคสถาน อิหร่าน ข้ามไปยังตุรกีทะลุยุโรปผ่านเมืองสำคัญ เช่น แฟรงเฟิร์ต เวนิซ อัมสเตอร์ดัม
2. Maritime Silk Road คือเส้นทางขนส่งทางทะเล เริ่มจากเมืองท่าสำคัญของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ เทียนจิน ฟุโจว ลงมาทะเลจีนใต้ เชื่อมกลุ่มประเทศอาเซียน ข้ามช่องแคบมะละกาเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย ทะลุตะวันออกกลางไปสู่แอฟริกาตะวันตก ผ่านอ่าวเปอร์เซีย-คลองสุเอซ-ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีจุดหมายทางคือทวีปยุโรป

เส้นทางสายไหม

จีนพยายามสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ในเอเชีย ด้วยการสนับสนุนเงินทุนให้กับกลุ่มประเทศพันธมิตร จัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งอาเซียน หรือ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนให้กับประเทศในเอเชียพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเข้ามารองรับ OBOR ในขณะเดียวกันจีนก็ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้าประเทศ ด้วยการผลิตแรงงานชั้นดีขึ้นมารองรับ  เพื่อรักษาอัตราการเติบโตในระยะยาว มีการจัดตั้งกลุ่มการค้าใหม่ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการค้าโลก อาทิ BRICS หรือ RCEP
แม้กระทั่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จีนก็ได้ให้ความช่วยเหลือกับหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้ว ดีขึ้นไปอีก การสนทนาระดับสูงระหว่างผู้นำจีนและอาเซียน ได้ขยายอิทธิพลและเสริมสร้างความสัมพันธ์ของจีนกับภูมิภาคอาเซียนแบบไม่เคยปรากฏมาก่อน เพิ่มมูลค่าการค้าอย่างมีนัยสำคัญ อาเซียนกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน
มาตรการตอบโต้ของจีนต่อกรณี แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เดินทางเยือนภูมิภาคไต้หวัน จึงเป็นยุทธศาสตร์หักปีกอินทรีย์อย่างแยบยล ประกอบด้วย
1. ยกเลิกการหารือของคณะผู้บัญชาการยุทธภูมิระหว่างจีน-สหรัฐ
2. ยกเลิกการหารือการประสานนโยบายป้องกันประเทศ (DPCT) ระหว่างจีน-สหรัฐ
3. ยกเลิกการประชุมข้อตกลงการปรึกษาทางทะเลทางทหาร (MMCA) ระหว่างจีน-สหรัฐ
4. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐ ด้านการส่งกลับตัวผู้อพยพผิดกฎหมาย
5. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐ ด้านความช่วยเหลือทางกฎหมายในคดีอาชญากรรม
6. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐ ด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
7. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐ ด้านการต่อต้านยาเสพติด
8. ระงับการหารือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างจีน-สหรัฐฯ
ภูมิรัฐศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 ของจีนก้าวมาไกลจนต้องตระหนักว่า อะไรกันแน่ที่จะทำให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจในระดับโลกอย่างแท้จริง
การค้า หรือ สงคราม?