แมลง เป็น “สัตว์เศรษฐกิจ” ที่มีเกษตรกรนิยมเลี้ยงจำนวนมาก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่มีคุณภาพ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันมีฟาร์มเลี้ยงแมลงในไทยหลายหมื่นแห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ หลายพื้นที่ดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน ถือเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชากรระดับฐานรากของประเทศ
รายงานของ FAO จัดแมลงเป็นโปรตีนแห่งอนาคต แมลงเพื่อการบริโภคสามารถเป็นแหล่งโปรตีนที่มีศักยภาพสำหรับคน และแมลงบางชนิดสามารถนำมาเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนในอาหารสัตว์ ทั้งนี้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มโปรตีนสูงของโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2021 ตลาดโปรตีนจากแมลงของโลกมีมูลค่า 303 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตอยู่ที่ราว 27.4% ต่อปี โดยในปี 2028 จะมีมูลค่าตลาด 1.74 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจบริโภคแมลง โดยเฉพาะจิ้งหรีด (สะดิ้ง) ด้วยเหตุผลคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะด้านคุณภาพของโปรตีนและองค์ประกอบของกรดอะมิโนจำเป็น และมีแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด
การสร้างอุตสาหกรรมแมลงให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงต้องมีการนำนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยแปรรูปเป็น “ผงโปรตีนทางเลือก” ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในระดับโลก โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรรมอาหารจะนำผงโปรตีนแมลง ไปใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มโปรตีนในอาหารที่ผู้บริโภคคุ้นเคย เช่น โปรตีนบาร์ พาสต้า ขนมขบเคี้ยว คุกกี้ ขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ โปรตีนเชก เป็นต้น นอกจากจะตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนโปรตีนในอาหารแล้ว มูลค่าที่ได้จากการขายผงโปรตีนแมลงยังสูงกว่าขายเป็นตัวหลายเท่า
ด้วยศักยภาพของอุตสาหกรรมแปรรูปแมลงที่กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการนวัตกรรมการผลิต Insect-based functional ingredients สําหรับอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์แบบครบวงจรด้วยระบบ Modern insect farming และ Zero-waste ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี โดย รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. กล่าวถึงนโยบายดังกล่าวว่า “โครงการวิจัยนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตโปรตีนทางเลือกและส่วนประกอบฟังก์ชั่นมูลค่าสูงจาก แมลง สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การศึกษาวิจัยระบบการเลี้ยงแมลงในระบบปิด การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อผลิตโปรตีนคุณภาพสูงจากแมลงในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตส่วนประกอบจากแมลงที่มีมูลค่าสูง เช่น โปรตีนเข้มข้น โปรตีนไฮโดรไลเสท เปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ และ น้ำมัน เป็นต้น ตอบโจทย์ตลาดทั้งในกลุ่มผู้รักการออกกำลังกายที่รับประทานโปรตีนเชค ผู้บริโภคที่ต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ การนำแมลงบางประเภทมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ระดับพรีเมี่ยม เป็นต้น”

ผศ.ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร หัวหน้าโครงการนวัตกรรมการผลิต Insect-based functional ingredients กล่าวถึงแนวทางการนำนวัตกรรมมาแปรรูปแมลงว่า โครงการวิจัยนี้เป็นการพัฒนาโปรตีนจากแมลงเพื่อการบริโภคในระดับอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ในปีแรกมีการพัฒนาต้นน้ำ โดยการพัฒนาระบบฟาร์มกึ่งอัตโนมัติแบบปิดแนวตั้งสำหรับจิ้งหรีดสายพันธุ์สะดิ้ง และ หนอนแมลงวันลาย ด้วยการผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี (การให้อาหารอัตโนมัติ การควบคุมอากาศ ความชื้น ฯ) และแรงงานคนที่มีความชำนาญ เพื่อลดต้นทุนการผลิตแมลงที่มีคุณภาพ โดยการเพิ่มปริมาณผลผลิตแมลงต่อแรงงาน ต่อพื้นที่การเลี้ยงได้อย่างน้อย 2 เท่าจากการการทำฟาร์มแมลงแบบปัจจุบัน อีกทั้งสามารถขยายกำลังการผลิต (scale up) ได้ง่ายภายใน 2 เดือน
ส่วนการพัฒนากลางน้ำ ได้มีการพัฒนากระบวนการและเทคโนโลยีการผลิตผงโปรตีนจากแมลงแบบ zero waste process ที่สามารถขยายกําลังการผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรม มีการนำทุกส่วนของ แมลง มาใช้ประโยชน์หรือเพิ่มมูลค่า มีการทดสอบความเป็นพิษของผงโปรตีนในสัตว์ทดลอง การพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีการผลิตส่วนประกอบจากแมลงที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ โปรตีนเข้มข้น โปรตีนไฮโดรไลเสท เปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ และ น้ำมัน ที่สามารถใช้เป็น food และ feed additives, food supplements, cosmetic หรือ pharmaceutical products ในปีที่ 2 มีการวิจัยพัฒนาการขยายขนาดการผลิตผงโปรตีนจากแมลงในโรงงานต้นแบบ ที่สามารถผลิตผงโปรตีนจากแมลงได้ 2 ตันต่อวัน หรือมากกว่า 600 ตันต่อปี มูลค่าผลผลิตราว 500 ล้านบาท ส่วนการทดสอบประโยชน์ของผงโปรตีนจากจิ้งหรีดซึ่งทำการทดลองในสัตว์ทดลอง เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อและประสิทธิภาพการย่อย เพื่อที่จะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงต่างๆ ทําให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อใช้ในประเทศและส่งออก
นอกจากนี้ โครงการวิจัยยังได้ศึกษาแมลงที่มีศักยภาพเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นและถั่วเหลืองในการผลิตอาหารสัตว์ ได้แก่ หนอนแมลงวันลายหรือหนอนทหารเสือ นอกจากความสำคัญของการเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงแล้ว การเลี้ยงแมลงชนิดนี้ยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากหนอนแมลงวันลายสามารถย่อยและกำจัดขยะชีวภาพได้ อีกทั้งน้ำมันยังมีสารต่อต้านอนุมูลอสิระสูง ปัจจุบันตลาดปลาป่นและน้ำมันปลาเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ของโลกมีมูลค่าประมาณ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2028 จะมีมูลค่าตลาด 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
“โครงการวิจัยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยผลักดันให้แมลงเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ และทำให้แมลงที่จัดเป็นโปรตีนแห่งอนาคต เป็นโปรตีนแห่งปัจจุบัน โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างรายได้ให้แก่คนทุกกลุ่มที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูปแมลงตอบโจทย์ด้านเกิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตามแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ” ผศ.ดร.ขนิษฐา กล่าว

ธีรณัฐ รุ่งสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด “ฟู้ดเทค สตาร์ทอัพ” ในฐานะผู้ผลิตผงโปรตีนจิ้งหรีด Sixtein ซึ่งได้เข้าร่วมในโครงการสนับสนุนทุนวิจัยนวัตกรรมมาตั้งแต่ปี 2016 โดยบริษัทฯร่วมทำการศึกษาและวิจัย กับ มหาวิทยาลัยนเรศวร อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อพัฒนาการทำฟาร์มแมลงระบบปิดแนวตั้ง และ การผลิตผงโปรตีนจากแมลงคุณภาพสูง โดยในปี 2019 บริษัทได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยโครงการ Spearhead เศรษฐกิจ เพื่อผลิตโปรตีนจากแมลงด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในระดับอุตสาหกรรม จาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยการกำกับดูแลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในปีที่ 1 และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ในปีที่ 2 โดยมี ผศ.ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ดูแลรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยทุกโครงการของบริษัทฯ ส่งผลให้บริษัทสามารถพัฒนากระบวนการแปรรูปโปรตีนจากแมลงในระดับอุตสาหกรรมสำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย
การเข้าร่วมโครงการวิจัยนวัตกรรมดังกล่าว ได้มีการนำ Isec Technology มาใช้เป็นเทคโนโลยีการแปรรูปผงโปรตีนจิ้งหรีดในระดับอุตสาหกรรมรายแรกของเอเชีย เป็นเทคโนโลยีที่บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อสร้างกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่อง (Continuous process) และ ใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของแมลง zero-waste process ทำให้ผงโปรตีนจิ้งหรีดมีความละเอียดสูง มีสีอ่อน ไม่มีกลิ่นจิ้งหรีดคั่ว ประการสำคัญ Isec Technology ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทลดลงกว่า 30% เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการผลิต พลังงานและแรงงานน้อยลง ด้วยนวัตกรรมและกระบวนการผลิตทันสมัยที่สุดในเอเชีย ทำให้ได้ผงโปรตีนจิ้งหรีดคุณภาพสูง มีคุณสมบัติแตกต่างจากผงโปรตีนจิ้งหรีดทั่วไป มีปริมาณโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตลาดทั่วโลกต้องการ โดยมีกำลังการผลิต 1 ตัน/ชั่วโมง และสามารถปรับเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว ปรับใช้ได้กับแมลงหลากหลากชนิด (Scalable) มีความปลอดภัยทางอาหารด้วยระบบมาตรฐานกระบวนการผลิตในระดับสากล FSSC22000..(Food Safety), ISO 22000, HACCP, GHPs ซึ่งมีความปลอดภัยด้านอาหารสูงสุด
“เทคโนโลยีนี้คือความรู้ที่เราสั่งสมมา 5 ปี เราเริ่มต้นพัฒนาธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นอุตสาหกรรมเล็กๆ ใช้วิธี อบ บด จนถึงช่วงเวลาหนึ่งคิดว่าสามารถต่อยอดเทคโนโลยีให้สูงขึ้นได้ จึงเขียนโครงการขอทุนสนับสนุนงานวิจัยนวัตกรรม และได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วม Spearhead เศรษฐกิจ ทำให้เราสามารถฝันไปถึงเทคโนโลยีขั้นสูงคือ Isec Technology นำมาดีไซน์ให้เหมาะกับการผลิตผงโปรตีนจากแมลง นอกจากจะสร้างศักยภาพและความแตกต่างทางธุรกิจแล้ว ยังสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศด้วย” ธีรณัฐ กล่าว
ธีรณัฐ ยังกล่าวถึงโอกาสในการเข้าร่วมโครงการของ บพข.ว่า บพข. มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อสร้างธุรกิจให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันจริงๆ สร้างจุดแข็งทางธุรกิจด้วยการนำไอเดียของผู้ประกอบการมาดีไซน์ให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน กลายเป็นรูปธรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ผลักดันศักยภาพของบริษัทให้ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ทอัพได้ในที่สุด โดยในช่วงที่ผ่านมา บพข. ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต่างประเทศเริ่มนิยมบริโภคจิ้งหรีดแปรรูปผงโปรตีนมากขึ้น ส่งผลทำให้จิ้งหรีดในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Functional Food และ Novel Food เริ่มเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป ลาตินอเมริกา
“บพข. ทำให้เราฝันได้ไกล ร่วมขัดเกลาความคิด modify ไอเดียให้เหมาะสมกับเทรนด์ ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายเข้าใจเทรนด์เหล่านี้อยู่แล้ว เขารู้ว่าประเทศพุ่งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมด้านไหนที่มีศักยภาพ เช่น ผมทำผงโปรตีนจากจิ้งหรีดเพราะคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีเกษตรกรเลี้ยงจิ้งหรีดจำนวนมาก ประชากรในชนบทบริโภคจิ้งหรีดมาตั้งนานแล้ว นี่คือจุดแข็งของประเทศไทย ยิ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านงานวิจัยและพัฒนา โอกาสของเราในการก้าวขึ้นไปเป็น ‘ฮับ’ ผงโปรตีนจิ้งหรีดของโลกก็ยิ่งสดใสมากขึ้น”
ปัจจุบัน ไทย เอนโท ฟู้ด รับซื้อจิ้งหรีดจากเกษตรกรใน 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และ ชัยนาท เป็นฟาร์มที่มีการรวมกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนหรือเกษตรแปลงใหญ่ ทุกฟาร์มได้รับมาตรฐาน (Good Agricultural Practice ; GAP) ปริมาณรับซื้อประมาณ 15 ตันต่อรอบ ในอนาคตเมื่อโรงงานแปรรูปของบริษัทเสร็จเรียบร้อย จะเพิ่มปริมาณรับซื้อเป็น 30-60 ตันต่อรอบ ด้วยราคาที่เป็นธรรม สร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับโรงงานแปรรูปผงโปรตีนจิ้งหรีดของบริษัทฯ จะสามารถเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2022 นี้ โดยมีกำลังการผลิตผงโปรตีนจิ้งหรีดสูงสุดกว่า 1,200 ตันต่อปี ด้วยกำลังการผลิตผงโปรตีนจิ้งหรีด 4 ตันต่อวัน และสามารถ scale up ได้ 10 เท่าภายใน 1 ปี ทำให้ ไทย เอนโท ฟู้ด เป็นผู้ผลิตผงโปรตีนจิ้งหรีดในระดับอุตสาหกรรมรายแรกของประเทศ แบ่งเป็นการส่งออก 70 เปอร์เซ็นต์ และขายในประเทศ 30 เปอร์เซ็นต์
“FAO พูดมาตั้งแต่ปี 2013 ว่าแมลงเป็นโปรตีนแห่งอนาคต เราต้องการทำให้เป็นโปรตีนแห่งปัจจุบัน ทั้งนี้การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ ต้องอาศัยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างบริษัทฯ เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด ผู้ประกอบอาหารและเครื่องดื่มโปรตีนสูง บริษัทพันธมิตรทางการค้า ภาครัฐ และประเทศคู่ค้า เอกชนรายเดียวทำไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านแมลงมาเพิ่มขีดความสามารถ การสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาของ บพข. คือแรงส่งสำคัญให้เราก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วและมีศักยภาพด้านการแข่งขันอย่างแท้จริง” ธีรณัฐ กล่าวปิดท้าย
นอกจากจิ้งหรีด ประเทศไทยยังมีแมลงอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมาต่อยอดอาหารยุคใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันตลาดแมลงทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าในปี 2570 มูลค่าการตลาดของอาหารโปรตีนจากแมลงจะสูงถึง 2,067.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 70,000 ล้านบาท สอดรับกับที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ระบุว่า ตลาดแมลงรับประทานได้ทั่วโลกมีอัตราขยายตัว 23.8% ระหว่างปี 2018-2023 และคาดว่าในปี 2023 จะมีมูลค่า 37,900 ล้านบาท สร้างรายได้ให้กับทุกกลุ่มที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน อย่างเป็นรูปธรรม แนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างอุตสาหกรรมแมลงของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งของ บพข. จึงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
หลากหลายผลงานจากภาคธุรกิจไทย ที่ได้รับการส่งเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยทุนวิจัยจาก บพข.
ไม่ยอมจำนนฟ้าดิน! ยกระดับเกษตรกรไทยยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรม “Mango AI”
‘แม่ทม’ ผลิตภัณฑ์จากมะม่วงเบา กับเส้นทางยกระดับสินค้าท้องถิ่น ให้เป็น “สินค้านวัตกรรม” ด้วยงานวิจัย























