ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของอาเซียนที่ทำระบบ 5G และเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่มีบริการ 5G เชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 โดย AIS เป็นรายแรกที่เปิดให้บริการด้วยการมีคลื่นความถี่มากที่สุดคือ 1420 MHz ซึ่งประโยชน์ของ 5G ไม่ใช่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารของโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วการใช้งานโทรศัพท์มือถือ แต่ 5G คือพื้นที่การใช้งานของคนจำนวนมาก เป็นการทำงานเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมต่างๆ ช่วยให้หุ่นยนต์ทำงานตามคำสั่ง ช่วยให้รถยนต์วิ่งไปยังจุดหมายได้โดยไม่ต้องมีคนขับ ช่วยให้แพทย์รักษาคนไข้ที่อยู่ในชนบทห่างไกลโดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาที่โรงพยาบาล ฯลฯ สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของ Digital Transformation ที่จะพลิกโฉม Business Model ของทุกภาคส่วนให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจาก Digital Disruption และ การเกิดขึ้นของโควิด-19

การศึกษา เป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ AIS นำโครงข่าย 5G เข้าไปเสริมศักยภาพของการเรียนรู้ การค้นคว้า วิจัย ทดลอง ทดสอบ ดังเช่นความร่วมมือกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งก็มีการทำงานร่วมกันผ่านการพัฒนา use case ต่างๆ โดยล่าสุด เปิดตัวศูนย์ 5G R&D ในชื่อ “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษาในเมืองไทย ณ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา ที่ติดตั้ง LIVE Private Network ด้วยสถานีฐาน 5G กับ 2 คลื่นความถี่ 2600 MHz และ 26 GHz (mmWave) พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรม 5G ของนิสิตและคณาจารย์ขยายสู่ภาคอุตสาหกรรม เสริมแกร่งประเทศ
วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวในโอกาสเปิดตัว “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” ว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนสนับสนุนภาคการศึกษา เปิดพื้นที่เพื่อพัฒนาความพร้อมให้แก่นิสิต นักศึกษา นักพัฒนา รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงของเทคโนโลยี Digital ของไทย ได้มีโอกาสลงมือทดลอง ทดสอบ เพื่อพัฒนาไอเดียด้วยเทคโนโลยีอย่าง AI,ML,VR,AR,MR,IoT,Metaverse,Robotic ,ฯลฯ บนเครือข่าย 5G

“AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE จะเป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมสำคัญในการสร้างความแปลกใหม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสถาบันแห่งนี้ เพื่อออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ อุปกรณ์ของเราจะเป็นประโยชน์ในการใช้งานสำหรับนักศึกษา นักวิจัย และ คณาจารย์ use case ที่เกิดขึ้นคือจุดเริ่มต้นที่ AIS เข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ เราหวังว่าประโยชน์ที่สร้างนี้จะส่งต่อให้ผลงานต่างๆกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต” วสิษฐ์ กล่าว
การเปิดตัว “AIS 5G PLAY GROUND & 5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษาในเมืองไทย มีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงด้วย LIVE Private Network ซึ่งนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงนักพัฒนา ใน 5G Ecosystem สามารถใช้เป็นพื้นที่ศึกษา เรียนรู้ ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีต่างๆ ทั้ง AI,ML,VR,AR,MR,IoT,Metaverse, Robotic, ฯลฯ บน 5G ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เพราะได้ติดตั้งสถานีฐาน 5G ที่เลือกเอาคลื่น 2600 MHz และ คลื่น 26 GHz (mmWave) ที่เหมาะกับการพัฒนา Use case ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Industrial solutions, Holograms Solutions หรือ Fixed Wireless Access-FWA เพราะช่วงความถี่อย่าง 26 GHz มีปริมาณ Bandwidth มหาศาลและความหน่วงต่ำมาก (Low Latency), การสนับสนุนอุปกรณ์ส่งสัญญาณอย่าง 5G CPE, องค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G, พร้อมทั้งการสัมมนา workshop จาก Guest Speaker หลากหลายวงการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิค ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill รวมไปถึงการเชิญชวนร่วม Co-Develop บริการต้นแบบบน 5G อีกด้วย





“การที่ภาคการศึกษา ให้ความสำคัญกับการฝึกฝน สร้างทักษะเพื่อเตรียมรองรับเทคโนโลยี 5G ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะ 5G คือเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น การขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อของ IoT และ การทำให้เครือข่ายตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด ดังนั้นการศึกษาให้มากที่สุดย่อมทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแนวคิดจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่ง AIS พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่” วสิษฐ์ กล่าวปิดท้าย
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “วิศวฯ จุฬา เป็น 1 ในสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีที่เข้าไปร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กสทช., DE หรือ ภาคเอกชน เพื่อทดลอง ทดสอบ use cases ต่างๆ ที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ sector หลักของประเทศให้ได้มากที่สุด ดังนั้นการมีสถานที่ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเสมือนจริงอย่าง AIS 5G Playground และ 5G Garage ที่มีความครอบคลุมคลื่นความถี่ของ 5G แบบ LIVE Network จึงถือว่าตอบโจทย์และสามารถส่งเสริมให้นิสิต และ คณาจารย์ ได้ใช้เป็นแหล่งทำงานวิจัย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรมบน Sandbox ได้อย่างดี ที่สำคัญถือเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีจากเราและภาคปฏิบัติที่เกิดจากประสบการณ์ในการทำงานจริงของ AIS ที่จะมาช่วยเสริมทักษะให้แก่นิสิตและคณาจารย์ ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประเทศไทยผ่าน 5G ได้อย่างตอบโจทย์ที่สุดต่อไป

“ต้องยอมรับว่าช่วงหลังระบบการเรียนการสอนของเราเปลี่ยนไปมาก ก่อนเกิดโควิดเราก็คิดกันว่าการเน้นบรรยายในห้องเรียนเริ่มไปไม่ได้แล้ว เพราะเนื้อหามีอยู่บนอินเตอร์เน็ตมากมาย เราแทบไม่ต้องสอนเขาก็สามารถไปเรียนกับคนที่เก่งกว่าเราได้ แต่สิ่งหนึ่งที่หาไม่ได้คือการที่จะนำภาคทฤษฎีมาปฏิบัติได้จริง มีปฏิสัมพันธ์กับอุปกรณ์ต่างๆ การได้พัฒนานวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ซึ่งหาไม่ได้จากระบบออนไลน์ทั่วไป PLAY GROUND และ GARAGE ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นการจำลองคลื่นการสื่อสารระบบ 5G มาไว้ที่นี่ ให้นักศึกษาสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการเพื่อตอบโจทย์ Use case ของเขา เป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนยุคใหม่อย่างแท้จริง เพราะหากไม่มี PLAY GROUND และ GARAGE นักวิจัย นักศึกษา อยากสร้างหุ่นยนต์รักษาโรคทางไกล หรือ อยากสร้างรถยนต์ไร้คนขับ ก็ต้องไปขอใช้ระบบ 5G ซึ่งคงจะเป็นเรื่องลำบากมาก แต่การจำลองคลื่นการสื่อสารระบบ 5G มาไว้ที่นี่ ทำให้ได้มีการทดสอบ เรียนรู้ ได้อย่างเต็มที่จนเกิดเป็นผลงานที่นำไปใช้ได้จริง”














