ถอนสถานะ แลนด์ล็อค สู่ประเทศ แลนด์ลิงค์ กับโอกาสโตต่อเนื่องของ ตลาดโลจิสติกส์ ของ ไทย & สปป.ลาว

สิ่งที่หลายคนเข้าใจตรงกันเมื่อพูดถึง สปป.ลาว นั่นคือ การเป็นประเทศ แลนด์ล็อค หรือ Landlocked ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ซึ่งเป็นจุดเสียเปรียบหลายประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีทางออกทั้งทางบกและทางทะเลมาในวันนี้ จุดด้อยนั้นได้รับการพัฒนาจนลบเลือนไปแล้ว ด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ต่อยอดนโยบาย “Land Locked” สู่ “Land Link” เพื่อสร้างจุดเด่นทางด้านการคมนาคมขนส่ง ผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าของลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้ ตลาดโลจิสติกส์ ของ สปป.ลาว โตต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ

โดยโครงสร้างพื้นฐานใน สปป.ลาว ได้รับการยกระดับและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ สปป.ลาว ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ อยู่ในฐานะประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การใช้ชีวิตของผู้คน และเป็นประเทศเกิดใหม่ที่ควรค่าแก่การลงทุน

อัปเดตการเปลี่ยนแปลงสำคัญใน สปป.ลาว ที่ส่งอานิสงส์ ถึง ตลาดโลจิสติกส์ ไทย

ทั้งในด้านอัตราการขยายตัวของ GDP จาก 4.7% ในปี 2564 ซึ่งตอนนี้คาดว่าจะสูงถึง 5.6% ในปี 2565 และมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นถ้าจะกล่าวว่า สปป.ลาว ถูกถอนสถานะ แลนด์ล็อค สู่ประเทศ แลนด์ลิงค์ ที่มีแนวโน้มการเติบโตใน ตลาดโลจิสติกส์ ที่เข้มแข็ง คงไม่ผิดจากความจริงนัก

เพราะการมีพื้นที่ที่ยาวและมีพรมแดนต่อกับประเทศจีน เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เอื้อต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าลาวจะมีจำนวนประชากรเพียง 6.7 ล้านคน แต่ก็มีกำลังซื้อที่สูงขึ้นอย่างมาก พิสูจน์ได้จากยอดขายสินค้าไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้บริโภคชาวลาว แม้จะเกิดวิกฤตอะไรก็ตาม ยอดขายก็ไม่เคยตกลงเลย
เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ที่กำลังสนใจในการทำธุรกิจ หรือกำลังทำธุรกิจในประเทศลาวได้เห็นช่องทาง ดังนั้น ปัจจัยที่ทำให้ การพัฒนาด้านธุรกิจโลจิสติกส์ ระหว่าง ไทย-ลาว เป็นที่สนใจอยู่ขณะนี้ เป็นเพราะการเปิดให้บริการ รถไฟ สปป.ลาว-จีน ที่เชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งสินค้าได้ทั้งระบบรางและทางถนน
ปัจจุบัน ทางรถไฟจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ของรถไฟลาว-จีน ถึงท่าเรือบกท่านาแล้ง เป็นระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ได้เสร็จสิ้นการก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อย และได้เปิดใช้แล้วในเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาวแล้ว สิ่งที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากรถไฟนี้ นั่นคือ ภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด โดยจะมีการเชื่อมระบบขนส่งของ สปป.ลาวสู่อาเซียน ทำให้ง่ายต่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างชายแดน
www.rfa.org

ด้วยเส้นทางขนส่งสินค้า Land Link หรือ บริการเชื่อมโยง หากมีสินค้าจากจีนขนส่งมาที่ไทยและอาเซียน รวมทั้งสินค้าจากไทยที่จะส่งไปจีนและยุโรป บริการ Land Link จะเหลือเงินสดในธุรกิจมากกว่าเดิม ซึ่งพบว่าในปี 2564 มูลค่าการค้าของ 20 จังหวัดภาคอีสานของไทยกับประเทศจีน เท่ากับ 2.58 ล้านล้านบาท ส่วนการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรป ที่มีมูลค่าราว 1.12 ล้านล้านบาท
ดังนั้น การพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงของ สปป.ลาว จึงเปรียบเสมือนท่อน้ำเลี้ยงใหม่และโอกาสทองสำหรับนักลงทุนไทย เพราะมีการเปิดเส้นทางใหม่ๆ เช่น การขนส่งทางทะเลไปฝั่งตะวันออกที่ท่าเรือหวุ่งอ่าง โดยหวังว่าจะดึงลูกค้าจากอีสานไปใช้บริการ เพราะเป็นทางลัด ระยะทางจากชายแดนไทย ที่นครพนมไปท่าเรือ เพียง 240 กิโลเมมตรเท่านั้น
เส้นทางรถไฟเส้นนี้ จะเริ่มสร้างในเดือน พ.ย.ปี 2565 นี้ คาดว่าอีกราว 5 ปี จะเสร็จสมบูรณ์ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เส้นทางนี้อาจดึงลูกค้าบางส่วนออกจากท่าเรือแหลมฉบัง สำหรับสินค้าที่จะไป ญี่ปุ่น อเมริกา จีน ไต้หวัน เพราะทำราคาได้ถูกกว่า เส้นทางเดิมผ่านแหลมฉบัง

ชี้เป้า แหล่งลงทุนแห่งใหม่ที่น่าจับตามองในตลาดสปป.ลาว ปี 2565

ปัจจุบันลาวมีเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมด 12 แห่ง แต่มีแหล่งลงทุนดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ดังนี้
  • อุดมไซ
แขวงอุดมไซ 1 ในตลาดใหม่ทางตอนเหนือ ตั้งอยู่ในวงล้อมของแขวงพงสาลี หลวงพระบาง ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ ทำให้มีการสร้างสมาร์ทซิตี้ (Smart city) โดยธุรกิจที่เหมาะสมแก่การลงทุน คือสินค้าทางการเกษตร รวมทั้งการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ยางพารา ผักปลอดสารพิษ และพืชที่ใช้เป็นพลังงานทางเลือก ด้านทรัพยากรเหมืองแร่ ได้แก่ สังกะสีกับเหล็ก เป็นต้น
นอกจากนี้แขวงอุดมไซเป็นเมืองที่รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาววิ่งผ่าน เพื่อรองรับการขนส่งสินค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งได้เปิดบริการให้ใช้แล้วในปี 2564 ที่ผ่านมา ดังนั้นแขวงนี้จึงเหมาะสมและควรค่าแก่การทำธุรกิจในด้านโลจิสติกส์เป็นอย่างยิ่ง นักธุรกิจไทยที่สนใจจะลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ การขาย-การบริหารจัดการหรือลงทุนด้านการตั้งศูนย์กระจายสินค้า สถานที่พักรถ ศูนย์การค้าเมืองใหม่ และศูนย์ไอที ควรรีบเข้าไปศึกษาและลงทุนเพื่อโอกาสในการทำธุรกิจ

อุดมไซ สปป.ลาว
  • หลวงน้ำทา
เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีจุดเด่นด้านพื้นที่ทางเหนือติดกับจีนบริเวณมณฑลยูนนาน และด้านทิศตะวันตกติดกับเมียนมา ด้วยเขตที่ง่ายต่อการติดต่อการค้ากับหลายๆ ประเทศ รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่รถไฟไทยจีน-ลาวตัดผ่าน ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งจะมีความรวดเร็ว
อีกทั้งในอนาคตแขวงหลวงน้ำทาจะกลายเป็นด่านพรมแดนที่สำคัญที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เหมาะกับธุรกิจในด้านการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจการนำเที่ยว โรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม ของที่ระลึก และคมนาคมขนส่ง เป็นต้น จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย ที่มีความช้านาญในธุรกิจภาคการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ แขวงหลวงน้ำทายังตั้งอยู่บนเส้นทาง R3 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อม ไทย (เชียงราย) – ลาว – จีน (คุนหมิง) โดยบริเวณด่านสากลบ่อเต็น ทำให้กลายเป็นจุดขนส่งสินค้าเข้าสู่จีนทั้งทางบก และทางแม่น้ำโขงที่สำคัญ

หลวงน้ำทา สปป.ลาว

รู้ไว้ ได้ใจชาวลาว กับโอกาสและเคล็ดลับสำหรับนักลงทุนไทย

หนึ่ง : วัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของชาวลาว
  • เทคนิคการตั้งชื่อสินค้า
โดยทั่วไป ชาวลาวนั้นส่วนใหญ่จะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและคุ้นชินกับการใช้สินค้ายี่ห้อเดิม ทำให้เชื่อว่าสินค้าที่ออกสูตรใหม่ต้องดีกว่าสูตรเดิมเสมอ ดังนั้นหากมีการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ จะต้องระบุชัดเจนว่าเป็น “สูตรใหม่” และคุณภาพของสินค้าจะต้องดีกว่าสูตรเดิม
เพราะชาวลาวส่วนมากมักจะเชื่อมั่นคนใกล้ชิดมากกว่าโฆษณาในลักษณะการพูดกันแบบปากต่อปาก ดังนั้นหากสินค้าไม่ดีจริงย่อมมีผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ชาวลาวยังเชื่อเรื่องความหมายของคำ ดังนั้น ชื่อสินค้าจะต้องเป็นคำที่มีความหมายมงคล เช่น “มีทรัพย์” “มีโชค” และควรเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำด้วย
  • การทำการตลาดออนไลน์
สำหรับผู้ประกอบการไม่ควรเน้นการขายสินค้าผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก เพียงช่องทางเดียว เพราะอัตราการใช้เฟซบุ๊กของชาวลาวมีเพียง 2 % เท่านั้น หากต้องการทำโฆษณาควรเลือกใช้ข้อความจูงใจ หรือเลือกติดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เช่น ติดตามรถรับจ้าง หรือตามข้างทาง แต่ต้องระวังและศึกษาให้ดีเรื่องการใช้ภาษาแม้ว่าภาษาอีสานของไทยจะคล้ายกับภาษาลาวแต่ความหมายของคำบางคำต่างกัน

สอง : การถือหุ้น
สามารถถือหุ้นในธุรกิจตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าใน สปป.ลาว โดยถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 ยกเว้นกรณีเข้าไปจัดตั้งสำนักงานสาขาหรือสำนักงานผู้แทน สามารถถือหุ้นข้างมากได้ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารการลงทุนต่างชาติของลาว และในกรณีว่าจ้างพนักงานลาว ผู้ลงทุนต่างชาติจะต้องให้การฝึกอบรมลูกจ้างคนลาวเพื่อยกระดับทักษะฝีมือเพิ่มขึ้น หรือส่งลูกจ้างลาวไปฝึกอบรมในต่างประเทศ
สาม : แหล่งขนส่งสำคัญใน สปป.ลาว
ธุรกิจรับจัดการขนส่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเวียงจันทน์ เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจหลัก นอกจากนี้ ยังมีด่านการค้าชายแดนที่สำคัญ ได้แก่ ด่านสะพานมิตรภาพ (เวียงจันทน์) ด่านบ่อเต็น (แขวงหลวงน้ำทา) ด่านแดนสะหวัน และด่านสะหวันนะเขต (แขวงสะหวันนะเขต) ด่านห้วยทราย (แขวงบ่อแก้ว) ด่านหนองนกเคี่ยน (แชวงอัตตะปือ) ด่านท่าแขก และด่านนาพา (แขวงคำม่วน) ด่านวังเตา (แขวงจำปาสัก) ด่านแก่นท้าว (แขวงไชยบุรี) และ ด่านปากซัน (แขวงบอลิคำไซ)

สี่ : การติดต่อค้าขาย
เน้นการจับมือกับผู้ประกอบการในสมาคม Lao Freight Forwarders Association (LIFFA) และจับกลุ่มลูกค้าไทยที่มีการนำเข้า-ส่งออกสินค้ากับลาว โดยสินค้าที่สำคัญ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป อาหาร สินค้า อุปโภคบริโภค เครื่องจักร ปูนซิเมนต์และอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น
ห้า : รถไฟฟ้า เอื้อประโยชน์แก่นักลงทุน
เส้นทางคมนาคมสายใหม่ รถไฟฟ้าจีน-ลาว โดยผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าและเปิด ตลาดโลจิสติกส์ ในรูปแบบการร่วมทุนกับผู้ประกอบการลาว เพื่ออาศัยสิทธิประโยชน์ในการเดินรถข้ามไปยังประเทศข้างเคียง และธุรกิจบริการที่ไทยมีความถนัด เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขาย ของที่ระลึก และนวดสปา
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไทยควรศึกษา กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนให้ดีก่อนเข้าไปลงทุน นอกจากนี้ การทำธุรกิจเกษตรและปศุสัตว์ สามารถอาศัยสิทธิประโยชน์ทางการค้าในการส่งออกไปจีนได้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกัน และมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลจีนและลาว

อีกทั้งยังสามารถทำอุตสาหกรรมที่เน้นใช้เทคโนโลยีและซัพพลายเชนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีสิทธิประโยชน์และเอื้อต่อการลงทุน หากนับจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 รถไฟจีน-สปป.ลาว ขนส่งผู้โดยสารมาแล้วทั้งหมด 3.36 ล้านคน โดยทางรถไฟภายใน สปป.ลาว ให้บริการขนส่งผู้โดยสารมาแล้ว 4.8 แสนคน ขนส่งขบวนรถไฟบรรทุกสินค้ามาแล้ว 4.69 ล้านตัน และขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนจีน-สปป.ลาว มาแล้ว 7.7 แสนตัน
ปัจจุบัน สปป.ลาว นับว่าเป็นประเทศที่น่าจับตามอง เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดประเทศให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในลาวได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การทำการค้ากับชาวลาวไม่ใช่สิ่งที่ท้าทายเกินความสามารถของผู้ประกอบการไทย เพราะชาวลาวเชื่อมั่นในสินค้าไทยเป็นทุนเดิม จึงถือว่าเป็นข้อได้เปรียบที่สินค้าไทยจะมีโอกาสส่งออกและเจาะตลาดลาวได้ เหตุนี้ ข้อมูลที่ผู้ประกอบการไทยได้รับจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย

ที่มา : บทความวิเคราะห์ เรื่อง “ตลาด Logistics ที่ไม่ควรมองข้ามใน สปป.ลาว” จากเว็บไซต์ scb.co.th (ธนาคารไทยพาณิชย์)


ส่องประเทศ CLMV กับการพัฒนาประเทศ ที่ไทยต้องก้าวให้ทัน

บทพิสูจน์ มิตรภาพ ไทย-ลาว ที่ ‘ขาดกันบ่ได้’ จะนำสู่การตั้ง ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าอาเซียน ได้จริงหรือ?

เหรียญสองด้านความสัมพันธ์ ‘กัมพูชาและจีน’ มิตรแท้ร่วมดันเศรษฐกิจภูมิภาคให้โตไม่หยุด

เปิดโปรไฟล์ความสำเร็จ VinFast รถยนต์ไฟฟ้า สัญชาติเวียดนาม ที่พร้อมผงาดในเวที EV Car โลก เคียงข้างรถยนต์แบรนด์มหาอำนาจ