นวนิยาย Dracula ของ Bram Stoker ที่ออกตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1897 มีที่มาจากตำนาน Vampire ตามความเชื่อของชาวยุโรปยุคกลาง
แต่งเสริมเติมสร้างมาจาก “ค้างคาวดูดเลือด” หรือ Vampire Bat ที่ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงมนุษย์!


ที่ต่อมามีการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ผ่าน DNA ของ “ค้างคาวดูดเลือด” ซึ่งพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า “ค้างคาวดูดเลือด” มีการปรับตัวในเชิงวิวัฒนาการ ผ่านจุลินทรีย์ในลําไส้ และ Genome ของ “ค้างคาวดูดเลือด”
ว่าการที่ “ค้างคาวดูดเลือด” ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการดื่มกินเลือดแต่เพียงอย่างเดียว!


แม้จะเป็นทราบกันดีในแวดวงวิทยาศาสตร์ ว่าเลือดมีโปรตีนสูง ทว่า มีสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต หรือวิตามิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลือดดิบ มีเชื้อไวรัสที่เป็นอันตรายถึงชีวิตอยู่ด้วย แต่ “ค้างคาวดูดเลือด” ได้วิวัฒนาการตัวมันเอง ให้จัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้
ในแต่ละวัน “ค้างคาวดูดเลือด” สามารถดูดเลือดได้มากถึงครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัว ต่างจากค้างคาวทั่วไป ที่มีชีวิตรอดด้วยการกินผลไม้ น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ และแมลงต่างๆ
ศาสตราจารย์ ดร. Marie Lisandra Zepeda Mendoza หัวหน้าทีมนักวิจัยจาก University of Copenhagen ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาเกี่ยวกับ “ค้างคาวดูดเลือด” ในวารสาร Nature Ecology and Evolution

ผลการทดลองพบว่า “ค้างคาวดูดเลือด” มี Gene ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันโรคและกระบวนการ Metabolism หรือ การเผาผลาญ และเปลี่ยนแปลงสารอาหารที่ให้เป็นพลังงานมีความแตกต่างไปจากค้างคาวชนิดอื่นเป็นอย่างมาก
“แม้ ค้างคาวดูดเลือด มี Genome หรือ ข้อมูลทางพันธุกรรม เหมือนกับค้างคาวชนิดอื่น แต่ Genome ของพวกมันมี Gene กระโดด (Gene สัญจร) หรือ Jumping Genes ซึ่งเกิดจากการที่ลำดับดีเอ็นเอ หรือ DNA Sequence เปลี่ยนตำแหน่งใน Genome มากกว่าค้างคาวประเภทอื่น” ศาสตราจารย์ ดร. Marie Lisandra Zepeda Mendoza กระชุ่น
“ค้างคาวดูดเลือด” เป็นค้างคาวขนาดเล็กที่ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 26 ล้านปีก่อน มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ในถ้ำแถบป่าดงดิบ ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงมนุษย์!
ดังที่กล่าวไปในตอนต้น ว่า นวนิยาย Dracula ของ Bram Stoker ที่ออกตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1897 มีที่มาจากตำนาน Vampire ตามความเชื่อของชาวยุโรปยุคกลาง
แต่งเสริมเติมสร้างมาจาก “ค้างคาวดูดเลือด” หรือ Vampire Bat ที่ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงมนุษย์!
จากความเชื่อของชาวยุโรปยุคกลาง เกี่ยวกับตำนาน Vampire ทำให้มีบุคคลสำคัญท่านหนึ่งในสมัย Victoria (ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถ Victoria ระหว่างปี ค.ศ. 1837 ถึงปี ค.ศ. 1901)
มีชื่อว่า Lord William Malcolm Hailey ผู้หลงใหลในสิ่งลี้ลับเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวเกี่ยวกับ Vampire

Lord William Malcolm Hailey หรือ “บารอนเฮลีย์ที่ 1” (1st Baron Hailey) เกิดในปี ค.ศ. 1872 เขาเป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้รอบรู้แห่ง London”

เคยถูกส่งไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล Punjab ระหว่างปี ค.ศ. 1924 ถึงปี ค.ศ. 1928 และมณฑล Sanyukta Pran ระหว่างปี ค.ศ. 1928 ถึงปี ค.ศ. 1934 ในช่วงที่อังกฤษเข้าไปปกครองอินเดียในฐานะประเทศอาณานิคม
เรื่องราวของ Lord William Malcolm Hailey ดูเหมือนจะเงียบหายไปนานหลายสิบปี ทว่า ล่าสุด เชื่อเสียงเรียงนามของ Lord William Malcolm Hailey กลับมาได้รับการกล่าวขวัญถึงอีกครั้งในปีนี้!
จากข่าวคราวการประมูลชุดเครื่องมือโบราณสำหรับปราบ Vampire ของ Lord William Malcolm Hailey ขุนนางอังกฤษชั้นสูงในสมัย Victoria ที่เพิ่งถูกนำออกสู่สายตาสาธารณชน และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก!
สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องตำนานผีดิบดูดเลือดอย่าง Vampire ของผู้คนเมื่อกว่า 100 ปีก่อนได้เป็นอย่างดี

ชุดเครื่องมือปราบ Vampire ได้ถูกนำออกประมูลในมณฑล Derbyshire ของอังกฤษ และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ประมูลไปในราคา 13,000 ปอนด์ (ราว 445,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ถึง 5 เท่า
ชุดเครื่องมือปราบ Vampire บรรจุอยู่ในกล่องไม้ในสมัยศตวรรษที่ 19 ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไม้กางเขน ปืน ค้อนไม้ ขวดน้ำมนต์ สร้อยประคำ แท่งหมุดปักหน้าอก และคัมภีร์ Bible
ที่ฝากล่องชุดเครื่องมือปราบ Vampire มีไม้กางเขนทองเหลือง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวล็อคกล่อง ขณะที่อุปกรณ์ที่อยู่ภายในมีการสลักชื่อ และที่อยู่ของ Lord William Malcolm Hailey ผู้ปกครองระดับสูงในยุคที่อินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
Charles Hanson เจ้าของสำนักจัดการประมูล The Royal Institution of Chartered Surveyors (RICS) ซึ่งเป็นผู้เปิดตัว ชุดเครื่องมือปราบ Vampire กล่าวว่า เรื่องราวของ Vampire ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Popular Culture มายาวนานกว่า 200 ปีแล้ว โดยอยู่คู่กับคติความเชื่อของผู้คนในยุโรปมาช้านาน

“วรรณกรรม The Vampyre ของ John William Polidori ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี ค.ศ. 1819 มีอิทธิพลสำคัญ และทำให้เกิดนวนิยายชื่อดังเกี่ยวกับผีดิบดูดเลือดของ ของ Bram Stoker เรื่อง Dracula” Charles Hanson กล่าว และว่า

ผมคิดว่า ความเชื่อเรื่อง Vampire มีจุดกำเนิดมาก่อนหน้านั้นมาก และยังคงเป็นความเชื่อที่สืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน
“คนยุคโบราณ ยึดถือภารกิจการปราบ Vampire เป็นเรื่องจริงจัง และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ได้ระบุถึงการใช้เครื่องมือ และกรรมวิธีในการฆ่าผีดิบดูดเลือดชนิดนี้ ที่เชื่อกันว่าพวกมันมีชีวิตเป็นอมตะจากการได้ดูดเลือดมนุษย์” Charles Hanson สรุป

อย่างไรก็ดี Lord William Malcolm Hailey ถือเป็นบุคคลสำคัญของชาติ เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1969 และมีแผ่นจารึกชื่ออยู่ที่มหาวิหาร Westminster ในกรุง London

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ที่ยืนยันว่า Lord William Malcolm Hailey ผู้เป็นเจ้าของชุดเครื่องมือปราบ Vampire ดังกล่าว ได้เคยใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ออกล่า Vampire ด้วยตัวเองจริงหรือไม่ (ฮา)













