เซินเจิ้น เมืองแรกของจีน กับการเดินหน้าทดสอบ ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ ระดับ L4

นอกเหนือจากยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นยานยนต์ยุคใหม่มาแรงในยุคนี้แล้ว ก็เห็นจะมีอีกหนึ่งเทรนด์ ที่กำลังเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก นั่นคือ ยานยนต์ไร้คนขับ ที่ในปัจจุบันมีการพัฒนาจนมีความก้าวหน้าและเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด จนถึงตอนนี้ใกล้เวลาที่จะนำออกมาวิ่งบนท้องถนนได้จริงแล้ว โดยในรายชื่อประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ เห็นจะต้องมี ประเทศจีน อยู่ในอันดับต้นๆ เป็นแน่ และหนึ่งในเมืองใหญ่ในจีน ที่ถือเป็นสนามทดสอบยานยนต์ไร้คนขับของแบรนด์รถยนต์ยี่ห้อดัง นั่นคือ เมืองเซินเจิ้น นั่นเอง

ปัจจุบันเมืองเซินเจิ้นเป็นพื้นที่ทดสอบการขับขี่ของบริษัทยานยนต์ไร้คนขับมากมาย เช่น บริษัท Tencent บริษัท Pony.ai บริษัท AutoX (Alibaba) บริษัท Baidu บริษัท DeepRoute และบริษัท Momenta เป็นต้น แต่โครงการยานยนต์ไร้คนขับดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ยานยนต์ไร้คนขับ” ได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา การทดสอบการขับเคลื่อน ยานยนต์ไร้คนขับ ทั้งในเมืองเซินเจิ้นและเมืองอื่นๆ ของจีนยังกำหนดว่าจะต้องมีผู้ขับขี่อยู่หลังพวงมาลัย
ทว่า นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 เป็นต้นไป เมืองเซินเจิ้นจะเป็นเมืองแรกของจีนที่อนุญาตให้ดำเนินโครงการยานยนต์ไร้คนขับได้โดยไม่ต้องมีผู้ขับขี่อยู่หลังพวงมาลัยหรือการขับเคลื่อนยานยนต์อัตโนมัติระดับที่ 4 (Level 4 – High Automation) ซึ่งสถานะการพัฒนาในอนาคตของยานยนต์ไร้คนขับของเมืองเซินเจิ้นจะเป็นอย่างไร วันนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว จะมาเล่าให้ผู้อ่านได้รับทราบ

ระเบียบว่าด้วย “การจัดการรถยนต์ไร้คนขับอัจฉริยะฉบับแรกของจีน”

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 คณะกรรมการสภาประชาชนแห่งชาติจีนประจำเมืองเซินเจิ้นประกาศ “ระเบียบว่าด้วยการบริหารจัดการยานพาหนะอัจฉริยะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น” โดยเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565
โดยระเบียบดังกล่าวจะอนุญาตให้ดำเนินโครงการยานยนต์ไร้คนขับในพื้นที่ที่กำหนดได้โดยไม่ต้องมีผู้ขับขี่อยู่หลังพวงมาลัย ซึ่งนับว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับยานยนต์ไร้คนขับอัจฉริยะฉบับแรกที่ก้าวหน้าที่สุดของจีน
ปัจจุบัน กฎหมายการอนุญาตและควบคุมการขับเคลื่อนยานยนต์ไร้คนขับลักษณะเดียวกันนี้มีการบังคับใช้ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี เป็นต้น ระเบียบดังกล่าวเปิดกว้างสำหรับการขับเคลื่อนยานยนต์ไร้คนขับ 3 ระดับ ได้แก่
ระดับ 3 (Level 3 – Conditional Automation) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่สามารถขับเคลื่อนได้เอง แต่ผู้ขับสามารถเข้าควบคุมรถได้หากมีความจำเป็น
ระดับ 4 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่สามารถเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่กำหนดโดยไม่ต้องมีความช่วยเหลือจากคนขับที่อยู่หลังพวงมาลัย
ระดับ 5 (Level 5 – Full Automation) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับเต็มรูปแบบที่สามารถเคลื่อนที่ได้ตามคำสั่งโดยไม่ต้องมีคนขับอยู่ด้านหลังพวงมาลัย
นอกจากนี้ระเบียบดังกล่าวยังได้กำหนดเกณฑ์ความรับผิดชอบหากเกิดกรณียานยนต์ไร้คนขับละเมิดกฎจราจรหรือเกิดอุบัติเหตุ เช่น
  • กรณีละเมิดกฎจราจรหรือเกิดอุบัติเหตุขณะที่มีผู้ขับขี่ ผู้ขับขี่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
  • กรณีละเมิดกฎจราจรหรือเกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีผู้ขับขี่ เจ้าของรถหรือผู้รับผิดชอบการขับเคลื่อนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
  • กรณีละเมิดกฎจราจรหรือเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากความผิดพลาดของระบบ เจ้าของรถหรือผู้รับผิดชอบการขับเคลื่อนสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ไร้คนขับได้
นอกจากนี้ยังได้กำหนดมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พื้นที่และรูปแบบของการทดสอบการขับเคลื่อนยานยนต์ไร้คนขับบนท้องถนน การจดทะเบียนเอกสารใบอนุญาตการขับขี่ กฎจราจร และการคุ้มครองข้อมูล เป็นต้นด้วย

ทำความรู้จัก เทคโนโลยี LiDAR อนาคต ยานยนต์ไร้คนขับ ของจีน

ล่าสุดบริษัทยานยนต์ไร้คนขับชั้นนำของจีนได้นำเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Raging) มาใช้งานอย่างแพร่หลายร่วมกับกล้องจับภาพและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งแตกต่างจากการใช้เทคโนโลยีกล้องจับภาพและการเรียนรู้ของโปรแกรมด้วยตัวเองด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Cameras and Machine Learning) เพียงอย่างเดียวของบริษัท Tesla
เทคโนโลยี LiDAR เป็นเทคโนโลยีการใช้แสงเพื่อตรวจจับและคาดคะเนระยะทางของวัตถุเพื่อสร้างแผนที่ 2 มิติ หรือ 3 มิติ โดยทำงานด้วยการการยิงลำแสงไปที่วัตถุรอบข้างและสะท้อนกลับมายังอุปกรณ์รับ – ส่งสัญญาณที่ติดตั้งรอบตัวรถ เทคโนโลยี LiDAR จะทำหน้าเสมือนดวงตาของรถยนต์ที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศาซึ่งจะเป็นการเพิ่มความแม่นยำในการรับรู้วัตถุรอบตัวรถ และทำให้ยานยนต์ไร้คนขับสามารถขับเคลื่อนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
โดยปัจจุบัน เมืองเซินเจิ้นยังเป็นที่ตั้งของ RoboSense หรือ บริษัท Suteng Innovation Technology จำกัด โดย RoboSense เป็นผู้ให้บริการระบบเซนเซอร์ Smart LiDAR ชั้นนำของจีน บริษัท RoboSense โดดเด่นด้านฮาร์ดแวร์และปัญญาประดิษฐ์ และการประยุกต์ใช้เซ็นเซอร์ LiDAR กับืปัญญาประดิษฐ์ และชิปประสิทธิภาพสูง
และบริษัท RoboSense ยังมีเทคโนโลยีของตนเองที่สามารถเปลี่ยนเซนเซอร์สามมิติ LiDAR ทั่วไปเป็นระบบวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยี LiDAR ของ RoboSense ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ(Autonomous driving) แท็กซี่ไร้คนขับ (Robo Taxi) รถบรรทุกไร้คนขับ (Robo Truck) รถบัสไร้คนขับ (Robo Bus) และถนนอัจฉริยะ เป็นต้น ปัจจุบัน RoboSense มีสิทธิบัตรของตนเองมากกว่า 600 รายงาน

ส่องอนาคตของรถยนต์ไร้คนขับในจีนกับโอกาสความร่วมมือกับไทย

ในตอนนี้เราทราบกันดีว่าบริษัทยานยนต์พลังงานใหม่และยานยนต์อัจฉริยะต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ คือ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะเป็นสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงเกมการแข่งขัน (game changer)
นอกจากนี้ กฎระเบียบยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ศูนย์ BIC จึงเห็นว่า พัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะของเมืองเซินเจิ้นเป็นอีกหนึ่งโอกาสของความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน ทั้งในส่วนของภาครัฐของไทยในการศึกษาแนวทางกฎระเบียบและการจัดการยานยนต์ไร้คนขับและภาคเอกชนไทยในการสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์อัจฉริยะของไทยสามารถรุดหน้าต่อไปในอนาคต
นอกจากนั้น เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไร้คนขับพัฒนาไปอีกขั้นเช่นนี้แล้ว ประเทศไทยก็สามารถใช้จุดนี้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเร่งผลิตและพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญตอบสนองภาคอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตนี้ได้ด้วย โดยอาจสร้างความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ไร้คนขับจากประเทศจีน เพื่อศึกษาความต้องการกำลังคนของภาคการผลิต หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มาเป็นผู้อบรมให้กับบุคลากรชาวไทยได้อีกด้วย

ที่มา : บทความเรื่อง “เซินเจิ้น เมืองแรกของจีนที่อนุญาตทดสอบ “ยานยนต์ไร้คนขับ” ระดับ L4 ของจีน” โดย SORASAK BUNROD เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว เผยแพร่ในเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง


เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ยังมีให้ได้อัปเดต

EEC เปิดพื้นที่…หนุน EEC HDC-AD เร่งสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงมูลค่าหลายแสนล้าน ช่วยทั้งอุตสาหกรรมใหญ่และ SMEs

4 สตาร์ทอัพ EV ไทย มาแรง พร้อมรันวงการยานยนต์ไฟฟ้าไทย ลดการพึ่งพาแบรนด์ EV ต่างชาติ

เปิด 6 ประเด็น ร่างข้อเสนอฯ EV Conversion ที่จะปลดล็อคให้ ‘ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง’ ของไทย พัฒนาได้ต่อเนื่อง