EEC NETs แนวทางการพัฒนาบุคลากรแบบเครือข่าย ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ เริ่มผลิดอกออกผล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2565 คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ได้จัดการประชุมสัมมนาศูนย์เครือข่ายการพัฒนาบุคลากรเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC NETs) ณ โรงแรมเคปราชา ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรของศูนย์เครือข่าย EEC NETs รวมถึงปัญหา-อุปสรรคในการดำเนินงาน ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน และแผนงานที่จะดำเนินการในปี 2566


EEC NETs ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรตามแนวทาง Demand Driven Education ร่วมกับ 10 สถาบันการศึกษาในระดับอาชีวะและมหาวิทยาลัย ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ตอบโจทย์ด้านการพัฒนากำลังคนตอบสนองความต้องการของ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC ประกอบด้วย

EEC NETs

ดร.อภิชาต ทองอยู่
ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC
ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการนี้ว่า การขับเคลื่อนการศึกษาที่ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เป็นทิศทางสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาบุคลากรบรรลุผลได้เร็วที่สุด-ดีที่สุด-ประหยัดที่สุด โดยสถาบันการศึกษาที่ทำงานเชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม และกิจการประกอบการสาขาการผลิต-การบริการต่างๆ จะสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าได้อย่างก้าวกระโดด อีกทั้งยังประหยัดและพัฒนาได้จริง
โดย EEC HDC จัดตั้งศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้ EEC NETs ขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาบุคลากรในแบบเครือข่ายความร่วมมือ ในการจัดการศึกษา–ฝึกอบรมแต่ละสาขาวิชาเป้าหมาย โดยศูนย์ฯต่างๆ นี้มีหลักการ คือ
  • หนึ่ง มีความร่วมมือชัดเจนระหว่างสถาบันการศึกษา และการฝึกอบรมกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในสาขาวิชานั้นๆ
  • สอง มีการลงทุนจากภาครัฐส่วนหนึ่ง สมทบจากภาคอุตสาหกรรมอีกส่วนหนึ่ง และจะต้องให้เกิดผลลัพธ์ด้านการพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่บุคลากรได้อย่างชัดเจน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งต้องให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่ายการพัฒนาความรู้ทักษะจากศูนย์ฯต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้น
  • สาม เป็นศูนย์ที่ใช้งบลงทุนภาครัฐเพียงแค่ 1-2 ปี หลังจากนั้นต้องบริหารจัดการด้วยตัวเองตามแนวทางของแต่ละศูนย์ฯ และสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมต่อไป
  • สี่ แต่ละศูนย์ฯ ต้องมีทิศทางชัดเจนในการยกระดับการพัฒนาที่สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรม

“ทั้งหมดคือหลักการของศูนย์ EEC NETs ที่มุ่งพัฒนาสร้างความก้าวหน้าเท่าทันโลกอย่างสร้างสรรค์ ลดความสูญเปล่าจากการใช้งบภาครัฐ ขณะเดียวกันก็มีภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมลงทุนและช่วยต่อยอดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาอีกด้วย” ดร.อภิชาต กล่าว
ขณะที่นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ต้องการผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ 12 S Curve ที่เข้ามาตั้งใน EEC เรียกว่า EEC Model โดยเลิกแนวความคิดผลิตคนแบบ Supply Push มาเป็นแบบ Demand Driven ด้วยการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ EEC ปรับระบบการเรียนการสอนที่ผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ส่งผลให้เกิดปัญหาว่างงานและทักษะไม่ตรงความต้องการ (Skill Mismatch) ไปสู่เนื้อหาหลักสูตรที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เห็นหน้างานจริง ได้ฝึกทักษะกับสถานประกอบการจริง เน้นกลุ่มสถาบันอาชีวศึกษาซึ่งนายจ้างมีความต้องการสูง แต่หาคนไม่ได้

ซึ่งการผลิตคนให้ตรงกับความต้องการ หรือ Demand Driven ต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างความร่วมมือแบบเข้มข้นระหว่างสถานศึกษา สถานประกอบการเอกชนและภาครัฐ ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอน ด้วยองค์ความรู้จากสถานประกอบการ ได้ร่วมฝึกงาน เปิดโอกาสและประสบการณ์ทํางานจริง (Work Integrated Learning) และเอกชนร่วมสนับสนุนค่าฝึกอบรม (Co-endorsement and Co-funding) เป็นการร่วมคิด ร่วมทํา ร่วมจ่าย โดยแนวทางการพัฒนาทักษะบุคลากรตามโมเดล Demand Driven แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก Type A พัฒนาหลักสูตร วางแผนกำลังคนระยะยาว (เอกชนจ่าย 100%) ตามคอนเซ็ปต์ “เรียนฟรี มีงานทำ รายได้สูง” ซึ่งนักศึกษาจะได้ทำงานกับบริษัทที่ร่วมเอ็มโอยูทันทีที่สำเร็จการศึกษา และ Type B ฝึกอบรมระยะสั้น เพิ่มทักษะให้กับแรงงานของสถานประกอบการในด้านต่างๆ โดย EEC ออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง และเอกชนที่ส่งพนักงานเข้ามาอบรมจ่ายครึ่งหนึ่ง (50:50) โดยเอกชนสามารถนำค่าฝึกอบรมดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้ 2.5 เท่า ถือเป็นการลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่จะกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างมากมาย
EEC NETs ถือเป็นเครือข่ายของอีอีซีที่เข้าร่วมพัฒนาบุคลากรทั้งรูปแบบ Type A และ Type B ดังกล่าว โดยภายในงานมีคณาจารย์ผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์เครือข่าย EEC NETs ทั้ง 10 ศูนย์ มาร่วมให้ข้อมูลความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรของศูนย์เครือข่าย EEC NETs รวมถึงได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินงาน ในช่วงปี 2564-2565 ที่ผ่านมา พร้อมแสดงให้เห็นถึงแผนงานที่จะดำเนินการต่อไปในปี 2566 ด้วย

“โดยรวมแล้วทั้ง 10 เครือข่ายมีผลงานน่าพึงพอใจ สามารถสร้างบุคลากรหลายหมื่นคน ช่วยปรับสร้างการศึกษา การเรียนรู้ การพัฒนายกระดับทักษะใหม่ตอบโจทย์ความต้องการและความก้าวหน้าใหม่ได้ดีโดยเฉพาะกลุ่มแมคคาทรอนิค automation และสาขาอื่นๆ รวมทั้งด้านอากาศยาน ฯลฯ การสัมมนาครั้งนี้สร้างความมั่นใจว่าการพัฒนาบุคลากรของ EEC HDC มุ่งตอบโจทย์ความก้าวหน้ายุคใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC ได้สร้างมรรคผลแม่นตรงและเพียงพอต่อความต้องการบุคลากรตามเป้าหมายที่วางไว้ ก้าวต่อไปคือการสร้างความเข้มแข็ง การเชื่อมประสานงานร่วมกัน รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจของผู้คนและประเทศ ให้ลงถึงชุมชนฐานราก อาทิเช่น EV conversion เป็นต้น” ดร.อภิชาต กล่าว
สำหรับความก้าวหน้าของแต่ละศูนย์มีอะไรบ้าง “SALIKA” จะทยอยนำเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้พื้นที่อื่นๆ นำไปต่อยอดในการสร้างบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมต่อไป