Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.253

กมธ. อุดมศึกษาฯ วุฒิสภา หนุนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่เวทีโลก

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง

เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2565 ระหว่างเวลา 08.00 – 16.30 นาฬิกา ณ ห้องแกรนด์นันทาบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ ถนนเชียงใหม่ – ลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา นำโดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการ ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์ นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดสัมมนา เรื่อง “การจัดทำงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่เวทีโลก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไทยสู่เวทีโลก และการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยให้สอดคล้องกับระเบียบและวิธีการในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มีการแบ่งกลุ่มประชุมตามประเด็นการพัฒนาเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ กลุ่ม 1 การจัดสรรงบประมาณ (กองทุนพัฒนาอุดมศึกษาและกองทุน ววน.) กลุ่ม 2 Ranking กับการพัฒนามหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอน กลุ่ม 3 ด้านวิจัยนวัตกรรม และกลุ่ม 4 การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวคิดและวิธีปฏิบัติการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดจนข้อสรุปเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปยึดถือเป็นแนวปฏิบัติที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและมีความเข้าใจในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองการบริหารของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะนำไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศโดยรวม ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศอย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมต่อไป

EEC HDC ชู 10 ศูนย์เครือข่ายปั้นบุคลากรยุคใหม่ ตอบโจทย์ความก้าวหน้า EEC ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC โพสต์เฟสบุ๊คว่า การสัมมนาถอดรหัสความก้าวหน้าของศูนย์เครือข่ายการสร้างบุคลากรยุคใหม่ใน EEC (8 กย.) การพัฒนาบุคลากรตอบโจทย์ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดศูนย์เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้-สร้างประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะยุคใหม่ ฯ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับตัวเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะใหม่ที่จำเป็นกับการงานและการประกอบอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมทั้ง 12 กลุ่มเป้าหมาย วันนี้ 8 กย. จึงเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษา-ผู้บริหาร 10 ศูนย์เครือข่ายเข้าร่วมถอดรหัสงาน-แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ในการบริหารจัดการ-การสร้างบุคลากรแต่ละกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการร่วมใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำผลสรุปของการดำเนินงานที่ผ่านมาบอกเล่าและเสนอแนะผลงาน-ความก้าวหน้า-ปัญหาอุปสรรคของงานที่ผ่านมา โดยรวมแล้ว ทั้ง 10 เครือข่ายมีผลงานน่าพึงพอใจ สามารถสร้างบุคลากรหลายหมื่นคน ช่วยปรับสร้างการศึกษา-การเรียนรู้-การพัฒนายกระดับทักษะใหม่ตอบโจทย์ความต้องการและความก้าวหน้าใหม่ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มแมคคาทรอนิค automation และสาขาอื่นๆ รวมทั้งด้านอากาศยาน ฯลฯ การสัมมนาครั้งนี้สร้างความมั่นใจว่า การพัฒนาบุคลากรของ EEC HDC มุ่งตอบโจทย์ความก้าวหน้ายุคใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC ได้สร้างมรรคผลแม่นตรงและเพียงพอต่อความต้องการบุคลากรตามเป้าหมายที่วางไว้ ก้าวต่อไปคือการสร้างความเข้มแข็ง-การเชื่อมประสานงานร่วมกัน-รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจของผู้คนและประเทศ ให้ลงถึงชุมชนฐานราก อาทิเช่น EV conversion เป็นต้น

มาแนวใหม่! กลุ่มมิจฉาชีพ แชร์ลิงก์เว็บไซต์ปลอมอ้างให้เงินช่วยโควิด ลวงเหยื่อกรอกข้อมูล

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพทำเว็บไซต์ปลอมมีโลโก้กระทรวงสาธารณสุข และส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ประชาชนทางไลน์และโซเชียลมีเดีย โดยหลอกว่ากระทรวงสาธารณสุขมีกิจกรรมให้เงินช่วยเหลือช่วงโควิด 19 เพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลสำคัญส่วนตัว ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้มักใช้ในการยืนยันตัวตนเพื่อความปลอดภัยในการเข้าใช้ระบบต่างๆ หรือทำธุรกรรมออนไลน์ เมื่อมิจฉาชีพได้ไปอาจถูกนำไปใช้ในเรื่องที่ผิดกฎหมาย ทำให้เราตกเป็นเหยื่อหรือผู้ประสบภัยทางออนไลน์ได้ จึงขอเตือนภัยว่าอย่าหลงเชื่อให้ข้อมูลส่วนตัวอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขคือการดูแลป้องกันรักษาควบคุมโรค ไม่ได้มีภารกิจเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือประชาชน และไม่ได้มีโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้เงินช่วยเหลือโควิด 19 หรือโรคระบาดแต่อย่างใด ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ๆ ตลอดเวลา เพื่อหลอกลวงข้อมูลจากเหยื่อ และมักแอบอ้างหน่วยงานของรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จึงขอให้พิจารณาตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนทุกครั้ง หากไม่แน่ใจแนะนำให้สอบถามกับหน่วยงานโดยตรง โดยเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข คือ www.moph.go.th สามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลภายในเว็บไซต์ทางการได้ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการคดีกลุ่มมิจฉาชีพตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

กาแฟ-เบเกอรี่ ยังเป็นดาวรุ่ง มูลค่าตลาดสูงกว่า 90,000 ล้าน

นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย
นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand 2022 กล่าวถึง เทรนด์ธุรกิจกาแฟและเบเกอรี่ว่ายังคงเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนและผู้ประกอบการ ยังเกาะอยู่ในกลุ่มธุรกิจดาวรุ่งของปี 65 โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะสูงถึง 90,000 ล้านบาท โดยธุรกิจกาแฟอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เติบโตปีละประมาณ 3-5% และธุรกิจเบเกอรี่อยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เติบโตปีละประมาณ 7% แต่ในปีนี้พบว่าทั้งสองธุรกิจยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาต้นทุนวัตถุดิบมีราคาที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่อาจกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคและการแข่งขันในธุรกิจที่รุนแรงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีการสร้างจุดเด่นที่แข็งแรง สามารถนำเสนอแนวทางที่แตกต่างของสินค้าและบริการที่มีอยู่เดิมหรือเป็นสิ่งใหม่แก่ลูกค้าได้ โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถทำได้ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบหรือส่วนผสมใหม่ๆ การใส่ไอเดียสร้างสรรค์และการสร้างเรื่องราวในการนำเสนอ ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจร้านกาแฟและเบเกอรี่ งาน Food & Hospitality Thailand 2022 ในครั้งนี้ จึงเปิดโซนใหม่ ด้านกาแฟและเบเกอรี่ Coffee & Bakery Thailand (CBT) ขึ้นโดยเฉพาะ

ธนาคารกลางจีนเดินหน้ากระตุ้นการใช้ ‘หยวนดิจิทัล’ ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : คนซื้อกาแฟด้วยเงินหยวนดิจิทัลที่นิทรรศการบริการทางการเงินระหว่างงานมหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติแห่งประเทศจีน ประจำปี 2022 ในนิคมโส่วกัง กรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 4 ก.ย. 2022) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว ระบุ ธนาคารกลางจีนเรียกร้องความพยายามอำนวยความสะดวกแก่การเชื่อมต่อระหว่างระบบหยวนดิจิทัลและอุปกรณ์ชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้าที่ใช้สกุลเงินดิจิทัล เมื่อไม่นานนี้ ฟ่านอีเฟย รองผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน กล่าวในการประชุมการเงินดิจิทัลในกรุงปักกิ่งว่า จีนควรขยายขอบเขตและสภาพแวดล้อมของการใช้สกุลเงินหยวนดิจิทัล เพื่อการบรรลุเป้าหมายข้างต้น ฟ่านกล่าวว่าข้อบังคับและมาตรฐานด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลประจำตัวดิจิทัล บลูทูธ และรหัสคิวอาร์ ควรรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ชำระเงินประเภทต่างๆ นอกจากนั้นฟ่านเน้นย้ำการปรับปรุงความปลอดภัยของการใช้เงินหยวนดิจิทัลผ่านการอัปเกรดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้งาน และกำจัดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล