รู้จัก 5 ตำแหน่งงานมาแรงแห่งยุค & สวัสดิการ ที่คนทำงานยุคนี้มองหา

ปี 2022 ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะเทคโนโลยีและวิวัฒนาการต่างๆ ที่รุดหน้าไปอย่างมาก ว่ากันว่า Timing หรือ ช่วงเวลานี้เอง ที่เป็นช่องแห่งการ Ready-Set-Go ที่ทุกคนต้องพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ สถานการณ์ เฉกเช่นเดียวกันกับเทรนด์งานยุคใหม่ ที่เปลี่ยนผ่านไปตามตัวแปรสำคัญอย่างเวลาและเทคโนโลยี บางสายงานที่เคยเป็นที่ต้องการของตลาด กลับไม่เป็นเช่นนั้น ขณะที่ เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปเป็นการ Work from home และการทำงานแบบ Remote working ที่สามารถทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ ทำให้คนทำงานยุคนี้ ก็มองหา สวัสดิการ จากองค์กร ที่เปลี่ยนไปด้วย

ก่อนอื่น มาอัปเดตถึง 5 ตำแหน่งงานมาแรงแห่งยุค และเป็นที่ต้องการของตลาดงานยุคนี้กันก่อน

Blockchain developer

1. Blockchain developer

เชื่อว่า Developer เป็นอาชีพที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่คำว่า Blockchain หลายคนอาจจะยังงงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร จริงๆ แล้ว Blockchain เป็นเทคโนโลยีใหม่เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล มีจุดแข็งตรงที่ไม่ต้องใช้ตัวกลางหรือคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง เก็บทุกอย่างไว้ในระบบกลาง (Decentralalize) ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง Transaction ได้ จะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาต หรือเครือข่ายในระบบเห็นว่าถูกต้อง จึงมีความปลอดภัยและโปร่งใสระดับสูง
ปัจจุบันระบบ Blockchain เป็นที่นิยมอย่างมากในระบบสกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency ด้วยระบบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ ดังนั้นอาชีพ Blockchain developer จึงว่าด้วยเรื่องการพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบต่างๆ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของ Blockchain การทำงานโดยรวมคล้ายกับ Developer เพียงแต่เน้นเรื่องระบบ Blockchain ดังนั้นจึงต้องมีความรู้เรื่องระบบบล็อกเชนเป็นสำคัญ รวมถึงความรู้เรื่องสกุลเงินดิจิทัลด้วย

UI Design

2. UI Design

อีกหนึ่งตำแหน่งงานยุคใหม่ที่มาแรงไม่แพ้กัน ขึ้นชื่อตำแหน่งว่าด้วยเรื่องดีไซน์มาขนาดนี้แล้ว UI Design จึงเป็นเรื่องของการออกแบบ Interface ของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล อย่างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่างๆ ให้ใช้งานง่ายและสวยงาม โดยทั้งสองเงื่อนไขนั้น ต้องเฟรนด์ลีกับผู้ใช้งาน (User-friendly interfaces) ด้วย
อธิบายง่ายๆ เมื่อเราเข้าแอปหรือเว็บไซต์ ดีไซน์ในนั้นทั้งหมดเป็นหน้าที่ของ UI Design แทบทั้งสิ้น ทั้งการเลือกสีสัน ฟอนต์ปุ่มกด การเคลื่อนไหวต่างๆ ในหน้าจอ องค์ประกอบภาพ ฯลฯ จำต้องมีพื้นฐานการออกแบบ รวมถึงความรู้เรื่องเทคโนโลยี อย่าง HCI, Ergonomic, UX, Design ไปจนถึงความรู้ด้าน Business ที่สำคัญเป็นอาชีพที่ต้องเกาะติดเทรนด์ต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับงาน

UX Writer

3. UX Writer

เมื่อมี UI Design แล้ว ก็ต้องมี UX Writer สองอาชีพนี้ทำงานควบคู่กัน เมื่อ UI เป็นเรื่องของการออกแบบ Interface ให้ใช้งานง่ายแล้ว UX จึงเป็นเรื่องของตัวอักษรหรือ Copy ที่อยู่บน Interface เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจชัดเจนเวลาใช้งาน Digital products อย่างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ ดังนั้นจำต้องอาศัยทักษะการเขียนที่ยอดเยี่ยม เน้นความชัดเจน กระชับและเข้าใจง่ายเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ใช้งาน (User) ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จผ่าน User Interface
ยกตัวอย่างเช่น Copy ที่ปรากฏตามแถบเมนู ปุ่ม error messages แท็บลัดต่างๆ ช่องคำค้นหา ปุ่มกดถัดไป ฯลฯ ทั้งหมดนั้นต้องเป็นคำที่ไม่ทำให้ User สับสน เหมือนจะเป็นงานเล็กๆ ทว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจะเป็นเรื่องของการสื่อสารแล้ว ยังแสดงถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้อีกด้วย

Tester

4. Tester

อาชีพเทสเตอร์ในสายงานยุคใหม่นั้น เป็นการทดสอบและตรวจสอบ Software ของแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง แล้วจำลองตัวเองเสมือน User ท่านหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการ โดยการลองใช้งาน Product ของตัวเองดูว่ามีคุณภาพไหม ใช้งานยากง่ายอย่างไร สะดุดตรงไหน เจอ Bug หรือไม่ และเมื่อตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ต้องระบุข้อผิดพลาดไปตามข้อเท็จจริง เพื่อรายงานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไข ก่อนจะปล่อย Product ออกไป
คุณสมบัติที่ดีของ Tester จึงต้องมีความขี้สงสัย เพราะเป็นงานที่อาศัยทักษะการจับผิดค่อนข้างสูง เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่มักจะอยู่ช่วงท้ายๆ ของห่วงโซ่การทำงาน เป็นการสกรีนความเรียบร้อยก่อนจะไปถึงมือผู้ใช้งานนั่นเอง

NFT artist

5. NFT artist

ปิดท้ายด้วยงานยุคใหม่มาแรงแห่งยุค 2022 ที่ไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้ อย่าง NFT artist ที่ย่อมาจาก Non-Fungible Token (NFT) ว่าด้วยเรื่อง “ลิขสิทธิ์” หรือการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ต่างๆ บนโลกโซเชียลแต่เพียงผู้เดียว เช่น ภาพมีม (Meme) เพลง ซาวดน์ประกอบ ดนตรี งานเขียน เกม งานศิลปะดิจิทัล โดยทั้งหมดนั้นจะอยู่ในไฟล์สกุลไหนรูปแบบก็ได้ (jpg, png, gif, mp3, mp4 ฯลฯ) หากคุณเป็นเจ้าของงานนั้น ไม่ว่าจะโพสต์ลงในโซเชียลใด ลิขสิทธิ์นั้นก็เป็นของคุณแต่เพียงผู้เดียว
ปัจจุบันการซื้อขาย NFT Art ดำเนินธุรกรรมผ่าน Cryptocurrency ใช้เหรียญ Ethereum ในการแลกเปลี่ยน ซึ่งทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงเข้าระบบบล็อกเชน อธิบายง่ายๆ ถึงแม้จะเป็นการซื้อขายแบบออนไลน์ แต่หลักฐานและรายละเอียดทั้งหมดนั้นจะถูกบันทึกเข้าระบบบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ซื้อ-ขาย ราคา รายละเอียดงานศิลปะ ประเภท ฯลฯ เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของงานเหล่านั้นได้อย่างถูกลิขสิทธิ์

มาถึง เทรนด์ สวัสดิการ สำหรับคนทำงานยุคนี้ ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเว็บไซต์ Jobsdb ได้เปิดเผย 7 สวัสดิการที่คนทำงานต้องการมากที่สุดในปี 2022 ว่ามีดังนี้

1. ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่น

จัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนทำงานมากกว่า โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เทรนด์การทำงานแบบ Hybrid ลดวันเข้าออฟฟิศ หรือสลับวัน Work from home เป็นสิ่งที่คนทำงานยุคนี้มองหามาก
อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า ยุคนี้เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตเราแทบจะทุกการขยับตัว ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ขอแค่มีอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ดี ทุกอย่างยังสามารถดำเนินต่อไปได้เสมือนการทำงานในออฟฟิศ แถมประสิทธิภาพการทำงานอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันคนทำงานเองก็ได้เวลาชีวิตบางส่วนกลับคืนมา เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

2. สวัสดิการด้านสุขภาพ

การตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตต่างๆ เป็นสิ่งที่องค์กรควรมีให้พนักงานเป็นสวัสดิการพื้นฐาน จริงอยู่ที่คนทำงานทั่วไปมีประกันสังคมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเหมือนการการันตีและให้ความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งกับคนทำงานว่า สิ่งที่พวกเขาทุ่มเททำงานให้กับองค์กรของคุณ หากวันใดวันหนึ่งล้มป่วยมา สุดท้ายแล้วยังได้รับการดูแลที่ดี

องค์กรยุคไฮบริด

3. สวัสดิการที่ตอบโจทย์งานอดิเรก

นอกเหนือจากในแง่การทำงานแล้ว การสนับสนุนความสุขของพนักงานในด้านอื่นๆ ก็เป็นทางเลือกที่ซื้อใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าใจของคนทำงานเป็นสุข ได้รับการเติมเต็มที่ดี ย่อมส่งผลถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะให้งบสำหรับการทำกิจกรรม เพื่อเสริมศักยภาพในด้านต่างๆ เช่น ซื้อหนังสือ คอร์สเรียนภาษา คอร์สออกกำลังกาย สปา ค่าตัดแว่นตา ฯลฯ 

4. สวัสดิการด้านวันลาที่ยืดหยุ่น

ตามกฎหมายแรงงานให้วันหยุดพักผ่อนประจำปี ขั้นต่ำอยู่ที่ปีละ 6 วัน แต่ในความเป็นจริงบ่อยครั้งวันลาเพียงเท่านี้อาจไม่เพียงพอ ยุคนี้บางบริษัทจึงเริ่มให้สิทธิ์ลาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น อย่างการเพิ่มวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรทั้งฝั่งพ่อและแม่ การลาเพื่อผ่าตัดแปลงเพศของกลุ่มเพศทางเลือก ลาเพื่อไปดูแลบุพการี ฯลฯ โดยทั้งหมดนั้นยังคงได้เงินเดือนตามปกติ

5. สวัสดิการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต

สุขภาพทางกายเป็นสิ่งสำคัญฉันใด สุขภาพทางใจก็เป็นสิ่งสำคัญฉันนั้น เพราะด้วยสภาวะหลายอย่างในปัจจุบัน ซึ่งบีบคั้นให้คนต้องประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่มีปัญหาทางจิตใจมากขึ้น “โรคซึมเศร้า” เป็นหนึ่งในโรคที่พบมากในวัยทำงาน ดังนั้น การมีสวัสดิการให้พูดคุยกับจิตแพทย์ได้เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจะเรียกคะแนนจากคนรุ่นใหม่ได้ดี

6. สวัสดิการที่ตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์

เป็นสวัสดิการที่เน้นเรื่องไลฟ์สไตล์ แบบไม่ต้องเชื่อมโยงกับงาน เน้นเติมเต็มความรู้สึกและหัวใจแต่ละบุคคลเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น โค้ดส่วนลดที่พัก ส่วนลดร้านอาหารจากแอปพลิเคชันต่างๆ ไปจนถึงส่วนลดจากแอปพลิเคชันดูซีรีส์รายเดือน ฯลฯ นี่นับเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญ แต่เป็นกำลังใจสำหรับคนทำงานได้ดีทีเดียว

7. สวัสดิการที่ครอบคลุมถึงครอบครัวคนทำงาน

นับเป็นสิ่งเล็กน้อยที่แสดงถึงน้ำใจขององค์กรที่มีต่อพนักงานได้เป็นอย่างดี คือ การมีสวัสดิการที่ดูแลไปถึง ครอบครัว ของพนักงานด้วย อาจจะเป็นเรื่องเบิกค่าฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับคนในครอบครัว รวมถึงหยุดพิเศษได้ในวันเกิดลูก/พ่อ/แม่ เป็นต้น

ไม่ตกเทรนด์อาชีพและงานมาแรงในยุคนี้

รีวิว งานสายไอที ปี 2022 กับเส้นทางอาชีพที่มีโอกาสเติบโตได้ในทุกองค์กร

10 อาชีพ มาแรงปี 2565 สายงานไหนรุ่ง & ทักษะอะไรที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการ

10 อันดับ งานเงินเดือนสูง จาก 10 ธุรกิจ อัปเดต ปี 2022