สมัยเราเรียนที่คณะวิศวกรรม เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ศาสตร์ทางวิศวกรรมไฟฟ้าแบ่งออกเป็น ไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสาร และไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อ 10 กว่าปีก่อน application ด้าน Automation, Renewable Energy ทำให้มีความจำเป็นต้องผสมศาสตร์เดิม และแยกออกเป็น Power Electronic, Micro Processor องค์ความรู้ด้าน Power Quality เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น
ปัจจุบันเมื่อมี Application ด้าน Mobility, Robotic ซึ่งต่างจาก Application เดิมอย่างมาก เพราะ ต้องพาแหล่งพลังงาน คือ Battery ไปด้วย ซึ่งมีขีดจำกัดด้านขนาด น้ำหนัก ความร้อน Energy Efficiency ความปลอดภัย และ Supply Risk. ทำให้ศาสตร์ทางวิศวกรรมไฟฟ้าที่จำเป็นต่อ Application แบบใหม่นี้ แยกลงลึกในหลายสาขา โดนเฉพาะด้าน Power Electronic, Control and Communications และ Chemical Electricity ที่ใช้ในอุตสาหกรรม Battery
จากสถานการณ์ Climate Change, ความขัดแย้งทางการค้า, และสงครามในพื้นที่สำคัญ ทำให้ Supply Chain ของอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ มีความผกผันรุนแรง ในสมัยก่อน Supply Chain ที่ผกผัน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก มักจะเป็น Commodity เช่น น้ำมัน ก๊าช เหล็ก ทองแดง เมล็ดพืช อาหารสัตว์ แต่ Supply Chain ที่ผกผันในปัจจุบัน ไม่ใช่ Commodity อย่างเดียว แต่เป็นสินค้าเทคโนโลยี ที่มีการพัฒนาต่อเนื่อง มีอายุของสินค้าสั้น ใช้เงินลงทุนในการผลิตสูงแต่มีระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนสั้น เช่น โรงงานผลิต Battery Cell ในปัจจุบัน ต้องมีการ Reinvest ใหม่ทุก 3 ปีโดยเฉลี่ย เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

ในการออกแบบ Business Model เพื่อให้การลงทุนอยู่ในระดับที่รับได้ มีผลตอบแทน Investment Return ที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Demand Risk, Business Risk, Operation Risk ไปจนถึง Geo Politic Risk นั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในระดับลึก เพื่อให้เข้าใจกลไกการทำงานของตลาด เข้าใจ Demand Driving Factor, Growth Driving Factor, Cost Structure และ Risk Transfer Mechanism ที่ผู้ประกอบการในแต่ละจุดของ Value Chain ใช้
ความเข้าใจนี้มีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับผู้กำหนดนโยบาย หรือผู้กำหนดกลไกการกำกับอุตสาหกรรม Industry Governance Model ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาทรัพยากรบุคล ซึ่งจะใช้วิธีถามความต้องการของแต่ละผู้ประกอบการ เพียงอย่างเดียว แล้วเอาข้อมูลมากำหนดนโยบาย เหมือนสมัยก่อนไม่ได้ เพราะได้เปรียบทางเทคโนโลยีของผู้ประกอบการแต่ละรายเป็นหัวใจในการแข่งขันของผู้ประกอบการนั้นๆ และไม่สามารถแชร์ให้ใครได้ เพราะความได้เปรียบนี้มีระยะเวลาสั้นมากครับ
ดังนั้นการสร้างความสามารถในการวิจัยและพัฒนาของประเทศ เพื่อสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเอง หรือสามารถระบุ ประเมิน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะ และวางตำแหน่งการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนทรัพยากรบุคคล รวมถึงการเชื่อมโยงความรู้เหล่านี้เข้ากับกลไกการกำหนดนโยบายของประเทศ ผ่านหน่วยงานต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ครับ

เรื่อง : ปริพัตร บูรณสิน
18 กันยายน พศ. 2565










