ดัชนีชี้วัด “เปิดประเทศ” พาเหรด “คอนเสิร์ตนอก” บุกไทยเต็มสตีม!

ดูเหมือนว่า แฮชแท็ก #กรุงเทพเมืองคอนเสิร์ต 2022 หรือ Bangkok: The Rise of Concerts คงจะไม่เกินเลยไปจากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันเท่าใดนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังสถานการณ์ COVID คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี นักดูคอนเสิร์ตที่อัดอั้นตันใจมานานเกือบ 3 ปีก็จะได้ออกไปโลดแล่นหน้าเวทีที่เขารักอีกครั้ง
ปัจจัยเบื้องหลังต้องบอกว่า การยอมรับของศิลปินต่างประเทศที่มีต่อบ้านเรา ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้น เป็นเพราะฝีมือการจัด Event ระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจ
ในอดีต แน่นอนว่า ถ้าพูดถึงเอเชีย วงร็อคตะวันตกชั้นนำ ล้วนปักธงกันที่ญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก ในฐานะเจ้าแห่งเทคโนโลยี Event และมีแฟนเพลงระดับคุณภาพจำนวนมาก
รองลงมาคงเป็นสิงคโปร์ในยุคก่อน แต่จะว่าไปแล้ว ในช่วงเวลาปัจจุบัน ไทยเราเองก็ไม่น้อยหน้าญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ในฐานะหมุดหมายสำคัญของ World Tour ระดับโลก
ทั้งที่จริงแล้ว ศิลปินระดับโลกเคยมาปักธงในไทยเรามาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุค 90 ซึ่งถือเป็น “ยุคทองของวงการเพลงสากล” ที่วงร็อคชั้นนำต่างพาเหรดมากรุงเทพฯ
ที่ศิลปิน 2 แบบ 2 สไตล์ อันเป็น “ที่สุดของวงการเพลงสากล” คือ Metallica มาเล่นที่สนามไทย–ญี่ปุ่น และ Michael Jackson ที่สนามศุภชลาศัย ในปี ค.ศ. 1993

ส่วนวงที่มาเล่นเมืองไทยบ่อยที่สุด มี 2 วงคือ Scorpions และ Santana ที่มาเยือนสยามเมืองยิ้ม 4 ครั้งเท่ากัน เหตุผลหลักคือ มีแฟนพันธุ์แท้ ทั้ง Scorpions และ Santana มากมายที่นี่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุค Alternative Rock เฟื่องฟูถึงขีดสุดในยุค 2000 ที่วงร็อคแห่งยุคได้พาเหรดมาเยือนเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น Manic Street Preachers- Radiohead-Shed Seven-Pet Shop Boys-Suede-The Cranberries-Sonic Youth-Foo Fighters-The Smashing Pumpkins-Green Day-Rage Against the Machine-Blur-No Doubt-Oasis-Red Hot Chili Peppers-Coldplay-KoRn-Slipknot-Linkin Park
ยังไม่นับวงระดับบรมครูอีกหลากหลาย และศิลปินชื่อดังระดับดาวค้างฟ้าอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น B.B. King-Chicago-The Beach Boys-Blondie-Johnny Cash-Eric Clapton- Eagles-David Bowie-Duran Duran-Black Sabbath-Deep Purple-Dream Theater-Megadeth-Pearl Jam-Björk-Lamb of God-Kenny G (มาบ่อยมาก-ฮา)
และแน่นอน Guns N’ Roses พระเอกของบทความในตอนนี้
โดยหลังจากนั้น ก็มีทั้งศิลปิน Pop และวง Rock อีกมากมายเดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย มีทั้งวงจากยุโรป อเมริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวงจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่เป็นขวัญใจแฟนเพลงยุค 2020
หากเอ่ยถึงชื่อเสียงเรียงนามของ Guns N’ Roses ในเมืองไทยแล้ว เมื่อปี ค.ศ. 2017 พวกเขาได้เคยมาเขย่าความร็อกของแฟนเพลงชาวไทยในคอนเสิร์ต Guns N’ Roses Not in This Life Time Tour Live in Bangkok มาแล้วอย่างยิ่งใหญ่

หลายคนอาจไม่เข้าใจ ว่าวงร็อคอายุ 30 ปี เหตุใดจึงมีผลงานเพียง 5 ชุด แต่ถ้าได้ชมคอนเสิร์ตของ Gun N’ Roses เพียงครั้งเดียว ก็จะทราบถึงเหตุผล
เพราะเสน่ห์ของพวกเขาคือการแสดงสด ดังนั้น เขาจึงทุ่มเทเวลาไปกับการเดินสายเล่นคอนเสิร์ต มากกว่าการเข้าห้องอัด
แม้สมาชิก Classic lineup จะประกอบไปด้วย Izzy Stradlin (Guitar), Steven Adler (Drum), Axl Rose (Vocal), Duff McKagan (Bass) และ Slash (Guitar)
ทว่า ที่แฟนเพลงวงกว้างรู้จักดีเห็นจะเป็น Axl Rose-Slash- Duff McKagan
Gun N’ Roses นอกจากจะเป็นต้นแบบให้วงร็อค 4 ชิ้นในยุคเดียวกัน ทั้งในอเมริกาบ้านเกิด ยุโรป รวมถึงเอเชีย หลายต่อหลายวงแล้ว
อิทธิพลของ Gun N’ Roses ยังส่งผลสะเทือนไปยังวงร็อครุ่นใหม่มากมายหลายร้อยวงเลยทีเดียว
แต่ก็คงจะต้องบอกว่า แม้ในปัจจุบัน Sound แบบ Gun N’ Roses ที่เป็น Heavy Metal เจือกลิ่น Punk จะหมดยุคไปแล้ว
ทว่า หัวเชื้อที่พวกเขาสร้างไว้ ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับวงร็อคชั้นนำของโลกในยุคต่อมาอีกนับไม่ถ้วน
โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น

และในปีนี้ 9 พฤศจิกายน เรามีนัดกันอีกครั้งที่ SCG Stadium ที่เก่าเวลาเดิม เสมือนเป็นสัญญาณแห่งการเปิดประเทศของบ้านเราอย่างแท้จริง
เพราะแฟนเพลงที่เหนียวแน่นของ Guns N’ Roses ในเอเชียคือญี่ปุ่น ที่ในคอนเสิร์ตครั้งก่อน เราได้พบเห็นแฟนเพลงแดนอาทิตย์อุทัยหนาตาเลยทีเดียว ยังไม่นับแฟนเพลงชาวยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ที่พำนักอยู่เมืองไทยก็หนาแน่นเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวร็อคสัญชาติจีน ที่มีให้เห็นไม่น้อย เรียกได้ว่า คอนเสิร์ตนอกมาทีไร สร้างรายได้เงินสะพัดอย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับประเทศไทยเราจริงๆ ครับ